สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โดย นางสาวนาถนรินทร์ พละศึก พร้อมด้วยข้าราชการธุรการ
ร่วมกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันนวมินทรมหาราช ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘
ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี





วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายวันเฉลิม เมตไตรพันธุ์ อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสดุดี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ประจำปี 2568 ณ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี





กิจกรรมพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน 2568
นายวันเฉลิม เมตไตรพันธ์ุ อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะเข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ณ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 นายวันเฉลิม เมตไตรพันธุ์ อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ
เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ณ บริเวณหน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี











พิธีวันที่ระลึก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายวันเฉลิม เมตไตรพันธุ์ อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ
เป็นผู้แทนสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี







กิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ประจำปี พ.ศ.2567
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ
เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ
ณ หอประชุมจงกลพรหมพิจิตร โรงเรียนปทุมวิไล
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
กิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ประจำปี พ.ศ.2567
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ
เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ
ณ หอประชุมจงกลพรหมพิจิตร โรงเรียนปทุมวิไล
อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
พิธีพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 นายนิธิ เดชแพ รองอัยการจังหวัดปทุมธานี ผู้แทนสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมคณะ เข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ
เเด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาฝนหลวง ประจำปี พ.ศ. 2567
ณ ห้องประชุมปทุมมาศ วิทยาลัยการอาชีวศึกษา ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567 นายอรรถพร สุทธิบุตร อธิบดีอัยการภาค 1 พร้อมคณะผู้บริหารในสำนักงานอัยการภาค 1 ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี
พิธีวันปิยมหาราช (วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ประจำปี พ.ศ.2567
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ
เข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ
ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดจังหวัดปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
กิจกรรมเนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2567
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี และคณะ
เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี
และพิธีวางพวงมาลา ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดจังหวัดปทุมธานี
วันที่ 27 กันยายน 2567 สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี ได้เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน (Thai Nation Flag Day) ประจำปี 2567 ณ บริเวณหน้าเสาธงอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
วันที่ 13 กันยายน 2567 สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการ ร่วมโครงการอัยการร่วมใจอาสาเพื่อประชาชนและสังคม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเด็ก ณ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดปทุมธานี

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2567) เวลา 19.19 น. นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการ เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดปทุมธานี
วันนี้ (28 กรกฎาคม 2567) เวลา 07.00 น. นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดปทุมธานี
วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี





วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมานี พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมโครงการ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 “กิจกรรมเพิ่มพื้นที่สีเขียวลดภาวะโลกร้อน” ณ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
- วันที่ 7 มิถุนายน 2567 นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ณ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
- วันที่ 3 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00 น. นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่มเงินพานพุ่มทอง และพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567 ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- วันที่ 3 มิถุนายน 2567 เวลา 18.00 น. นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่มเงินพานพุ่มทอง และพิธีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567 ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- วันที่ 3 มิถุนายน 2567 เวลา 07.00 น. นายธวัชชัย ผ่องใส อัยการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ณ ท่าน้ำสวนเทพปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
- ร่วมถวายวางพานพุ่มดอกไม้ราชสักการะและถวายราชสดุดี เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ในวันที่ 6 เมษายน 2567 เวลา 08.00 น. ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2567 ในวันที่ 2 มีนาคม 2567 เวลา 08.00 น. ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- นายอธึก คล้ายสังข์ รักษาการในตำแหน่ง ผู้ตรวจการอัยการ ผู้ตรวจการอัยการลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 1 (จังหวัดปทุมธานี) และสำนักงานคดีแรงงานภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี ในวันที่ 16 มกราคม 2567 โดยมีอัยการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรในสำนักงานให้การต้อนรับ
- ร่วมพิธีตักบาตรและถวายราชสักการะวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2566 เวลา 06.30 น. ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- ร่วมพิธีถวายราชสักการะวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2566 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 เวลา 07.00 น. ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- ร่วมพิธีวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องใน วันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี
- ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566
- จัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน ประจำปี 2566
- โครงการอัยการอาสา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนิพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565
พระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 10
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจมากมายมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อทำนุบำรุงสุขให้แก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศเสมอมา
ด้านการบินและการทหาร
ปี พ.ศ. 2522 พระองค์ทรงเริ่มฝึกบินเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1H และเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1N และหลักสูตรเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ (gunship) ของกองทัพบก ปี พ.ศ. 2537 ทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี/เอฟ ปี พ.ศ. 2552 ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ในเที่ยวบินสายใยรักแห่งครอบครัว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เที่ยวบินที่ ทีจี 8870 (กรุงเทพฯ ถึงจังหวัดเชียงใหม่) และเที่ยวบินที่ ทีจี 8871 (จังหวัดเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ)

Credit: bangkokbiznews.com
สำหรับด้านการทหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้านการทหารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากจะทรงรับการศึกษาด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลีย ยังทรงพระวิริยะอุตสาหะเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านวิทยาการการบิน พระองค์ทรงรับราชการทหารมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2518 และทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พล.อ. พล.ร.อ. และ พล.อ.อ. โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ที่เขาล้าน จังหวัดตราด อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีการด้านทหาร อาทิ งานวันราชวัลลภ
ด้านการต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีป เช่น อิตาลี จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน เนปาล ศรีลังกา เปรู ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฯลฯ นอกจากจะมุ่งเจริญสัมพันธไมตรีแล้ว พระองค์ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการทอดพระเนตรและศึกษากิจการต่าง ๆ ที่จะทรงนำประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย เช่น กิจการทหาร ศิลปวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน ฯลฯ

Credit: oknation.net
ด้านการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้อาคารของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ต่อมาโรงเรียนได้ย้ายไปที่จังหวัดนนทบุรีและได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่าโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ และโอนไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติเมี่อ พ.ศ. 2534 โดยดำเนินการสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
พระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสนับสนุนให้กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร 6 แห่ง และทรงรับโรงเรียนมัธยมศึกษา 15 แห่งไว้ในพระราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เพื่อสนับสนุนผู้ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยเป็นทุนให้เปล่า นับเป็นการสร้างบุคลากรคุณภาพในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น ครู แพทย์ ตำรวจ ทหาร ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

Credit: mgronline.com
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเสด็จพระราชบิดาและพระราชมารดาไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทเสมอ จึงมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรได้รับการรักษาพยาบาลทั่วถึงและมีมาตรฐาน เป็นที่มาของการจัดตั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในท้องถิ่นห่างไกลและกันดารขึ้นใน พ.ศ. 2520 สำหรับเงินในการจัดตั้งมาจากการบริจาคของรัฐบาลและประชาชนทั่วไปผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรวม 21 แห่ง
ปี พ.ศ. 2560 พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายสมุดไดอารีภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2562 พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์ 2,407 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยเป็นเงินที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายในการร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 และเงินรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”

Credit: royaloffice.th
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งคณะกรรมการ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในปี พ.ศ. 2562 เพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของผู้ต้องขัง ให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ออกมาสู่สังคมภายนอก และประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพ
ปี พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” ซึ่งเป็นหนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้โรงพยาบาลต่าง ๆ 20 แห่งทั่วประเทศ
ด้านการเกษตร
ปี พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดตั้งคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คลินิกดังกล่าวพระราชทานนามว่า “เกษตรวิชญา” แปลว่าปราชญ์แห่งการเกษตร ทำหน้าที่เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ฯ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ทั้งยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

Credit: porpeang.org
นอกจากนี้ยังทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมกิจการด้านเกษตรกรรม เช่น เสด็จฯ เป็นองค์ประธานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นพิธีที่จัดขึ้นในเดือนหกของทุกปีหรือราวเดือนพฤษภาคม เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

Credit: prachachat.net
ด้านสังคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาห่วงใยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาส พระองค์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ หลายแห่ง เช่น ชุมชนแออัดพระโขนง เขตคลองเตย เขตยานนาวา รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนโครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน โครงการปราบปรามยาเสพติด
ในปี พ.ศ. 2549 พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส ณ ร้านข้าวต้มอั้งม้อของภักดี พรมเมน ปี พ.ศ. 2554 โปรดให้พลอากาศโท ภักดี แสงชูโต นำผ้าห่มกันหนาว 20,000 ผืน ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ ที่ประเทศญี่ปุ่น และในปี พ.ศ. 2561 พระราชทานของยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากเหตุเขื่อนทรุดตัวที่ประเทศลาว
นอกจากนี้พระองค์ยังพระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนมีความเสียสละ สมัครสมานสามัคคี สร้างสรรค์ความดีเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

Credit: royaloffice.th
ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับหน่วยราชการต่าง ๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจร และอื่น ๆ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ปรากฏว่ามีประชาชนสมัครเข้าร่วมจำนวนมากจนเสื้อยืดคอโปโลสีดำ “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ที่พระราชทานให้ประชาชนจำนวน 770,000 ตัว ถูกแจกจ่ายจนหมด ซึ่งหมายความว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 770,000 คน และอาจจะถึง 1 ล้านคน เพราะมีประชาชนอีกมากที่เข้าร่วมโครงการแม้จะไม่ได้รับเสื้อ ถือเป็นโครงการที่มีประชาชนเข้าร่วมและประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง ทั้งนี้จิตอาสาแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ
ด้านศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาเป็นประจำ เช่น ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามตามฤดูกาล รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานถ้วยรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ

Credit: posttoday.com
ด้านกีฬา
ปี พ.ศ. 2558 มีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานทั่วประเทศ ในชื่อกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่” (Bike for Mom) เฉลิมพระเกียรติพระราชมารดาของพระองค์ในวันที่ 16 สิงหาคม และกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” (Bike for Dad) เฉลิมพระเกียรติพระราชบิดาของพระองค์ในวันที่ 11 ธันวาคม โดยระบุว่าเป็นไปตามพระราชดำริขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการส่งเสริมการออกกำลังกาย ซึ่งทั้งสองกิจกรรมพระองค์ทรงร่วมปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ ด้วย

Credit: thairath.co.th
นอกจากนี้ พระองค์พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561 และทรงนำประชาชนปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กิโลเมตร โดยกิจกรรมนี้มีพระราชานุญาตให้จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความใกล้ชิดกัน อีกทั้งผู้ที่ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานยังแสดงให้เห็นการรวมพลังความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ และเห็นความสำคัญในการออกกำลังกายและส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์
สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ขอขอบคุณ ข้อมูลเครดิตจาก https://www.cea.or.th/en/news-updates/King-10-2022
ที่มา:
บทความ “10 พระราชกรณียกิจน่ารู้ ของในหลวงรัชกาลที่ 10” จาก sdo.rtarf.mi.th
บทความ “จิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ โครงการพระราชทานของในหลวง ร.10” จาก thansettakij.com
บทความ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” จาก th.wikipedia.org
โครงการ 1 : ยกระดับสวนสาธารณะบึงหนองบอน และ Pocket Park 72 แห่ง
เพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแบบครบวงจร ให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนพื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง (outdoor public space) หรือ Pocket Parks 72 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงพื้นที่พักผ่อนแบบเปิดโล่งได้ใกล้บ้าน
.โครงการ 2 : 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า
โครงการรวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วนร่วมกันปลูกป่า และบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อคืนธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ คืนอากาศสะอาดให้กับประชาชน
.โครงการ 3 : แหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 72 แห่ง
ขยายผลต่อยอด จากโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศ ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี
.โครงการ 4 : 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข
พัฒนาแม่น้ำ ลำคลองที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตลอดสองฝั่งคลอง นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ รวม 10 แห่ง
.โครงการ 5 : พัฒนา 72 สายน้ำอย่างยั่งยืน ดำเนินการขุดลอกคลองและอ่างเก็บน้ำ 72 แห่ง
เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำรองรับน้ำฝนในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง และบริหารจัดการน้ำรวมถึงแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน
.โครงการ 6 : ยกระดับ รพ.สมเด็จพระยุพราช รพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ รพ.ชัยพัฒน์ และหน่วยบริการปฐมภูมิ 72 แห่ง
ยกระดับการขยายบริการทางการแพทย์ และขยายศักยภาพการรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีความซ้ำซ้อน และลดการส่งต่อผู้ป่วย ลดความแออัด ลดระยะการรอคอยเข้ารับการบริการด้านสาธารณสุขของประชาชน
.โครงการ 7 : พัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย
จัดหาที่ดินที่ของเหล่าทัพทั่วประเทศ 72,000 ไร่ จัดสรรให้กับประชาชนได้ใช้ประโยชน์เป็นที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยซ่อมแซมบ้านพักอาศัยสำหรับคนพิการ 720 หลัง และผู้ด้อยโอกาส 720 หลัง
โครงการ 8 : บริจาคโลหิต 10,000,000 CC
รวมพลังจิตอาสาทั่วประเทศจากทุกภาคส่วนบริจาคโลหิตรวม 10 ล้าน CC เพื่อมอบให้แก่สภากาชาดไทยสำหรับใช้เป็นโลหิตสำรองให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ
โครงการ 9 : จัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ 72,000 ชุด
ช่วยเหลือผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย หรือผู้มีแนวโน้มจะเป็นคนพิการที่มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการ ให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้อย่างเท่าเทียม และดำรงชีวิตด้วยตนเองได้อย่างอิสระ
โครงการ 10 : หลอมรวมใจ มอบน้ำใสสะอาดให้โรงเรียน
บูรณาการการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาในโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ ตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามวิธีการมาตรฐานที่ได้รับการรับรองเพื่อให้เหมาะกับการอุปโภคและบริโภคต่อไป
เครดิต: https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/83412
ข่าวประชาสัมพันธ์
เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติสำนักงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี เริ่มก่อตั้ง แต่ปี พ.ศ. 2472 เดิมตั้งอยู่บริเวณศาลากลางหลังเก่า ซึ่งอยู่ระหว่างห้องสมุดประชาชนจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันตก ต่อมามีผู้บริจาคที่ดินให้สร้างศาลากลางหลังใหม่เพราะหลังเก่าชำรุดและเล็กมากอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวิไล ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จึงได้ย้ายมาตั้ง ณ ศาลากลางหลังใหม่ พ.ศ. 2519 ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2549 องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้ให้ยืมอาคารบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีหลังเก่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
เดิมสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี สังกัดกรมอัยการ ซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทยต่อมาคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 47 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 48 เรื่องการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ทั้งนี้โดยมีเจตนารมณ์ที่จะปรับปรุงระบบบริหารงานยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับงานของอัยการให้มีความเป็นอิสระเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ยิ่งขึ้น และเพื่อมิให้อิทธิพลทางการเมืองก้าวก่ายการดำเนินคดี ซึ่งจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนโดยส่วนรวมยิ่งขึ้น จึงให้แยกกรมอัยการออกจากกระทรวงมหาดไทย เป็นส่วนราชการอิสระ ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวงใด โดยใช้ชื่อว่า “สำนักงานอัยการสูงสุด” อยู่ภายใต้การกำกับดูและของนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2558 สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานีได้ย้ายมาทำการ ณ อาคารสำนักแห่งใหม่ ตั้งอยู่ เลขที่ 89 หมู่ 4 ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ประกอบด้วยอาคารสำนักงานและสิ่งก่อสร้างประกอบ อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการอัยการ บ้านพักอัยการศาลสูง และบ้านพักข้าราชการธุรการ งบประมาณการก่อสร้าง 89,900,000.00 บาท (แปดสิบเก้าล้านเก้าแสนบาทถ้วน)

ในปีพุทธศักราช 2563 สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี ได้รับอนุญาตจากสำนักงานอัยการสูงสุดให้ใช้พื้นที่สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานีเป็นที่ตั้งในการสร้าง พระพุทธรูปประจำสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี “หลวงพ่อทองคำ” พร้อมกับหอพระประดิษฐานพระพุทธรูปประจำสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โดยมี นายวิเชียร พัชรธรรมพันธุ์
ดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานดำเนินการ ร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษาสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี ข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี สำนักงานอัยการศาลสูงจังหวัดปทุมธานี และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดปทุมธานี
พระพุทธรูปประจำสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี “หลวงพ่อทองคำ” ตั้งบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานีเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองเหลือง
ปิดทองแท้ หน้าตัก 25 นิ้ว ความสูง 2.08 เมตร โดยหอพระฯรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย มีขนาดกว้าง 400 เซนติเมตร ความยาว 400 เซนติเมตร ความสูง 680 เซนติเมตร เพื่อเป็นที่สักการบูชาของข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนชาวเมืองลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และบริเวณใกล้เคียง
วิสัยทัศน์ (Vision)
“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”
พันธกิจ (Missions)
1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงสร้าง (Structure)

วัฒนธรรมองค์กร

อำนาจหน้าที่
เมื่อกล่าวถึงอัยการประชาชนส่วนมากจะไม่ทราบถึงอำนาจหน้าที่ของอัยการอย่างถูกต้องแท้จริงประชาชนส่วนมากมักจะทราบแต่เพียง ว่า อัยการมีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีอาญา โดยมักจะพูดกันอยู่เสมอว่า “อัยการมีหน้าที่เอาคนเข้าคุก” ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่ มีกฎหมายฉบับใดที่ให้อำนาจอัยการเอาคนเข้าคุกที่ถูกต้องแล้ว อัยการมีอำนาจหน้าที่อย่างไรจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งพอสรุปได้ ดังนี้
1. อำนวยความยุติธรรมได้แก่การบริหารงานยุติธรรมในส่วนของฝ่ายบริหารของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยในชีวิต ร่าง กายและทรัพย์สิน โดยพนักงานอัยการจะเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบ สวนเสนอมา แล้ววินิจฉัยสั่ง คดีตลอด ทั้งดำเนินคดีอาญาทางศาลในฐานะทนายแผ่นดินตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาและกฎหมายอื่นๆ ซึ่งบัญญัติว่าเป็น อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐได้แก่ การพิจารณาและให้คำปรึกษาในด้านกฎหมายแก่ส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐตรวจร่าง สัญญาตอบข้อหารือ
3. คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนได้แก่ การคุ้มครองสิทธิและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนที่กฎหมายกำหนด ไว้ให้เป็นอำนาจของพนักงานอัยการ เช่น ในคดีแพ่งให้พนักงานอัยการเข้าไปคุ้มครองสิทธิของบุคคลไร้ความสามารถเสมือน ไร้ความสามารถคนสาบสูญการร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกนอกจากนั้นยังดำเนิน การให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดีแก่ประชาชนผู้ยากไร้โดยจัดหาทนายอาสาให้ ตลอดทั้งการ เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนทั่วไป
เขตอำนาจหน้าที่
สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานีมีเขตอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนและการดำเนินคดีในท้องที่ ประกอบด้วย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอสามโคก และอำเภอลาดหลุมแก้ว ประกอบด้วย สถานที่ตำรวจภูธร 6 แห่ง ได้แก่
1. สถานทีตำรวจภูธรเมืองปทุมธานี
2. สถานีตำรวจภูธรสามโคก
3. สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต
4. สถานีตำรวจภูธรสวนพริกไทย
5. สถานีตำรวจภูธรคูบางหลวง
6. สถานีตำรวจภูธรลาดหลุมแก้ว
บุคลากร
ข้าราชการอัยการ

ข้าราชการธุรการ


จ้างเหมาบริการ

สถิติคดี

ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี
ถนนปทุมธานี – ลาดหลุมแก้ว (ถ.346)
89 หมู่ 4 ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
โทรศัพท์ 0 2599 1900 , 0 2599 1901 , 0 2599 1902 และ 0 2599 1904 จัดการมรดกหรือปรึกษาทางกฏหมาย 0 2599 1884
โทรสาร 0 2599 1906 และ 0 2599 1907
E-mail : pathum@ago.go.th
![]()


















































































































































































































































































































































































