ข่าวประชาสัมพันธ์


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
ขอเชิญร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนต์พรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2568
พระราชกรณียกิจของในหลวง รัชกาลที่ 10
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจมากมายมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อทำนุบำรุงสุขให้แก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศเสมอมา

ด้านการบินและการทหาร
ปี พ.ศ. 2522 พระองค์ทรงเริ่มฝึกบินเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1H และเฮลิคอปเตอร์แบบ UH-1N และหลักสูตรเฮลิคอปเตอร์โจมตีติดอาวุธ (gunship) ของกองทัพบก ปี พ.ศ. 2537 ทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี/เอฟ ปี พ.ศ. 2552 ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ในเที่ยวบินสายใยรักแห่งครอบครัว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์ สำหรับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (เที่ยวบินที่ ทีจี 8870 (กรุงเทพฯ ถึงจังหวัดเชียงใหม่) และเที่ยวบินที่ ทีจี 8871 (จังหวัดเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ)

Credit: bangkokbiznews.com
สำหรับด้านการทหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้านการทหารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากจะทรงรับการศึกษาด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลีย ยังทรงพระวิริยะอุตสาหะเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านวิทยาการการบิน พระองค์ทรงรับราชการทหารมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2518 และทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พล.อ. พล.ร.อ. และ พล.อ.อ. โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ที่เขาล้าน จังหวัดตราด อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีการด้านทหาร อาทิ งานวันราชวัลลภ
ด้านการต่างประเทศ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีป เช่น อิตาลี จีน ญี่ปุ่น อิหร่าน เนปาล ศรีลังกา เปรู ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฯลฯ นอกจากจะมุ่งเจริญสัมพันธไมตรีแล้ว พระองค์ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการทอดพระเนตรและศึกษากิจการต่าง ๆ ที่จะทรงนำประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย เช่น กิจการทหาร ศิลปวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน ฯลฯ

Credit: oknation.net
ด้านการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้อาคารของกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ต่อมาโรงเรียนได้ย้ายไปที่จังหวัดนนทบุรีและได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่าโรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ และโอนไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติเมี่อ พ.ศ. 2534 โดยดำเนินการสอนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
พระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสนับสนุนให้กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร 6 แห่ง และทรงรับโรงเรียนมัธยมศึกษา 15 แห่งไว้ในพระราชูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เพื่อสนับสนุนผู้ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า โดยเป็นทุนให้เปล่า นับเป็นการสร้างบุคลากรคุณภาพในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น ครู แพทย์ ตำรวจ ทหาร ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

Credit: mgronline.com
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเสด็จพระราชบิดาและพระราชมารดาไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบทเสมอ จึงมีพระราชประสงค์ให้ราษฎรได้รับการรักษาพยาบาลทั่วถึงและมีมาตรฐาน เป็นที่มาของการจัดตั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในท้องถิ่นห่างไกลและกันดารขึ้นใน พ.ศ. 2520 สำหรับเงินในการจัดตั้งมาจากการบริจาคของรัฐบาลและประชาชนทั่วไปผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ปัจจุบันมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสังกัดกระทรวงสาธารณสุขรวม 21 แห่ง
ปี พ.ศ. 2560 พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายสมุดไดอารีภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ. 2562 พระองค์พระราชทานพระราชทรัพย์ 2,407 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ให้แก่สถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยเป็นเงินที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายในการร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 และเงินรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”

Credit: royaloffice.th
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแต่งตั้งคณะกรรมการ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในปี พ.ศ. 2562 เพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของผู้ต้องขัง ให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างเท่าเทียมตามหลักมนุษยธรรม ทั้งนี้เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ ออกมาสู่สังคมภายนอก และประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพ
ปี พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “ห้องตรวจหาเชื้อ (Modular Swab Unit)” ซึ่งเป็นหนึ่งใน “โครงการเครื่องช่วยหายใจและเครื่องมือแพทย์พระราชทาน” เพื่อรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์ให้เอสซีจีดำเนินการก่อสร้างให้โรงพยาบาลต่าง ๆ 20 แห่งทั่วประเทศ
ด้านการเกษตร
ปี พ.ศ. 2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห หมู่ที่ 4 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,350 ไร่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดตั้งคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ คลินิกดังกล่าวพระราชทานนามว่า “เกษตรวิชญา” แปลว่าปราชญ์แห่งการเกษตร ทำหน้าที่เผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ฯ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน ทั้งยังเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

Credit: porpeang.org
นอกจากนี้ยังทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมกิจการด้านเกษตรกรรม เช่น เสด็จฯ เป็นองค์ประธานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นพิธีที่จัดขึ้นในเดือนหกของทุกปีหรือราวเดือนพฤษภาคม เพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย

Credit: prachachat.net
ด้านสังคม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาห่วงใยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาส พระองค์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ หลายแห่ง เช่น ชุมชนแออัดพระโขนง เขตคลองเตย เขตยานนาวา รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนโครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน โครงการปราบปรามยาเสพติด
ในปี พ.ศ. 2549 พระองค์เสด็จฯ เยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาความไม่สงบในจังหวัดนราธิวาส ณ ร้านข้าวต้มอั้งม้อของภักดี พรมเมน ปี พ.ศ. 2554 โปรดให้พลอากาศโท ภักดี แสงชูโต นำผ้าห่มกันหนาว 20,000 ผืน ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ ที่ประเทศญี่ปุ่น และในปี พ.ศ. 2561 พระราชทานของยังชีพไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากเหตุเขื่อนทรุดตัวที่ประเทศลาว
นอกจากนี้พระองค์ยังพระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนมีความเสียสละ สมัครสมานสามัคคี สร้างสรรค์ความดีเพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

Credit: royaloffice.th
ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ ร่วมกับหน่วยราชการต่าง ๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจร และอื่น ๆ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเปิดให้ประชาชนทั่วประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ปรากฏว่ามีประชาชนสมัครเข้าร่วมจำนวนมากจนเสื้อยืดคอโปโลสีดำ “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ที่พระราชทานให้ประชาชนจำนวน 770,000 ตัว ถูกแจกจ่ายจนหมด ซึ่งหมายความว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 770,000 คน และอาจจะถึง 1 ล้านคน เพราะมีประชาชนอีกมากที่เข้าร่วมโครงการแม้จะไม่ได้รับเสื้อ ถือเป็นโครงการที่มีประชาชนเข้าร่วมและประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่ง ทั้งนี้จิตอาสาแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ จิตอาสาพัฒนา จิตอาสาภัยพิบัติ และจิตอาสาเฉพาะกิจ
ด้านศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาเป็นประจำ เช่น ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามตามฤดูกาล รวมถึงเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานถ้วยรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ

Credit: posttoday.com
ด้านกีฬา
ปี พ.ศ. 2558 มีการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานทั่วประเทศ ในชื่อกิจกรรม “ปั่นเพื่อแม่” (Bike for Mom) เฉลิมพระเกียรติพระราชมารดาของพระองค์ในวันที่ 16 สิงหาคม และกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” (Bike for Dad) เฉลิมพระเกียรติพระราชบิดาของพระองค์ในวันที่ 11 ธันวาคม โดยระบุว่าเป็นไปตามพระราชดำริขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการส่งเสริมการออกกำลังกาย ซึ่งทั้งสองกิจกรรมพระองค์ทรงร่วมปั่นจักรยานในกรุงเทพฯ ด้วย

Credit: thairath.co.th
นอกจากนี้ พระองค์พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” ในงาน “อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” ในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561 และทรงนำประชาชนปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” เส้นทางพระลานพระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กิโลเมตร โดยกิจกรรมนี้มีพระราชานุญาตให้จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนมีความใกล้ชิดกัน อีกทั้งผู้ที่ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานยังแสดงให้เห็นการรวมพลังความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ และเห็นความสำคัญในการออกกำลังกายและส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์
สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ขอขอบคุณ ข้อมูลเครดิตจาก https://www.cea.or.th/en/news-updates/King-10-2022
ที่มา:
บทความ “10 พระราชกรณียกิจน่ารู้ ของในหลวงรัชกาลที่ 10” จาก sdo.rtarf.mi.th
บทความ “จิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ โครงการพระราชทานของในหลวง ร.10” จาก thansettakij.com
บทความ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” จาก th.wikipedia.org

สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาประชุมลงนามประกาศเจตนารมณ์ว่า

“สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานที่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนในหน่วยงานไม่รับของขวัญและของกํานัลทุกชนิดทั้งในขณะ/ก่อน/หลังจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)”
พระราชกรณียกิจแรกในฐานะสมเด็จพระราชินี

ภายหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 แล้วนั้น พระราชกรณียกิจแรกในฐานะสมเด็จพระราชินี คือโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ณ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า นำมาซึ่งความปลื้มปีติของพสกนิกรเป็นล้นพ้นที่ได้ยลพระสิริโฉมอย่างใกล้ชิดเป็นครั้งแรก
พระราชกรณียกิจวันสตรีไทย ปี 2562

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ไปทรงเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด ‘สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน’ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี
พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงดำรงพระองค์เป็นพุทธมามกะ ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นเครื่องทรงฤดูฝน เครื่องทรงฤดูหนาว และเครื่องทรงฤดูร้อน
นอกจากนั้นแล้ว เมื่อถึงฤดูกาลทอดกฐิน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จฯ ไปในการถวายผ้าพระกฐินในพระอารามหลวงต่างๆ
พระราชกรณียกิจด้านการทหาร

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงดำรงพระยศ พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รองผู้บัญชาการสูงสุด หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ในพิธีสวนสนามวันกองทัพไทยปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปในพิธีสวนสนามถวายสัตย์ปฏิญาณของทหารและตำรวจ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และวันกองทัพไทย 18 มกราคมของทุกปี ณ ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี โดยปีนี้เป็นการสวนสนามครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกในรัชสมัยปัจจุบัน
พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา

สมเด็จพระนาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อ พ.ศ. 2543 เมื่อมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้จัดงานเฉลิมฉลอง 50 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานงานเฉลิมฉลอง และทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขต สุวรรณภูมิ
พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปทอดพระเนตรโครงการพระราชทานความช่วยเหลือประชาชน ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ณ กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เช่น การเย็บถุงพระราชทาน การสาธิตทำเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ การทำ Silk Screen ลงบนผ้า เพื่อนำมาเย็บเป็นถุงผ้าพระราชทาน ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงเย็บหน้ากากผ้าสำหรับเป็นตัวอย่างให้กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์นำไปผลิตเพื่อพระราชทานแก่ข้าราชบริพารและราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย
นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์สื่อสาร จำนวน 8 คัน ให้แก่ ศูนย์อำนวยการแพทย์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า จำนวน 4 แห่ง นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่พสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง
เครดิต : สำนักงานอัยการภาค 5 https://www1.ago.go.th/rg5/queen-tenth-king/

10 โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในนามรัฐบาล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567

โครงการ 1 : ยกระดับสวนสาธารณะบึงหนองบอน และ Pocket Park 72 แห่ง
เพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแบบครบวงจร ให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนพื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง (outdoor public space) หรือ Pocket Parks 72 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงพื้นที่พักผ่อนแบบเปิดโล่งได้ใกล้บ้าน
.โครงการ 2 : 72 ล้านต้น พลิกฟื้นผืนป่า
โครงการรวมพลังจิตอาสาทุกภาคส่วนร่วมกันปลูกป่า และบำรุงรักษาต้นไม้ เพื่อคืนธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ คืนอากาศสะอาดให้กับประชาชน
.โครงการ 3 : แหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 72 แห่ง
ขยายผลต่อยอด จากโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งทั่วประเทศ ให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี
.โครงการ 4 : 10 คลองสวย น้ำใส คนไทยมีสุข
พัฒนาแม่น้ำ ลำคลองที่เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลาให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตลอดสองฝั่งคลอง นำร่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ รวม 10 แห่ง
.โครงการ 5 : พัฒนา 72 สายน้ำอย่างยั่งยืน ดำเนินการขุดลอกคลองและอ่างเก็บน้ำ 72 แห่ง
เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำรองรับน้ำฝนในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง และบริหารจัดการน้ำรวมถึงแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน
.โครงการ 6 : ยกระดับ รพ.สมเด็จพระยุพราช รพ.ชุมชนเฉลิมพระเกียรติ รพ.ชัยพัฒน์ และหน่วยบริการปฐมภูมิ 72 แห่ง
ยกระดับการขยายบริการทางการแพทย์ และขยายศักยภาพการรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางที่มีความซ้ำซ้อน และลดการส่งต่อผู้ป่วย ลดความแออัด ลดระยะการรอคอยเข้ารับการบริการด้านสาธารณสุขของประชาชน
.โครงการ 7 : พัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย
จัดหาที่ดินที่ของเหล่าทัพทั่วประเทศ 72,000 ไร่ จัดสรรให้กับประชาชนได้ใช้ประโยชน์เป็นที่ดินทำกินหรือที่อยู่อาศัยซ่อมแซมบ้านพักอาศัยสำหรับคนพิการ 720 หลัง และผู้ด้อยโอกาส 720 หลัง
โครงการ 8 : บริจาคโลหิต 10,000,000 CC
รวมพลังจิตอาสาทั่วประเทศจากทุกภาคส่วนบริจาคโลหิตรวม 10 ล้าน CC เพื่อมอบให้แก่สภากาชาดไทยสำหรับใช้เป็นโลหิตสำรองให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ
โครงการ 9 : จัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ 72,000 ชุด
ช่วยเหลือผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย หรือผู้มีแนวโน้มจะเป็นคนพิการที่มีรายได้น้อยที่เข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการ ให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้อย่างเท่าเทียม และดำรงชีวิตด้วยตนเองได้อย่างอิสระ
โครงการ 10 : หลอมรวมใจ มอบน้ำใสสะอาดให้โรงเรียน
บูรณาการการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงคุณภาพน้ำประปาในโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ ตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามวิธีการมาตรฐานที่ได้รับการรับรองเพื่อให้เหมาะกับการอุปโภคและบริโภคต่อไป
เครดิต: https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/83412
7มกราคม 2568
เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติความเป็นมา
สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาเป็นหน่วยงานภายในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุดและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานอัยการภาค 1 เดิมมีที่ทำการอยู่ในศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.ท่านสุชาติ ไตรประสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ได้ปรารภกับท่านบรรจง กันตวิรุต ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในขณะนั้น ขอที่ดินเพื่อจัดสร้างอาคารสำนักงานอัยการในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับความกรุณาจัดที่ดินให้ 4 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา รวมทั้งได้ขอที่ดินเพิ่มอีก 2 งาน 72 ตารางวา จากนายจตุรงค์นางขวัญลักษณ์ ด่านชัยวิโรจน์ และนายวรพจน์ นายสมพิศ ด่านชัยวิจิตร ผู้บริจาคที่ดินให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อสร้างศูนย์ราชการ และได้เริ่มทำการก่อสร้างอาคารสำนักงานอัยการภาค 1 แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2539 งานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2542 ลักษณะตัวอาคารสำนักงานอัยการภาค 1 เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ตามแบบของกรมโยธาธิการหลังคาสีน้ำเงินจำนวน 2 หลัง ต่อเชื่อมกัน ต่อมาเดือนมกราคม 2543 สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา จึงย้ายที่ทำการจากศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาอยู่ที่อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงานอัยการภาค 1 โดยมี นายอิทธิพล ปุราสะเก อัยการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
ข้อมูลอัพเดท ล่าสุด วันที่ 1 เมษายน 2568



อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้
(มาตรา ๒๓) สำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชากร เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอัยการแล้ว ให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครอง ป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
(๒) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
(๓) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
(๕) ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๖) ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
(๗) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
(๘) ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด มีดังนี้
(มาตรา ๒๗) ให้อัยการสูงสุดมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามเป้าหมาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด
(๒) ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการ ปฏิบัติราชการ และบริหารงานบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของราชการ
(๓) บริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่ง อัยการสูงสุดอาจมอบอำนาจให้รองอัยการสูงสุด หรือข้าราชการฝ่ายอัยการผู้หนึ่งผู้ใดปฏิบัติหน้าที่แทนได้
ให้อัยการสูงสุดโอยความเห็นชอบของ ก.อ. มีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ มีดังนี้
มาตรา ๑๔ พนักงานอัยการมีอำจานและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
(๒) ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและ ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการ
(๓) ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลากรทั้งปวง กับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของ สำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
(๔) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้ กระทำตามคำสั่งของเจ้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
(๕) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
(๖) ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
(๗) ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึด ทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
(๘) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
(๙) อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตรา ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำ โดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมไม่ได้
พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไป ตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ (Missions)
- อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
- รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
- รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
- พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
- P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
- U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
- B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
- L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
- I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
- C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
โครงสร้าง (Structure)



นายอิทธิพล ปุราสะเก
อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค ๑
รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา

นายณัฐพงษ์ ห้วยหงษ์ทอง
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
(ปฏิบัติหน้าที่กลั่นกรองงาน)

นางสาวฝนทิพย์ แจ่มจำรัส
รองอัยการจังหวัด

นางสาวภัทริน รินทร์ธราศรี
รองอัยการจังหวัด

นางวันนิศา นกงาม
รองอัยการจังหวัด

นายภาณุพงศ์ ประดิษฐ์ผล
รองอัยการจังหวัด

นายดนุพล จาตุรนต์พงศา
อัยการจังหวัดผู้ช่วย

นางนิศาชล จันทรังษี
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ

นางสาวเหมวรรณ เสถียรรูป
นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ

นางสาวลธิตา เงินมูล
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

นางสาวปาลิดา นิลคข
นิติกรปฏิบัติการ

นางสาวศศิมา จันทร์ทรัพย์
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

นายศรรัก เสาไพบูลย์
พนักงานขับรถยนต์

นางสาววรัญญา มณฑา
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นายวิฑูร รัมมะสังข์
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

นางสาวประภาวดี จำนงค์สุทธิ์
นิติกรปฏิบัติการ

นางสาวณฑิชา นากสุวรรณชาติ
นิติกรชำนาญการ

นายชลพัฒน์ ดวงภักดี
นิติกรปฏิบัติการ

นางสาวชญานิศ จันสา
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

นางสาววรรณวิมล สุดสวาท
พนักงานธุรการ

นางสาวขนิษฐา ชาวอบทม
นักการภารโรง
Update 1 ตุลาคม 2568
| 1. นายสมมาท อินทโรดม | พ.ศ. 2518 – 2520 |
| 2. นายสกล วินชชานนท์ | พ.ศ. 2520 – 2521 |
| 3. นายไพศาล แจ่มเหมือน | พ.ศ. 2521 – 2522 |
| 4. นายอภิชาต อาสภวิริยะ | พ.ศ. 2522 – 2523 |
| 5. นายคณิต มีรักษา | พ.ศ. 2523 – 2525 |
| 6. นายสุทัศน์ ม่วงศิริ | พ.ศ. 2525 – 2526 |
| 7. นายวัฒนา อารีรัชกุล | พ.ศ. 2526 – 2527 |
| 8. นายปฏิภาณ จินารัตน์ | พ.ศ. 2527 – 2529 |
| 9. นายสมบูรณ์ บริสุทธิ์ | พ.ศ. 2529 – 2530 |
| 10. นายสมภพ กิติสุธาธรรม | พ.ศ. 2530 – 2532 |
| 11. นายนพดล วิลาวรรณ | พ.ศ. 2532 – 3534 |
| 12. ร.ท.สถิตย์ นิมิตรศิลป์ | พ.ศ. 2534 – 2536 |
| 13. นางศรีนิดา พรหมหิตาธร | พ.ศ. 2536 – 2538 |
| 14. นายทัศนัย ปลอดเปลี่ยว | พ.ศ. 2538 – 2539 |
| 15. นายเดชอุดม วีระวานิช | พ.ศ. 2539 – 2540 |
| 16. นายดําริ เฉลิมวงศ์ | พ.ศ. 2540 – 2541 |
| 17. นายชัยโรจน์ เกิดวิบูลย์เวช | พ.ศ. 2541 – 2542 |
| 18. นางสาวภิญทพ บุนนาค | พ.ศ. 2542 – 2543 |
| 19. นางสาวบุญทอง เอี่ยมอร่ามศักดิ์ | พ.ศ. 2543 – 2544 |
| 20. นางกุลวดี ฤกษ์สมบูรณ์ดี | พ.ศ. 2544 – 2545 |
| 21. นายสุชาติ หล่อโลหการ | พ.ศ. 2545 – 2546 |
| 22. นายนิพนธ์ บุรัสการ | พ.ศ. 2546 – 2547 |
| 23. นายภควัต สุวรรณวงศ์ | พ.ศ. 2547 – 2548 |
| 24. นายพันธุ์โชติ บุญศิริ | พ.ศ. 2548 – 2549 |
| 25. นายนิพนธ์ ผังสุวรรณดํารง | พ.ศ. 2549 – 2550 |
| 26. นางสิริญา อินทามระ | พ.ศ. 2550 – 2551 |
| 27. นายเทอดศักดิ์ พาหุสัจจะลักษณ์ | พ.ศ. 2551 – 2553 |
| 28. นายเสนีย์ ประภัสสรางกูร | 1 เม.ย. 2553 – 31 มี.ค. 2554 |
| 29. นางศศิเพ็ญ นุชนารถ | 1 เม.ย. 2554 – 31 มี.ค. 2555 |
| 30. นางสาวบงกชทพ เสรีเลิศวิวัฒน์ | 2 เม.ย. 2555 – 31 มี.ค. 2557 |
| 31. นางประไพ จิระพรวัชรานนท์ | 1 เม.ย. 2557 – 31 มี.ค. 2558 |
| 32. นายวีรพล โมระกรานต์ | 1 เม.ย. 2558 – 31 มี.ค. 2559 |
| 33. นางจุไรรัตน์ สายเจริญ | 1 เม.ย. 2559 – 31 มี.ค. 2560 |
| 34. นายสันติ พงษ์โต | 1 เม.ย. 2560 – 31 มี.ค. 2561 |
| 35. นายสุกรี เกษอมรวัฒนา | 1 เม.ย. 2561 – 31 มี.ค. 2562 |
| 36. นางสาวพรพิชชา สองสี | 1 เม.ย. 2562 – 31 มี.ค. 2563 |
| 37. นางนารีรัตน์ ไพศาลธนวัฒน์ | 1 เม.ย. 2563 – 31 มี.ค. 2564 |
| 38. นางสาวกัลยกร เทียนสวัสดิ์ | 1 เม.ย. 2564 – 31 มี.ค. 2565 |
| 39. นายณฐกร นวลทอง | 1 เม.ย. 2565 – 31 มี.ค. 2566 |
| 40. นายบุญฉลอง มีการุณ | 1 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567 |
| 41. นายสิริพงษ์ สิริเสรีภาพ | 1 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568 |
| 42. นายอิทธิพล ปุราสะเก | 1 เม.ย. 2568 – ปัจจุบัน |
ข้อมูล อัพเดท
6 มกราคม 2569
| ประเภทสำนวน/ ปี พ.ศ. | ส.๑ | ส.๑ ฟื้นฟู | ส.๒ | ส.๒ ก | ส.๓ | ส.๔ (วาจา) | ส.๕ ก (คดีแพ่ง) | รวม |
| (มกราคม 2569) | ||||||||
| 2568 | 372 | – | 102 | 8 | 3 | 4,488 | 43 | 5,016 |
| 2567 | 364 | 8 | 94 | 4 | 2 | 5,602 | 55 | 6,129 |
| 2566 | 431 | 6 | 154 | 6 | 3 | 4,410 | 61 | 5,071 |
| 2565 | 534 | 101 | 134 | 1,168 | 3 | 4,911 | 58 | 6,909 |
| 2564 | 394 | 1,124 | 154 | 939 | 7 | 2,683 | 53 | 5,354 |
| 2563 | 411 | 1,381 | 154 | 5,791 | 2 | 1.927 | 88 | 9,754 |
| 2562 | 490 | 1,558 | 178 | 2,423 | 2 | 2,415 | 85 | 7,151 |
| 2561 | 535 | 630 | 234 | 11,104 | 22 | 2,697 | 169 | 15,391 |
| 2560 | 645 | 289 | 275 | 40,592 | 34 | 2,171 | 33 | 44,039 |
| 2559 | 864 | 105 | 364 | 14,248 | 84 | 2,509 | 46 | 18,220 |
| 2558 | 503 | 173 | 296 | 15,221 | 77 | 2,691 | 43 | 19,004 |
เอกสารเผยแพร่
จัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ
ติดต่อหน่วยงาน
โทร 035-336600 , 035-336578
สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
อาคารสำนักงานอัยการภาค 1 ตึก 1 ชั้น 1
ถนนสายเอเชีย ตำบลคลองสวนพลู
อำเภอพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
โทรศัพท์ 035-336600 , 035-336578 Fax. 035-336578
e-mail : ayuthya-sum@ago.go.th
![]()





















































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































