เกี่ยวกับสำนักงาน




อำนาจและหน้าที่ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 23
กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดนอกจากมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชาการเพื่อสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอัยการแล้ว ให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด
1. ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
2. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
3. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
4. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
5. ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
6. ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
7. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
8. ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (2) และ (3) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (2) หรือนิติบุคคลตาม (3) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 มีดังนี้
1. อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
2.ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
3. ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโคตุลาการทั้งปวงกับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
4. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดีหรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
5. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (3) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นคู่กรณีและมิใช่กรณีที่พิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
6. ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
7. ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
8. ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
9. อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
10. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตาร 14 (3) (4) และ (5) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำโดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมไม่ได้
พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
เขตอำนาจการดำเนินคดี
สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด มีเขตอำนาจตามเขตอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด ในการดำเนินคดีเด็กและเยาวชน โดยมีเขตอำนาจครอบคลุมพื้นที่จังหวัดตราด ๗ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตราด อำเภอคลองใหญ่ อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเกาะช้าง และอำเภอเกาะกูด มีสถานีตำรวจในความรับผิดชอบตามเขตอำนาจการสอบสวน รวม ๑๒ แห่ง ได้แก่
| เขตอำนาจการปกครอง | เขตอำนาจการสอบสวน |
|---|---|
| ๑. อำเภอเมืองตราด | ๑. สถานีตำรวจภูธรเมืองตราด ๒. สถานีตำรวจภูธรบ้านท่าเลื่อน ๓. สถานีตำรวจภูธรอ่าวช่อ |
| ๒. อำเภอคลองใหญ่ | ๔. สถานีตำรวจภูธรคลองใหญ่ ๕. สถานีตำรวจภูธรไม้รูด |
| ๓. อำเภอเขาสมิง | ๖. สถานีตำรวจภูธรเขาสมิง |
| ๔. อำเภอบ่อไร่ | ๗. สถานีตำรวจภูธรบ่อไร่ ๘. สถานีตำรวจภูธรด่านชุมพล ๙. สถานีตำรวจภูธรหนองบอน |
| ๕. อำเภอแหลมงอบ | ๑๐. สถานีตำรวจภูธรแหลมงอบ |
| ๖. อำเภอเกาะช้าง | ๑๑. สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง |
| ๗. อำเภอเกาะกูด | ๑๒. สถานีตำรวจภูธรเกาะกูด |

วิสัยทัศน์
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ
- อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
- รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
- รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
- พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
- P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
- U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
- B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
- L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
- I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
- C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
โครงสร้าง (Structure)





จ้างเหมาบริการ

นายพรศักดิ์ ทศทิศ
พนักงานขับรถยนต์

นางสาวยุพิน หอยสังข์
นักการภารโรง
ทำเนียบผู้บริหาร

นายโอฬาร เกษตรสาระ
4 เม.ย. 2548 – 31 มี.ค. 2550

นางจารุวัณณ์ เวชสุวรรณรักษ์
1 เม.ย. 2550 – 31 มี.ค. 2551

นายสุรศักดิ์ ปรานศิลป์
1 เม.ย. 2551- 31 มี.ค. 2553

นายสรรพสิทธิ์ เบญจาทิกุล
1 เม.ย. 2553 – 31 มี.ค. 2554

นายกิตติ เรืองรัตนตรัย
1 เม.ย. 2554 – 31 มี.ค. 2556

นางสาวนันทวรรณ ธนาวณิช
1 เม.ย. 2556 – 31 มี.ค. 2557

นายวิชาญ ฤทธิกุล
1 เม.ย. 2557 – 31 มี.ค. 2559

นายสุวิทย์ เทพรินทร์
1 เม.ย. 2559 – 2 เม.ย. 2560

นายสุกรี เกษอมรวัฒนา
3 เม.ย. 2560 – 1 เม.ย. 2561

นายสมคะเน แสงทอง
2 เม.ย. 2561 – 31 มี.ค. 2562

นายสุทัศน์ วัฒนกูล
1 เม.ย. 2562 – 31 มี.ค.2563

ว่าที่ร้อยตรี สมคิด ตุ้มวารี
1 เม.ย. 2563 – 31 มี.ค. 2564

นายพินิจ นิติวิทยาเทพ
1 เม.ย. 2564 – 31 มี.ค. 2565

นายสุทน สุขเม่า
1 เม.ย. 2565 – 31 มี.ค. 2566

นายพิศาล ปัสนานนท์
1 เม.ย. 2566 – 31 มี.ค. 2567

นายทวีชัย สิริวัฒน์กุล
1 เม.ย. 2567 – 31 มี.ค. 2568

นางสาวชลาลัย สุขดี
1 เม.ย. 2568 – ถึงปัจจุบัน

ดาวน์โหลดเอกสาร
- แบบฟอร์มเอกสารทางกฎหมาย
- แบบฟอร์มขอคัดสำนวนการสอบสวน
- แบบฟอร์มใบมอบฉันทะ
- แบบฟอร์มบันทึกทราบนัด
ติดต่อหน่วยงาน
อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด
ที่ตั้ง 329/10 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดตราด 23000
โทรศัพท์ 0-3951-1744 โทรสาร 0-3951-1711
พบเห็นเจ้าหน้าที่ทุจริตสามารถร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่
1. อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตราด
โทร. 0-3951-1711, 0-3951-1744 E-mail : trat-ju@ago.go.th
2. สำนักงานคณะกรรมการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทร.0 2143 9523 โทรสาร 0-2143-9520 E-mail : Cmiss@ago.go.th



























