เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติความเป็นมา

      สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี ได้เปิดทำการครั้งแรกเมื่อประมาณปี พ.ศ.2517 เดิมมีที่ตั้งอยู่ในอาคารศาลากลางจังหวัดชลบุรี

      รวมอยู่ในสำนักงานอัยการเขต 2 ต่อมาปี พ.ศ.2530 สำนักงานอัยการเขต 2 ได้ทำการก่อสร้างอาคารที่ทำการใหม่โดยเชื่อมต่อกับอาคาร

      ศาลากลางจังหวัดชลบุรีทางด้านทิศตะวันตก  และได้ย้ายที่ทำการมาอยู่ที่บริเวณชั้นล่างของอาคารที่ทำการใหม่ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน

อาคารสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี ห้อง 104
ถนนมนตเสวี  ตำบลบางปลาสร้อย  อำเภอเมืองชลบุรี  จังหวัดชลบุรี  20000

ภารกิจและหน้าที่

          นโยบายอัยการสูงสุดภารกิจและหน้าที่ของพนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี

           พนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรีมีอำนาจฟ้องผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาทุกประเภทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงชลบุรี และมีอำนาจในการว่าต่างและแก้ต่างให้กับหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เทศบาล หรือนิติบุคคลของรัฐ ซึ่งมิใช่เป็นคดีพิพาทกับรัฐบาล ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงชลบุรี ซึ่งได้แก่ คดีอาญาในฐานความผิดที่มีอัตราโทษตามกฎหมายจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000.- บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดตามพระราชบัญญัติต่างๆ ที่มีอัตราโทษดังกล่าว และเมื่อฟ้องผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลแล้ว พนักงานอัยการมีหน้าที่ในการนำเสนอพยานหลักฐานต่างๆ ต่อศาล เพื่อที่จะแสดงได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

           ส่วนในคดีแพ่งเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันหรือจำนวนเงินที่ฟ้องไม่เกิน 300,000.- บาท ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐจะฟ้องร้องคดีต่อศาลหรือถูกบุคคลอื่นฟ้องร้องคดีต่อศาล พนักงานอัยการมีหน้าที่ในการว่าต่างและแก้ต่างคดีให้กับหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการล้วนเป็นไปเพื่อการอำนวยความยุติธรรมในทางอาญาและรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและรักษาความสงบสุขเรียบร้อยของสังคม

           นอกจากนี้พนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรียังมีอำนาจและหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งได้แก่ การร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวจำเลยหรือผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การเข้าร่วมในการสอบสวนผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็ก ในคดีความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป หรือคดีทำร้ายร่างกายในคดีที่เด็กร้องขอ การเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพการตายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติตามหน้าที่ (การวิสามัญฆาตกรรม) หรือการตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน เช่น นักโทษตายในเรือนจำ หรือผู้ต้องหาตายในห้องควบคุมของเจ้าพนักงานตำรวจ การดำเนินคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เช่นคดีอุทลุม ซึ่งห้ามมิให้ผู้สืบสันดาน ( ลูก,หลาน) ดำเนินคดีกับบุพการี (บิดา,มารดา,ปู่,ย่า,ตา,ยาย) กฎหมายก็ได้กำหนดให้พนักงานอัยการฟ้องคดีแทนบุคคลดังกล่าวได้โดยเฉพาะ และพนักงานอัยการในฐานะเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจในการฟ้องร้องนิติบุคคลที่ทำผิดสัญญาตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000.- บาทได้ด้วย ซึ่งเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในฐานะผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง

             อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี ตามกฎหมาย มีดังนี้
อำนวยความยุติธรรม

           พนักงานอัยการจะพิจารณารวบรวมข้อมูลอรรถคดี และวินิจฉัยสั่งคดีทั้งปวง ดำเนินคดีอาญาทางศาล และดำเนินอรรถคดี ตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการในฐานะทนายแผ่นดิน ดังนี้

– ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจ และหน้าที่ของพนักงานอัยการ (พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11(1)) เช่น

(1) ฟ้องคดีอาญาต่อศาลชั้นต้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28) ตลอดจนฟ้องอุทธรณ์ ฟ้องฎีกา และแก้ฟ้องอุทธรณ์ แก้ฟ้องฎีกาด้วย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193, 200, 216)

(2) ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ในระยะใดก่อนคดีเสร็จเด็ดขาดในคดีอาญา ที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งผู้เสียหายยื่นฟ้องแล้ว (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 31)

(3) ร้องต่อศาลให้สั่งผู้เสียหายกระทำ หรือละเว้นกระทำการ ที่ผู้เสียหายจะกระทำให้คดีของพนักงานอัยการเสียหาย ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 32)

(4) ยื่นฟ้องคดีที่ผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นเสีย เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 36(3))

(5) ฟ้องเรียกทรัพย์สิน หรือราคาแทนผู้เสียหาย ในกรณีที่ผู้เสียหายมีสิทธิจะเรียกร้องทรัพย์สิน หรือราคาที่เขาสูญเสียไป เนื่องจากการกระทำความผิดคืน ในคดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์         ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอก หรือรับของโจร เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญาโดยจะขอรวมไปกับคดีอาญา หรือจะยื่นคำร้องในระยะใดระหว่างที่คดีอาญากำลังพิจารณาอยู่ในศาลชั้นต้นก็ได้ (ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญามาตรา 43,44)

(6) ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาตามความในมาตรา 87 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 วรรค 2)

(7) ในกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาล เมื่อศาลสั่งบังคับตามสัญญาประกันเป็นประการใดแล้ว พนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 119 ซึ่งแก้ไขโดย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2532 มาตรา 4)

(8) สั่งให้งด หรือให้ทำการสอบสวนต่อไป ในคดีที่ไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำผิด (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 140)

(9) ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง และพนักงานอัยการเห็นชอบด้วย ให้ออกคำสั่งไม่ฟ้อง และแจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยก็ให้สั่งฟ้อง และแจ้งให้พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหามาเพื่อฟ้อง หรือจัดการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศพนักงานอัยการจะต้องจัดการเพื่อขอให้ส่งตัวข้ามแดน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 141, 143)

(10) ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง และพนักงานอัยการเห็นชอบด้วย ให้ออกคำสั่งฟ้องและฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล แต่ถ้าไม่เห็นชอบด้วยก็ให้สั่งไม่ฟ้อง และปล่อยตัวผู้ต้องหาไป และแจ้งคำสั่งให้พนักงานสอบสวนทราบ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141, 143)

(11) สั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม หรือส่งพยานคนใดมาให้ซักถามเพื่อสั่งต่อไป (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 143 (ก))

(12) สั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบคดี แทนการที่จะส่งตัวผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการในกรณีที่มีคำสั่งฟ้อง แต่ถ้าผู้ต้องหาถูกส่งตัวมาแล้ว ให้ส่งผู้ต้องหาพร้อมด้วยสำนวนกลับไปยังพนักงานสอบสวน ให้พยายามเปรียบเทียบคดี (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 144)

(13) ในกรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา ถอนฟ้อง ถอนฟ้องอุทธรณ์ ถอนฟ้องฎีกา และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอัยการสูงสุด ถ้าในกรุงเทพมหานครให้รีบส่งสำนวนการสอบสวน พร้อมกับคำสั่งไปเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถ้าในจังหวัดอื่นให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145)

(14) แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องให้ผู้ต้องหา และผู้ร้องทุกข์ทราบ ถ้าผู้ต้องหาถูกควบคุมหรือขังอยู่ให้ปล่อยตัวไป หรือขอให้ศาลปล่อยแล้วแต่กรณี (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 146)

(15) ในกรณีที่ความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ให้พนักงานอัยการและพนักงานฝ่ายปกครอง ตำแหน่งตั้งแต่ระดับปลัดอำเภอ หรือเทียบเท่าขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ เป็นผู้ชันสูตรพลิกศพร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์ และเมื่อได้รับสำนวนชันสูตรพลิกศพจากพนักงานสอบสวนแล้ว ให้ทำคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่ ให้ทำการไต่สวน และทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ถ้าตายโดยคนทำร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้ทำร้ายเท่าที่จะทราบได้ และให้แจ้งกำหนดการไต่สวนไปให้สามี ภริยาผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาลคนตายคนใดคนหนึ่งทราบเท่าที่ จะสามารถจะทำได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 21) พ.ศ.2542 มาตรา 4)

(16) ยื่นคำร้องต่อศาลขอแก้ หรือเพิ่มเติมฟ้องก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163)

(17) คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องเอง และศาลยกฟ้องไป โดยโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีนั้นอีกได้ เว้นแต่จะเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166)

(18) ยื่นคำร้องต่อศาลขอสืบพยานก่อนฟ้อง โดยนำตัวผู้ต้องหามาศาล กรณีเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า พยานบุคคลซึ่งจะต้องนำมาสืบในภายหน้าจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ยากแก่การนำมาสืบ และหากกรณีผู้ต้องหายื่นคำร้องต่อศาลขอสืบพยานก่อนฟ้อง ซึ่งศาลอนุญาตและแจ้งให้พนักงานอัยการทราบแล้ว พนักงานอัยการมีสิทธิที่จะซักค้านพยานของผู้ต้องหาได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ)

(19) ร้องขอให้ศาลกำหนดโทษผู้กระทำผิดเสียใหม่ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมาย         ที่บัญญัติในภายหลัง (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3)

(20) ร้องขอให้ศาลสั่งระงับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย ในกรณีที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้ยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้น (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13)

(21) ร้องขอให้ศาลสั่งยกเลิกการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือสั่งให้ได้รับผลดีตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ซึ่งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 14)

(22) ร้องขอให้ศาลสั่งยกเลิกการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือสั่งให้รับผลดีตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ซึ่งมีเงื่อนไขอันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้นได้หรือตามกฎหมายฉบับหลังเป็นคุณแก่ผู้นั้นยิ่งกว่า (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15)

(23) เสนอให้ศาลทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของพฤติการณ์ เกี่ยวกับการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย เพื่อให้ศาลสั่งเพิกถอน หรืองดการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยไว้ชั่วคราว (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 16)

(24) แถลงให้ศาลทราบถึงพฤติการณ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เพื่อให้ศาลพิจารณาเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 27)

(25) ฟ้องขอให้กักกันจำเลย โดยจะขอรวมกันไปในฟ้องคดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้อง หรือจะฟ้องภายหลังก็ได้ (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 43)

(26) เสนอให้ศาลสั่งเรียกประกันทัณฑ์บน จากผู้ที่จะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 46)

(27) ขอให้ศาลแก้ไขเพิ่มเติม เพิกถอน หรือกำหนดเงื่อนไข เพื่อคุมความประพฤติใหม่ เมื่อพฤติการณ์ที่เกี่ยวแก่การควบคุมความประพฤติได้เปลี่ยนแปลงไป (ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา 56)

(28) แถลงให้ศาลทราบถึงการที่ผู้กระทำผิดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติ เพื่อให้ศาลตักเตือนผู้กระทำผิด หรือกำหนดการลงโทษที่ยังไม่ได้กำหนด หรือลงโทษซึ่งรอไว้ (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 57)

(29) ฟ้องขอให้ริบสรรพเรือน้อยใหญ่ และสินค้าของลงระวางเรือ ที่นายทหาร   พลทหารราชนาวีจับมาได้จากเชลยศึก (พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทรัพย์เชลยศึก พ.ศ.2460 มาตรา 14)

(30) ฟ้องผู้ทำ สั่ง ขาย ซ่อม ปลอมแปลง เครื่องชั่ง เครื่องตวง เครื่องวัด โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ.2466 (พ.ร.บ.มาตราชั่ง ตวง วัด พ.ศ.2466 มาตรา 39)

(31) ฟ้องผู้ทำการประมงโดยใช้เรือในเขตการประมงไทย โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ   ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 (พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมง ในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 13)

(32) ร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับการพนัน เฉพาะในกรณีที่มีผู้นำจับผู้กระทำผิด (พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 15 ซึ่งแก้ไขโดย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2490 มาตรา 3)

(33) ร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายสินบนแก่ผู้นำ หรือปล่อยสัตว์พาหนะลงไปในทางน้ำชลประทาน ประเภท 1 และประเภท 2 หรือเหยียบย่ำคันคลอง ชานคลอง หรือบริเวณสิ่งก่อสร้างอันเกี่ยวกับการชลประทาน (พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 มาตรา 39 ซึ่งแก้ไขโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 มาตรา 12)

(34) ร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับ และรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน   การศุลกากร และการสำรวจและกักกันข้าว (พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 9)

(35) ร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินบำเหน็จแก่ผู้นำจับผู้กระทำผิดตาม พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 71)

(36) ร้องขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนแก้ผู้นำจับ และเงินรางวัลแก่ผู้จับกุมผู้กระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 33 (พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 33)

(37) มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ได้ ในกรณีที่พนักงานอัยการมิได้เป็นโจทก์ในคดีเดิม ซึ่งได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้บุคคลต้องรับโทษอาญา และมีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน (พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 5, 6, 7) ถ้าเป็นกรณีที่ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิฟ้องการไต่สวน และซักค้านพยานผู้ร้อง ถ้าศาลสั่งรับคำร้อง มีสิทธิยื่นคำคัดค้านและนำพยานเข้าสืบได้ และเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วมีสิทธิอุทธรณ์ หรือฎีกาได้ (พ.ร.บ.รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 มาตรา 9, 11, 15)

(38) ในการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับทางหลวง หรือกฎหมายอันเกี่ยวกับรถนั้นๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่สัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำ หรือติดตั้งไว้ให้พนักงานอัยการเรียกราคา หรือค่าเสียหายสำหรับสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจรดังกล่าวด้วย (พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 163)

(39) เข้าร่วมสอบสวนในการถามปากคำเด็ก ในฐานะเป็นผู้เสียหาย หรือพยาน หรือเป็นผู้ต้องหา โดยเข้าร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่เด็กร้องขอ ในสถานที่เหมาะสมเป็นส่วนสัด ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป หรือในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสามปี และผู้เสียหายหรือพยานซึ่งเป็นเด็กร้องขอ หรือในคดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี หรือการจดบันทึกคำร้องทุกข์ ในคดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี หรือในการจัดชี้ตัวผู้ต้องหา (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 124, 133 ทวิ, 133 ตรี, 134 ตรี พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๐) พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา 3,4,5,6)

– ในคดีอาญา ซึ่งเจ้าพนักงานถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือในคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมกับเจ้าพนักงานกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างก็ได้ (พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11(3))

– ในคดีศาลชั้นต้นลงโทษบุคคลใดโดยลำพัง ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยผู้นั้น เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะฎีกาก็ได้  เช่น คดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษผู้ละเมิดอำนาจศาล หากศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้อง พนักงานอัยการมีอำนาจฎีกาได้ เมื่อเห็นสมควร

           รักษาผลประโยชน์ของรัฐ

           สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี  พิจารณาและให้คำปรึกษาในด้านกฎหมายแก่ส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ดำเนินอรรถคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐและนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาในฐานะทนายแผ่นดิน ดังนี้

  • ในคดีแพ่ง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาลในศาลทั้งปวง กับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ เช่น  ว่าต่าง หรือแก้ต่างแทนรัฐบาลในศาลทั้งปวง โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างทนายความส่วนราชการเจ้าของคดีเป็นผู้ส่งเรื่องมาขอให้ว่าต่างแก้ต่างให้ ถ้าคดีมีทางผ่อนผันหรือตกลงประการใด ก็จะแจ้งให้ส่วนราชการเจ้าของคดีพิจารณาข้อผ่อนผันหรือข้อตกลงนั้น แล้วจะดำเนินการให้ต่อไป
  • ในคดีแพ่งซึ่งเจ้าพนักงานถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือในคดีแพ่งที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใด ถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน ซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมกับเจ้าพนักงานกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างก็ได้
  • ในคดีแพ่งที่เทศบาล หรือสุขาภิบาลเป็นโจทก์หรือเป็นจำเลย ซึ่งมิใช่เป็นคดีที่พิพาทกับรัฐบาล เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะรับว่าต่าง หรือแก้ต่างก็ได้
  • ในคดีแพ่งที่นิติบุคคล ซึ่งได้มีพระราชบัญญัติ หรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นโจทก์ หรือเป็นจำเลย และมิใช่เป็นคดีที่พิพาทกับรัฐบาล เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะรับว่าต่าง หรือแก้ต่างก็ได้
  • ในกรณีที่ผิดสัญญาประกันจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับ ให้เป็นไปตามสัญญานั้น และในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ ความมุ่งหมายในข้อนี้ หมายถึงการผิดสัญญาประกันในชั้นศาล ไม่ใช่ผิดสัญญาประกันในชั้นพนักงานสอบสวน หรือชั้นพนักงานอัยการ
วิสัยทัศน์ (Vision)

“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”

พันธกิจ (Missions)
  1. อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
  2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
  3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
  4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
พันธกิจ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
  • P : People First       ประชาชนมาที่หนึ่ง
  • U : Uprightness       เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
  • B : Betterment      คิดและทำเพื่อพัฒนา
  • L : Lawfulness      รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
  • C : Collaboration      ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
  • I : Integrity       ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส

บุคลากร

ข้าราชการอัยการ
ข้าราชการธุรการ
ลูกจ้างประจำ
พนักงานจ้างเหมาบริการ
ทำเนียบผู้บริหาร
ลำดับชื่อ – สกุลปีที่ดำรงตำแหน่ง
1นายยงค์ กุลพานิชปี พ.ศ.2519 – 2520
2นายบัวพันธ์ สุริยะวิจิตรวงศ์ปี พ.ศ.2520 – 2521
3นายประสาน สุสิขโกศลปี พ.ศ.2521 – 2522
4นายศักดิ์ชัย ศักดิ์กุลวงศ์ปี พ.ศ.2522 – 2523
5นายไพโรจน์ สาคะริชานนท์ปี พ.ศ.2523 – 2524
6นายประสาน หัตถกรรมปี พ.ศ.2524 – 2525
7นายอนันต์ อังคณาวิศัลย์ปี พ.ศ.2525 – 2526
8นายภิญโญ เชียงทองปี พ.ศ.2526 – 2527
9นายทรงเชาว์ อุณหวัฒน์ปี พ.ศ.2527 – 2529
10นายไพศิษฐ พันธุ์วุฒิปี พ.ศ.2529 – 2530
11นายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ปี พ.ศ.2530 – 2531
12นายวิชิต แก่นกำจรปี พ.ศ.2531 – 2533
13นายชาญวุฒิ ภัทราคมปี พ.ศ.2533 – 2535
14นายสุเจษฎ์ โคว้คาศัยปี พ.ศ.2535 – 2536
15นายสมชาย งามวงศ์ชนปี พ.ศ.2536 – 2537
16นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยาปี พ.ศ.2537 – 2538
17นายนิทัศน์ วโรภาษปี พ.ศ.2538 – 2539
18นายเฉลิม ภูมิพิพัฒน์พงศ์ปี พ.ศ.2539 – 2541
19นายพรมมา คาแพงปี พ.ศ.2541 – 2542
20นายกิตติ แก้วทับทิมปี พ.ศ.2542 – 2543
21นายนิพนธ์ ด่านวิวัฒน์ปี พ.ศ.2543 – 2544
22นายสิทธิพร ครุฑนาคปี พ.ศ.2544 – 2545
23นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุมปี พ.ศ.2545 – 2546
24นายวุฒิวร ศรีเจริญปี พ.ศ.2546 – 2547
25นางศิริมาศ ตัญจพัฒน์กุลปี พ.ศ.2547 – 2548
26นายกฤตย์ เอกกาญจนกรปี พ.ศ.2548 – 2549
27นางอรทัย สุวรรณ์เนตร์ปี พ.ศ.2549 – 2550
28นายอานนท์ เรวัฒนานนท์ปี พ.ศ.2550 – 2551
29นายรุ่งเรือง พิริยเลิศศักดิ์ปี พ.ศ.2551 – 2552
30นายพงศ์ธรรศ พงศาสุริยรัฐปี พ.ศ.2552 – 2553
31นายกมล น้าประเสริฐปี พ.ศ.2553 – 2554
32นายนิทัศน์ ตันปิ่นเพชรปี พ.ศ.2554 – 2555
33นายธงชัย ธรรมวิชิตปี พ.ศ. 2555- 2556
34นางกรรณิกา พลเยี่ยมปี พ.ศ.2556 – 2557
35นางสาวแววตา ธวัชไพบูลย์ปี พ.ศ.2557 – 2558
36นางวิชญา หาญนัทธีปี พ.ศ.2558 – 2559
37นายธีระวุฒิ เกตุพันธ์ปี พ.ศ.2559 – 2560
38นายมหิธร สุรักขกะปี พ.ศ.2560 – 2561
39นายนพฎล พรไชยาปี พ.ศ.2561 – 2562
40นางสาวอัธยา พลกนิษฐ์ปี พ.ศ.2562 – 2563
41นายสุทัศน์ วัฒนกูลปี พ.ศ.2563 – 2564
42นายปิยะ พิมพ์ซาปี พ.ศ.2564 – 2565
43นายศุภชัย ดลพิทักษ์ปี พ.ศ.2565 – 2566
44ว่าที่ร้อยตรี ธีรรักษ์ วนศิริกุลปี พ.ศ. 2566- 2567
45นางสาวบงกช ประทีปเสถียรกุลปี พ.ศ.2567- 2568
46นายบัณฑิต กองทิพย์ปี พ.ศ. 2568 – ปัจจุบัน


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงชลบุรี
ถนนมนตเสวี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
โทร. 0 3827 6055 . 0 3828 4644 โทรสาร 0 3827 6055
IP PHONE 381221-2
E-mail: chon-sum@ago.go.th