กิจกรรม เข้าร่วมงานพิธีและวันสำคัญต่าง ๆ

นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ 7 วัน (สัตตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาการเปรียญ วัดสระแก้ว พระอารามหลวง

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับ สำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสระแก้ว และสำนักงานอัยการศาลสูงจังหวัดสระแก้ว จัดพิธีลงนามถวายความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ภายในอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว ชั้น 1 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569

นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว ร่วมพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร


โครงการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน จังหวัดสระแก้ว

นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้วและข้าราชการในสังกัด ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรมโครงการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และโครงการหน่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขฯ (จังหวัดเคลื่อนที่) พ.ศ. 2569


การดำเนินงาน “อัยการช่วยเหลือประชาชน” กิจกรรมเผยแพร่กฎหมายโดยจัดการ “รายการวิทยุ”

การจัดรายการวิทยุ “รายการอัยการช่วยได้” ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสระแก้ว FM 103.25 MHz ทุกวันศุกร์ เวลา 15.30 – 16.00 นาฬิกา


อัยการช่วยเหลือประชาชน  นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน สคชจ.สระแก้ว เดินทางลงพื้นที่ในจังหวัดสระแก้วให้ความช่วยเหลือประชาชนในการลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนการใช้สิทธิทางศาลตามภารกิจและหน้าที่ของ สคชจ.สระแก้ว


โครงการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย
แก่ประชาชนในวันหยุดราชการ
ปฏิบัติราชการในวันหยุดราชการ (วันเสาร์) ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 นาฬิกา

นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี รักษาราชการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว ได้มอบหมายให้อัยการและเจ้าหน้าที่ประจำ สคชจ.สระแก้ว ดำเนินการโครงการดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสำนักงานอัยการสูงสุด


โครงการอบรมความรู้ทางกฎหมายทั่วไปแก่นักเรียน ณ โรงเรียนเขาฉกรรจ์วิทยาคม เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569

นายชาญชัย ประทุมมณี อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว และคณะ ร่วมกับโรงเรียนเขาฉกรรจ์วิทยาคม จัดโครงการอบรมความรู้ทางกฎหมายทั่วไปแก่นักเรียน ณ โรงเรียนเขาฉกรรจ์วิทยาคม เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569


โครงการฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายในการประนอมข้อพิพาทแก่กำนันผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569

นายชาญชัย ประทุมมณี อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว และคณะ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ จัดโครงการฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายในการประนอมข้อพิพาทแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569


กิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายต่าง ๆ
แก่ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
2569


การตรวจเยี่ยม “ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569



เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติความเป็นมา สคชจ.สระแก้ว

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีชื่อย่อว่า สคช. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2525 ในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ตามคำสั่งของกรมอัยการที่ 174/2525 ลงวันที่ 15 กันยายน 2525 วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ผลประโยชน์และให้ความช่วยเหลือประชาชน ทางด้านกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526  คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนโครงการให้ความช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนในชนบทเขตยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนโยบายและแผน มหาดไทย มาให้สำนักงานอัยการสูงสุดรับผิดชอบดำเนินงานสืบมา ในวันที่ 27 สิงหาคม 2527 คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เกษตรกร และผู้ยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาให้ สคช. สำนักงานอัยการสูงสุด รับผิดชอบดำเนินการวิธีดำเนินการ ได้ดำเนินการตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การพิจารณาพื้นที่เป้าหมายดำเนินงาน โดยนำเอาปัญหาที่แท้จริงของคนในท้องถิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่ ละภูมิภาคและแต่ละพื้นที่เป็นตัวกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำจังหวัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นการให้บริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายยกเว้นค่าธรรมเนียมในชั้นศาลที่ต้องเสียตามกฎหมาย

               เดิมสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดสระแก้ว   เป็นหน่วยงานหนึ่งอยู่ในสังกัดสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานอัยการสูงสุด มีภารกิจอำนาจและหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมาย ตลอดจนการให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 ได้มีประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานภายในสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2556  ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2556 โดยประกาศดังกล่าวให้มีการจัดตั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด และให้มีอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการปฏิบัติราชการมีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในเขตท้องที่จังหวัด   ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 เป็นต้นไป

               และกำหนดให้ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดสระแก้ว เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว โดยมี  นายมหิธร สุรักขกะ ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดสระแก้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 เป็นคนแรก มีที่ตั้งอยู่ อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว ภายในศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยปัจจุบันมี นายธีรยุทธ โลหะเลิศกิจ ดำรง ตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว

วิสัยทัศน์ (Vision)

“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”

พันธกิจ (Missions)

1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โครงสร้าง (Structure)
วัฒนธรรมองค์กร
นโยบายการบริหาร

” ยกระดับ ปรับเปลี่ยน วางรากฐาน สานต่ออนาคต “

  1. ยกระดับการอำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย บนพื้นฐานของความร่วมมือและเทคโนโลยี
  2. ปรับเปลี่ยนและพัฒนางานขององค์กรอัยการให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและความหลากหลายทางสังคม เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสำหรับทุกฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  3. วางรากฐานเพื่อสร้างระบบและกลไกในการเข้าถึงความยุติธรรมสำหรับทุกคน วางระบบนิเวศองค์กร (Eco-System) ที่เหมาะสมกับการทำงาน และสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทางวิชาชีพ
  4. สานต่ออนาคตโดยสร้างกลไก เครื่องมือ และแนวทางการพัฒนาบนพื้นฐานการบริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่จะนำสำนักงานอัยการสูงสุดสู่การเป็นองค์กรของนักกฎหมายเพื่อสังคม และสร้างความยุติธรรมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน (Better Justice)

ตราสัญลักษณ์

โลโก้สำนักงาน

รูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่น พระสุริยกานต์
และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์

     สำนักงานอัยการสูงสุด แต่เดิมเป็นกรมอัยการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย เครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดจึงเป็นรูปตราราชสีห์ ต่อมาพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534 ได้บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี จึงได้มี การกำหนดเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดขึ้นใหม่ สำหรับใช้เป็นเครื่องหมายราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นเครื่องหมายแสดงสังกัด ใช้กับเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายอัยการ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ได้บัญญัติให้นำกฎหมาย ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน มาใช้บังคับกับข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุด และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ได้บัญญัติให้เครื่องหมายแบบข้าราชการพลเรือน เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วย เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน และโดยที่กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน ได้บัญญัติให้ การกำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัด สำหรับใช้กับเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน ต้องออกเป็นกฎสำนักนายกรัฐมนตรี

     สำนักนายกรัฐมนตรี จึงออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดภาพเครื่องหมายราชการ ตามบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 129) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่ม 109 ตอนที่ 40 หน้า 104-105 และออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 79 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่ม 109 ตอนที่ 51 หน้า 4-5 กำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักอัยการสูงสุด เป็นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานเหนือพระแว่น สุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์

     เครื่องหมายราชการ และเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักงานอัยการสูงสุด จึงเปลี่ยนจากรูปตราราชสีห์เป็น รูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่น พระสุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีความหมายถึงอำนาจหน้าที่ในการเป็นทนายแผ่นดิน การใช้กฎหมายด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และเด็ดขาด มีชัยชนะเหนืออธรรม

อำนาจหน้าที่

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว มีดังนี้

     (๑)รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนภายในเขตท้องที่จังหวัดสระแก้ว เช่น ให้คำปรึกษาทางกฎหมายและกรณีได้รับความเดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรมทุกกรณี เป็นต้น

    (๒)รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายด้านอรรถคดีแก่ประชาชนภายในเขตท้องที่จังหวัดสระแก้ว รวมถึงการดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายซึ่งอยุ่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดสระแก้ว เช่น ยื่นคำร้องต่อศาลให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดก ขอตั้งผู้ปกครอง ขอรับบุตรบุญธรรม เป็นต้น

   (๓)รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอรรถคดี การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชนภายในเขตท้องที่จังหวัดสระแก้ว

   (๔) รับผิดชอบงานศูนย์กลางระบบฐานข้อมูลลูกหนี้ตามคำพิพากษาของหน่วยงานของรัฐและจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา งานสำรวจตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินและสถานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาของหน่วยงานของรัฐและจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์สินค่าปรับตามคำพิพากษาและงานการบังคับคดีแพ่งคดีปกครองและคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเขตท้องที่จังหวัดสระแก้ว

   (๕)รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงอันเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งคดีปกครองและคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเขตท้องที่จังหวัดสระแก้ว

ผังกระบวนงาน

ผังกระบวนงาน  บทบาทพนักงานอัยการในการคุ้มครองเด็ก  สตรี  และบุคคลในครอบครัวตามกฎหมาย

บุคลากร

ทำเนียบผู้บริหาร

ข้าราชการอัยการ

ข้าราชการธุรการ

จ้างเหมาบริการ

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ
ทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดสระแก้ว
(สคชจ.สระแก้ว)
ที่อยู่ อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว ชั้น 1 ศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว ถนนสุวรรณศร ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว
จังหวัดสระแก้ว 27000
โทรศัพท์/โทรสาร 037 – 425074
www.skw.ago.go.th/skw-lawaid

เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย

ออกอากาศ เมื่อวันที่
28 เมษายน 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
26 พฤษภาคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
24 กุมภาพันธ์ 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
19 พฤษภาคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
3 มีนาคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
5 พฤษภาคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
16 มิถุนายน 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
6 มกราคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
13 มกราคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
20 มกราคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
31 มีนาคม 2566

ออกอากาศ เมื่อวันที่
2 มิถุนายน 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
14 เมษายน 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
11 มีนาคม 2566
ออกอากาศ เมื่อวันที่
3 กุมภาพันธ์ 2566

งานการให้บริการตามภารกิจ ของ สคชจ.สระแก้ว

ปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย ฟรี
ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
ร้องขอรับบุตรบุญธรรม
ร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
ร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
ร้องขอให้เป็นคนสาบสูญ

เอกสารประกอบ ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

  1. ทะเบียนบ้านของผู้ยื่นคำร้อง
  2. บัตรประชาชนของผู้ยื่นคำร้อง
  3. ทะเบียนบ้านของเจ้ามรดก
  4. ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก และของบิดา,มารดา,ทายาท เจ้ามรดก ซึ่งเสียชีวิตทุกคน
  5. เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร้องกับเจ้ามรดก (ใบสำคัญการสมรส หรือใบสำคัญการหย่า, สูติบัตร)
  6. บัญชีทรัพย์สินที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก (โฉนดที่ดิน, นส.3, สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร,ทะเบียนรถยนต์, รถจักรยานยนต์)
  7. ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชนของทายาทผู้ให้ความยินยอม
  8. บัญชีเครือญาติ (ทำที่ สคชจ.สระแก้ว)
  9. หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก (ทำที่ สคชจ.สระแก้ว)
  10. หลักฐานอื่นๆ (หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล) (ถ้ามี)
  11. พินัยกรรมของผู้ตาย (ถ้ามี)
  12. ข้อมูลทะเบียนครอบครัว (การสมรส/การรับรองบุตร/การรับรองบุตรบุญธรรม)
    ** สำเนาเอกสารทุกรายการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 4 ชุด

เอกสารประกอบ ร้องขอรับบุตรบุญธรรม

  1. ทะเบียนบ้านของบุตรบุญธรรมในขณะยื่นคำร้อง
  2. บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับบุตรบุญธรรม
  3. สูติบัตรหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบุตรบุญธรรม
  4. เอกสารหลักฐานซึ่งแสดงว่าเป็นบิดามารดาของบุตรบุญธรรม เช่น ใบสำคัญการสมรส สำเนาทะเบียนบ้าน
  5. หนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรสที่ให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรม
  6. ใบมรณบัตรของบิดามารดา ซึ่งถึงแก่กรรมซึ่งไม่สามารถให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรม
  7. ในกรณีที่บิดาหรือมารดาถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมในการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมได้ให้แนบคำสั่งศาล ประกอบด้วย
    ** สำเนาเอกสารทุกรายการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 4 ชุด

เอกสารประกอบ ร้องขอให้เป็นคนสาบสูญ

  1. ทะเบียนบ้านของผู้ขอความช่วยเหลือ
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอความช่วยเหลือ
  3. ทะเบียนบ้านของผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ
  4. บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับแจ้งว่าบุคคลนั้นได้หายไปจากภูมิลำเนา โดยไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
  5. เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขอความช่วยเหลือกับผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งเป็นคนสาบสูญเช่น ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
    ** สำเนาเอกสารทุกรายการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 4 ชุด

เอกสารประกอบ ร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

  1. ทะเบียนบ้านของผู้ซึ่งขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ (เขตอำนาจศาล)
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ซึ่งจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
  3. ทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งให้เป็นผู้อนุบาลตามกฎหมาย (เช่น เป็นบิดามารดาหรือสามีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย)
  4. รายงานความเห็นแพทย์ซึ่งลงความเห็นว่าผู้ซึ่งจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถเป็นผู้วิกลจริตตามกฎหมาย
  5. ภาพถ่ายของผู้ซึ่งจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ จำนวน 4 ภาพ(เป็นภาพถ่ายปัจจุบัน)
    ** สำเนาเอกสารทุกรายการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 4 ชุด

เอกสารประกอบ ร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

  1. ทะเบียนบ้านของผู้ซึ่งจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
  2. บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ซึ่งจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
  3. ทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งให้เป็นผู้พิทักษ์ (เช่น เป็นบิดามารดา หรือสามีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย)
  4. รายงานความเห็นแพทย์ซึ่งลงความเห็นผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
  5. เอกสารหลักฐานซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนเสมือนไร้ความสามารถและผู้พิทักษ์ เช่นใบสำคัญการสมรส
  6. ภาพถ่ายของผู้ซึ่งจะขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ จำนวน 4 ภาพ
    ** สำเนาเอกสารทุกรายการพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน 4 ชุด

คู่มือหรือแนวทางการขอรับบริการสำหรับผู้รับบริการหรือผู้มาติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุด