ข่าวประชาสัมพันธ์










วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร นำโดย นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระอุโบสถ วัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ นางสาวชื่นกมล วิรุฬหสังสิทธิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมาย โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมทักษะการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล ระดับอำเภอ ในหัวข้อ “ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงิน หนังสือรับสภาพหนี้ หรือหนังสือรับสภาพความผิด และการดำเนินคดีแพ่ง อาญา การบังคับคดี โครงการ กข.คจ.” เพื่อส่งเสริมทักษะคณะกรรมการกองทุนชุมชนในการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน โดยคัดเลือกจากหมู่บ้านที่มีเงินทุนเสียหาย หมู่บ้านเงินทุนที่มีปัญหา หมู่บ้าน กข.คจ. ที่มีผลประกอบการประเมินศักยภาพอยู่ระดับปรับปรุง และระดับปานกลาง ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอทรายมูล อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ นางสาวชื่นกมล วิรุฬหสังสิทธิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมาย โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมทักษะการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล ระดับอำเภอ ในหัวข้อ “ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงิน หนังสือรับสภาพหนี้ หรือหนังสือรับสภาพความผิด และการดำเนินคดีแพ่ง อาญา การบังคับคดี โครงการ กข.คจ.” เพื่อส่งเสริมทักษะคณะกรรมการกองทุนชุมชนในการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน โดยคัดเลือกจากหมู่บ้านที่มีเงินทุนเสียหาย หมู่บ้านเงินทุนที่มีปัญหา หมู่บ้าน กข.คจ. ที่มีผลประกอบการประเมินศักยภาพอยู่ระดับปรับปรุง และระดับปานกลาง ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอทรายมูล อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายพิษณุ กอแก้ว รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมาย อบรมให้ความรู้กับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ในหัวข้อวิชา ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอาญา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจกฎหมายที่จำเป็นและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดยโสธร ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๙ นางสาวชื่นกมล วิรุฬหสังสิทธิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมาย โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมทักษะการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล ระดับอำเภอ เพื่อส่งเสริมทักษะคณะกรรมการกองทุนชุมชนในการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน โดยคัดเลือกจากหมู่บ้านที่มีเงินทุนเสียหาย หมู่บ้านเงินทุนที่มีปัญหา หมู่บ้าน กข.คจ. ที่มีผลประกอบการประเมินศักยภาพอยู่ระดับปรับปรุง และระดับปานกลาง ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอมหาชนะชัย ตำบลฟ้าหยาด อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร
วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายพิษณุ กอแก้ว รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมาย โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมทักษะการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล ระดับอำเภอ เพื่อส่งเสริมทักษะคณะกรรมการกองทุนชุมชนในการบริหารจัดการทุนชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมการ กข.คจ.หมู่บ้าน โดยคัดเลือกจากหมู่บ้านที่มีเงินทุนเสียหาย หมู่บ้านเงินทุนที่มีปัญหา หมู่บ้าน กข.คจ. ที่มีผลประกอบการประเมินศักยภาพอยู่ระดับปรับปรุง และระดับปานกลาง ณ ที่ว่าการอำเภอไทยเจริญ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ นางสาวชื่นกมล วรุฬหสังสิทธิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมาย โครงการให้ความรู้ระเบียบกฎหมายและสวัสดิการผู้สูงอายุ เป้าหมายผู้สูงอายุ ผู้เตรียมตัวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุและประชาชนผู้สนใจ ในเรื่องระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการผู้สูงอายุ และระเบียบกฎหมายต่างๆ ในตำบลน้ำคำใหญ่ ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลน้ำคำใหญ่ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ทางกฎหมายโครงการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม แก่คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ และพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่ ตำบลไผ่ อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร
วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีทางศาสนาถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเข้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ ๕๐ วัน (ปัญญาสมวาร) ณ พระอุโบสถ วัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ หอประชุมจังหวัดยโสธร ศาลากลางจังหวัดยโสธร
เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา พิธีเจริญพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล
เวลา ๐๘.๒๗ นาฬิกา พิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล
เวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา พิธีถวายเครื่องสักการะและวางพานพุ่ม
วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร จัดโครงการฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย และความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิประชาชนด้านเอดส์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน ๓๖๔ คน โรงเรียนยโสธรพิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” โครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำความสะอาด ณ สวนสาธารณะวิมานพญาแถน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมพิธีถวายพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมโครงการ “จังหวัดเคลื่อนที่ เพิ่มรอยยิ้ม เติมความสุข ให้คนยโสธร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ภารกิจของสำนักงาน สคชจ.ยโสธร และให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายให้กับประชาชนทั่วไป ณ โรงเรียนบ้านซ่งแย้ ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ นางสาวชื่นกมล วิรุฬหสังสิทธิ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมวางพวงมาลาและถวายราชสดุดี เนื่องในงานรัฐพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “สมเด็จพระนารายณ์มหาราช” ณ หอประชุมจังหวัดยโสธร ศาลางกลางจังหวัดยโสธร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ในวาระครบ ๑๕ วัน (ปัณรสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระอุโบสถวัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระอุโบสถวัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร นำโดย นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ จัดกิจกรรมปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาส
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ บริเวณที่พักสงฆ์หัวยอด บ้านหนองทองหลาง ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ ๗ วัน (สัตตมวาร) ณ พระอุโบสถ วัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา นายพิษณุ กอแก้ว รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพความรู้และทักษะการปฏิบัติงานด้านกฎหมายแก่คณะทำงานขับเคลื่อนและบุคลากรพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท การบังคับคดีตามกฎหมาย การดำเนินคดีอย่างถูกต้อง ณ ห้องมณีนพเก้า โรงแรมเดอะกรีนปาร์ค ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระศพและลงนามแสดงความอาลัย เบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระอุโบสถ วัดศรีธรรมาราม (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
เมื่อระหว่างวันที่ ๙ – ๑๑ ๒๕๖๙ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร ได้ออกตรวจเยี่ยมและติดตามผลการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร กับ องค์การบริหารส่วนตำบลค้อเหนือ เทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลเมืองยโสธร องค์การบริหารส่วนตำบลกุดชุม เทศบาลตำบลน้ำคำใหญ่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหิน และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองคู ประจำไตรมาสที่ ๓/๒๕๖๙ เพื่อรับฟังปัญหา ให้คำแนะนำ และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ภารกิจ สคชจ. และสำนักงานอัยการสูงสุด
วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมโครงการ “จังหวัดเคลื่อนที่ เพิ่มรอยยิ้ม เติมความสุข ให้คนยโสธร” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ภารกิจของสำนักงาน สคชจ.ยโสธร และให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายให้กับประชาชนทั่วไป ณ โรงเรียนบ้านโนนเปือย หมู่ที่ ๑๔ ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นายพิษณุ กอแก้ว รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุและบุคคลที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุโรงเรียนผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุให้มีความรู้ด้านกฎหมายสำหรับผู้สูงอายุ สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากโครงการไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ณ เทศบาลตำบลสำราญ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๙ นายพิษณุ กอแก้ว รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง กฎหมายสิทธิประโยชน์ และกฎหมายที่ควรรู้ในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ โครงการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลบึงแก (โรงเรียนผู้สูงอายุ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ณ โรงเรียนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก ตำบลบึงแก อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญตักบาตร เนื่องในที่ระลึกแห่งการสถาปนาศาลยุติธรรม ณ บริเวณหน้าอาคารศาลจังหวัดยโสธร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๙ นายพิษณุ กอแก้ว รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้กับผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอาญา ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดยโสธร ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙ นายณัฐพล ใจเที่ยง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ต้นกัลปพฤกษ์) เนื่องในวันสถาปนาองค์กรอัยการครบรอบ ๑๓๓ ปี วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๙ ณ บริเวณหน้าอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร















เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติความเป็นมา
ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชาชน โดยเฉพาะที่มีฐานะยากจนหรือที่อยู่ในชนบทห่างไกล ถูกเอารัดเอาเปรียบในด้านเศรษฐกิจ ถูกแย่งที่ดินทำกิน การใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรมจนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับราษฎร ฯลฯ มีมูลเหตุสำคัญมาจากความไม่รู้กฎหมายที่ควรรู้สำหรับประชาชน ทำให้คนส่วนหนึ่งมีการกระทำที่ละเมิดต่อกรอบกฎเกณฑ์ที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ในขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งไม่มีความรู้ที่จะใช้กฎหมายในการปกป้องหรือพิทักษ์สิทธิและประโยชน์ของตน เมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้น จึงกลายเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนไม่น้อยลงไปในแต่ละปีเพื่อจะบรรเทา ตลอดจนขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไป
กระทรวงมหาดไทยได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานสร้างความเป็นธรรมด้านปัญหากฎหมายแก่ประชาชน โดยจัดให้มีการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ยากไร้และไม่สามารถจัดหาทนายความด้วยตนเอง ด้วยการจัดหาทนายความอาสาสมัครทำหน้าที่แก้คดีและให้คำแนะนำทางกฎหมายโดยไม่คิดมูลค่าตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ให้รัฐจัดหาทนายความให้แก่ผู้ยากไร้ โดยให้กรมอัยการ (ซึ่งในขณะนั้นสังกัดกระทรวงมหาดไทย) เป็นผู้รับผิดชอบ กอปรกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการมิใช่เพียงฟ้องความแทนแผ่นดินเท่านั้น หากแต่ยังมีหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนในด้านต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดอีกด้วย เช่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดบทบาทอัยการให้มีหน้าที่คุ้มครองดูแลคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความความสามารถ คนสาบสูญ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง ตรวจสอบดูแลกิจการบางอย่างที่มีผลกระทบต่อสาธารณชน เช่น นิติบุคคล มูลนิธิ สมาคม ฯลฯ ทั้งยังมีอำนาจหน้าที่ฟ้องคดีและแก้ต่างคดีให้กับหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งและคดีอาญา เนื่องจากการปฏิบัติการตามหน้าที่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.๒๔๙๘
นอกจากนี้ ยังมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งได้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการ และเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน เช่น อำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติล้มละลาย พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น
จึงเป็นที่มาในการจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนขึ้น เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๕
ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในชนบทเขตยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนโยบายและแผน มหาดไทย และแผนการจัดตั้งสำนักงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ ที่ยังมีปัญหาในการปฏิบัติงาน มาให้กรมอัยการรับผิดชอบดำเนินงานสืบมา
การปฏิบัติงานของสำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนได้ดำเนินการตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาด้วยดีโดยลำดับได้รับการคัดเลือกและยกย่องให้เป็นหน่วยงานดีเด่นระดับชาติ สาขาพัฒนาสังคม พ.ศ.๒๕๒๙ จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
ในปี พ.ศ.๒๕๓๑ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน เป็นส่วนราชการระดับกองตามกฎหมายของกรมอัยการ และเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน”
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๔ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้มีประกาศ ฉบับที่ ๔๗ และ ฉบับที่ ๔๙ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ แยกกรมอัยการออกจากกระทรวงมหาดไทยไปเป็นหน่วยงานไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวงใด โดยอยู่ภายใต้กำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง และเปลี่ยนชื่อจาก “กรมอัยการ” เป็น “สำนักงานอัยการสูงสุด” และเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง “อธิบดีกรมอัยการ” เป็น “อัยการสูงสุด” และมีปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายใน โดยการจัดรูปองค์กรเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.๒๕๓๕ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ นอกจากการดำเนินคดีอาญา คดีแพ่ง ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายแล้ว ยังให้มีหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เผยแพร่ความรู้ทางด้านสิทธิมนุษยชน และความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยให้ “สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน”(สคช.) เป็นผู้รับผิดชอบ สำหรับในส่วนต่างจังหวัดได้กำหนดให้มี สคช.จังหวัด และ สคช.จังหวัดสาขา เป็นหน่วยดำเนินการในพื้นที่
ในช่วง ปี พ.ศ.๒๕๔๓ มีการปฏิรูประบบราชการ ได้มีการจัดรูปโครงสร้างกระทรวงยุติธรรมใหม่ด้วย โดยให้สำนักงานอัยการสูงสุด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติให้องค์กรอัยการเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา ๒๕๕ กำหนดให้พนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการและกฎหมายอื่น ดังนั้นจึงมีการตราพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.๒๕๕๓ กำหนดอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยในมาตรา ๒๓(๑) กำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมาย รวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ทั้งนี้ ในการแบ่งส่วนราชการ การกำหนดอำนาจและหน้าที่ให้ทำเป็นประกาศคณะกรรมการอัยการ
คณะกรรมการอัยการ มีประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ.๒๕๕๔ ให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนระหว่างประเทศ รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอรรถคดี การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชน ทั้งยังให้มีสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนภายในเขตพื้นที่สำนักงานอัยการภาค ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด
ในต่างจังหวัด สำนักงานอัยการสูงสุดได้กำหนดให้มีสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในทุกสำนักงานอัยการจังหวัดที่ตั้งอยู่ ณ ตัวจังหวัด ๗๖ แห่ง (สคช.จังหวัด) และสำนักงานอัยการจังหวัดที่ตั้งอยู่ ณ ตัวอำเภอ ๒๙ แห่ง (สคช.สาขา) ทั่วประเทศ รวม ๑๐๕ แห่ง เพื่อให้การบริการกิจกรรมงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาคของประเทศ
ต่อมาได้มีประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ ๑๐) กำหนดให้มี “สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด”(สคชจ.) เป็นหน่วยงานแยกต่างหากจากสำนักงานอัยการจังหวัด ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗
(เรียบเรียงจากหนังสือ “๓๐ ปี กับภารกิจอัยการ เพื่อความเป็นธรรมในสังคม”)
นโยบายอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่
ภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบของ สคชจ.ยโสธร
สคชจ.ยโสธร ได้ดำเนินงานการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยกำหนดกิจกรรมที่เป็นงานหลัก ได้แก่
1. การคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงาน อัยการ
2. การให้คำปรึกษาปัญหาทางกฎหมาย ช่วยเหลือจัดทำนิติกรรมสัญญา และประนอมข้อพิพาท
3. การช่วยเหลือทางอรรถคดีแก่ผู้ยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยการจัดทนายความอาสาดำเนินการในชั้นศาล
4. สนับสนุนการประนอมข้อพิพาทระดับท้องถิ่น โดยฝึกอบรมคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นในการประนอมข้อพิพาท
5. เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายต่าง ๆ แก่ประชาชน เช่น ออกหน่วยเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้านต่างๆ ร่วมกับจังหวัดเคลื่อนที่ ร่วมกับหน่วยงานอื่นในการออกเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ฯลฯ
6. ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เช่น นักเรียน นักศึกษา ทหาร
7. การคุ้มครองผู้บริโภคด้านอรรถคดี โดยให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชน
นอกจากนี้ สคชจ.ยโสธร ยังมีภารกิจด้านการบังคับคดี โดยรับผิดชอบการดำเนินคดีเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเขตท้องที่จังหวัดยโสธร
วิสัยทัศน์ (Vision)
“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”
พันธกิจ (Missions)
1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงสร้าง (Structure)

วัฒนธรรมองค์กร

บุคลากร
ทำเนียบอัยการ
รายนามผู้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัด
คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร
ลำดับที่ ชื่อ – นามสกุล ดำรงตำแหน่ง
1. นางอรประภา สาครวาสี
2. นายเกรียงศักดิ์ สินทวีเพิ่มพูน
3. นายสิริมงคล สุวรรณธาดา
4. นายกิตติคุณ จันทรสถาพร
5. นายจักรกฤษณ์ ศรีเมฆ
6. นายฤาชา วัฒนเนติกุล
7. นางสาวดรุณี แสงสง่าศรี
8. นายวิชาญ สวยสม
9. นายทวีสิทธิ์ ยอดอินทร์
10. นายศิริชัย ด่านพัฒนามงคล
11. นายเกียรติศักดิ์ จิตนิยม
12. ว่าที่ร้อยตรี ฐิติวัฒน์ แขมคำ
13. นายณัฐพล ใจเที่ยง
1 เมษายน 2557 – 31 มีนาคม 2558
1 เมษายน 2558 – 31 มีนาคม 2559
1 เมษายน 2559 – 2 เมษายน 2560
3 เมษายน 2560 – 1 เมษายน 2561
2 เมษายน 2561 – 31 มีนาคม 2562
1 เมษายน 2562 – 31 มีนาคม 2563
1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564
1 เมษายน 2564 – 31 มีนาคม 2565
1 เมษายน 2565 – 31 มีนาคม 2566
1 เมษายน 2566 – 31 มีนาคม 2567
1 เมษายน 2567 – 31 มีนาคม 2568
1 เมษายน 2568 – 31 มีนาคม 2569
1 เมษายน 2569 – ปัจจุบัน

นายณัฐพล ใจเที่ยง
อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย
และการบังคับคดีจังหวัดยโสธร

นางสาวชื่นกมล วิรุฬหสังสิทธิ์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นายพิษณุ กอแก้ว
รองอัยการจังหวัด

นางอุบล วงศ์สง่า
ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการ

นางสุธาราวดี นาสูงชน
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นายเอกสิทธิ์ ทองน้อย
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ


นางสาวนฤมล พันธุ์ศิริ
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวมยุรี สาสนาม
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

นางสาวกมลชนก เอื้อทาน
นิติกรปฏิบัติการ

นางสาวสรินยา ทองสามัญ
นิติกรปฏิบัติการ

นางสาววิชญาดา บุญวิเศษ
นิติกร

นายชินวัตร แสงใสแก้ว
พนักงานขับรถยนต์

นางอรดี ศรีธรรม
นักการภารโรง

นายไพทูลย์ แหล่งชอบกฤษณ์
ทนายความ

นายกรพิสิษฐ์ พลอาภาภิวัฒน์
ทนายความ

นายสมบูรณ์ มาแสวง
ทนายความ
สถิติคดี
เอกสารการจัดการมรดก
เอกสารที่ต้องนำมายื่นในการร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก (ทุกอย่างสำเนา 4 ชุด)
- สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนผู้ร้อง (ผู้ที่จะขอเป็นผู้จัดการมรดก)
- สำเนาทะเบียนบ้านผู้ตาย (เจ้ามรดก)
- ใบมรณบัตรของเจ้ามรดกผู้ตาย
- ทะเบียนสมรสของเจ้ามรดกผู้ตาย (ถ้ามี)
- ใบมรณบัตรของบิดา มารดาของเจ้ามรดกผู้ตาย (ถ้ามี)
- ใบมรณบัตรของทายาทของเจ้ามรดกผู้ตาย (กรณีที่ทายาทอื่น ๆ ตาย) (ถ้ามี)
- พินัยกรรมของเจ้ามรดกผู้ตาย (ถ้ามี)
- เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดก
- บัญชีเครือญาติ (เจ้าหน้าที่จะทำให้เมื่อเอกสารพร้อมยื่นคำร้อง)
- หนังสือให้ความยินยอมในการร้องขอจัดการมรดก (ต้องทำหนังสือยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการ ที่สำนักงานอัยการเท่านั้น)
1. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
2. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
กรณีบุคคลใดเปลี่ยนชื่อ สกุล (ต้องใช้ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ สกุลด้วย)
กรณีที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการ สคชจ. ให้ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นของรัฐรับรองหนังสือยินยอมให้แนบ…(1 ชุด)
1. สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าหน้าที่
2. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าหน้าที่
3. สำเนาบัตรข้าราชการของเจ้าหน้าที่
หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อสอบถามที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร โทร. 0 4575 6763
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยโสธร
เลขที่ 90/1 ถนนมงคลบูรพา ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000
โทรศัพท์ : 0 4575 6763 ต่อ 111
โทรสาร : 0 4571 1114






















































































































































































