ข่าวประชาสัมพันธ์





โครงการสร้างเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
สร้างรอยยิ้ม ให้ประชาชน

  • วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนหนองน้ำใส ต.หนองน้ำใส อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนวัดหนองกราดสังวรอุปถัมภ์ ม.1 ต.หนองกราด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนโค้งยางวิทยา บ้านตะคลองแล้ง ม.1 ต.โค้งยาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2567 เวลา 08.30-12.00 นาฬิกา ณ วัดสำนักตะคร้อ บ้านเทพนิมิตร หมู่ 11 ต.สำนักตะคร้อ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2567 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนบ้านโคกหินเหล็กไฟ บ้านโคกกระพี้ ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2566 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ วัดจันทราราม บ้านวังเรือ ต.บ้านหัน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2566 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนบ้านวังโป่ง หมู่ที่ 6 ต.บ้านเก่า อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2566 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนบ้านกุดสระแก้ว หมู่ที่ 3 ต.วังยายทอง อ.เทพารักษ์ จ.นคราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน 2565 เวลา 08.30 – 12.00 นาฬิกา ณ วัดซับใต้คุณาราม บ้านซับใต้ หมู่ที่ 7 ต.กฤษณา อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

  • วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 8.30 – 12.00 นาฬิกา ณ โรงเรียนบ้านคลองแค บ้านคลองแค หมู่ที่ 11 ต.โนนเมืองพัฒนา อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติความเป็นมาของ สคช.

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีชื่อย่อว่า สคช. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2525 ในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ตามคำสั่งของกรมอัยการที่ 174/2525 ลงวันที่ 15 กันยายน 2525

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ผลประโยชน์และให้ความช่วยเหลือประชาชน ทางด้านกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในชนบทเขตยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย มาให้สำนักงานอัยการสูงสุดรับผิดชอบดำเนินงานสิบมา ในวันที่ 27 สิงหาคม 2527 คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เกษตรกร และผู้ยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาให้ สคช. สำนักงานอัยการสูงสุด รับผิดชอบดำเนินการ วิธีดำเนินการ ได้ดำเนินการตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การพิจารณาพื้นที่เป้าหมายดำเนินงาน โดยนำเอาปัญหาที่แท้จริงของคนในท้องถิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคและ แต่ละพื้นที่เป็นตัวกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำจังหวัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นการให้บริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายยกเว้นค่าธรรมเนียมในชั้นศาลที่ต้องเสียตามกฎหมาย

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิและ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนสังกัดอยู่ ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับการบริการทางกฎหมาย จากพนักงานอัยการโดยเสมอภาค และทั่วถึงกัน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่ง ให้จัดตั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคดีจังหวัด (สคชจ.) ขึ้น โดยมีหน้าที่สำคัญคือเผยแพร่และฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย และให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายแก่ประชาชน จัดหาทนายความช่วยเหลือในทางอรรถคดี แก่ประชาชนผู้ยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนงานการประนอมข้อพิพาท งานคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ เช่น การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก ฯลฯ


อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด

.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 23

          กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดนอกจากมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชาการเพื่อสนับสนุน และอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอัยการแล้ว
ให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย

           1. ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
           2. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
           3. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
           4. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
           5. ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
           6.  ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
           7. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
           8. ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
           9. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
           ในการตรวจร่างสัญญาตาม (2) และ (3) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (2) หรือนิติบุคคลตาม (3) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ


อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ

อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 14 มีดังนี้

           1. อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
           2.ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
           3. ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการทั้งปวงกับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
           4. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดีหรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
           5. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (3) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นคู่กรณีและมิใช่กรณีที่พิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
           6. ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
           7. ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
           8. ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
           9. อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
           10. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
           11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
           ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตาร 14 (3) (4) และ (5) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำโดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมไม่ได้
           พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.

วิสัยทัศน์ (Vision)

“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”

พันธกิจ (Missions)
  1. อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
  2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
  3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
  4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
โครงสร้าง (Structure)
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
  • P : People First      ประชาชนมาที่หนึ่ง
  • U : Uprightness      เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
  • B : Betterment      คิดและทำเพื่อพัฒนา
  • L : Lawfulness      รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
  • I : Integrity      ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
  • C : Collaboration      ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย

ภาพกิจกรรมของสำนักงาน

  • วิทยากรโครงการสนับสนุนการบูรณาการและการขับเคลื่อนนโยบายในระดับอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

เมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2569 และ วันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯจังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง ในโครงการสนับสนุนการบูรณาการและการขับเคลื่อนนโยบายในระดับอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ ห้องประชุมพ่อขุนทด ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยแบ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 4 รุ่น นวน 225 หมู่บ้าน 225 คน


  • กิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯจังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) ร่วมกับ สำนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว ได้จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในห้วงระยะเวลา 100 วัน แห่งการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


  • พนักงานอัยการพร้อมคณะได้เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา นายฉัตรชัย พลโยธา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) นายตุลยวัต จิรศิริเลิศ เจ้าพนักงานคดีปฏิบัติการ และนายพูนศักดิ์ สังขะรมย์ นิติกรปฏิบัติการ ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลสีคิ้วและได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ นางกิรนา สมใน ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงตกทับรถไฟ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้นายฉัตรชัยฯ พนักงานอัยการได้แนะนำผู้บาดเจ็บว่าหากต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือต้องการทราบสิทธิทางกฎหมายให้ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯทั่วประเทศ พร้อมทั้งได้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) ให้แก่ญาติของผู้บาดเจ็บแล้วเมื่อ


  • การประชุมวางแผนให้การช่วยเหลือและประสานงานอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงฯ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา เนื่องจากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงตกทับรถไฟ นายธนา อุชาดี อธิบดีอัยการภาค 3 เล็งเห็นแล้วว่า สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) เป็นสำนักงานในเขตพื้นที่เกิดเหตุสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย รวมถึงการประสานงานในส่วนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากเหตุการณ์สงบ จึงมอบนโยบายแก่นายจักรพงศ์ แสนสุข อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิฯ ภาค 3 และ นายอนนต์ แสงอารยะกุล อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดนครราชสีมา ให้เข้าดูแลให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบเหตุดังกล่าวตามอำนาจและหน้าที่โดยเร็วที่สุด โดยมีการประชุมชี้แจงการปฏิบัติตามแนวทางของท่านอธิบดีอัยการภาค 3 และจากการประชุมได้ตั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯจังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) เป็นศูนย์ฯให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมอบหมายให้นายฉัตรชัย พลโยธา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าศูนย์ฯ และเป็นผู้ประสานงานหลัก


  • วิทยากรเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่เด็กและเยาวชน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ได้รับเชิญเป็นวิทยากรโครงการอบรมกฎหมายเบื้องต้นเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ประจำวันปีงบประมาณ 2567 ณ หอประชุมโรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยา ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จำนวน 13 หมู่บ้าน 200 คน


  • วิทยากรเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ได้รับเชิญเป็นวิทยากรโครงการอบรมและสัมมนาเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายประจำปีงบประมาณ 2567 ณ หอประชุมจันทึก 1 สำนักงานเทศบาลเมืองสีคิ้ว ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จำนวน 13 หมู่บ้าน 100 คน


  • 3 มิถุนายน 2567 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567 นายฉัตรชัย พลโยธา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว) ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้กลั่นกรองงาน พร้อมด้วยคณะข้าราชการ ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา


  • วิทยากรเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 เวลา 9.00-10.00 นาฬิกา พนักงานอัยการได้รับเชิญเป็นวิทยากรโครงการอบรมความรู้ผู้นำชุมชนในการดูแลเฝ้าระวังและป้องกันผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ หอประชุมจันทึก 1 สำนักงานเทศบาลเมืองสีคิ้ว ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จำนวน 90 คน


  • วิทยากรเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 เวลา 10.15 – 12.15 นาฬิกา พนักงานอัยการได้รับเชิญเป็นวิทยากรโครงการฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพผู้นำหมู่บ้านในการอำนวยความเป็นธรรมและไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท พ.ศ.2567 ณ หอประชุมอำเภออ่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จำนวนผู้เข้ารับการอบรม 450 คน


  • วิทยากรให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00 – 15.00 นาฬิกา พนักงานอัยการได้รับเชิญเป็นวิทยากรโครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาด้านคดีความแก่ผู้ต้องขังครั้งที่ 1/2567 ณ ทัณฑสถานหญิงนครราชสีมา หมู่ที่ 1 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จำนวน 73 คน


  • การไกล่เกลี่ยทางแพ่ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 พนักงานอัยการได้ทำการไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท เรื่อง ผิดสัญญาซื้อขายรถยนต์ และคู่กรณีสามารถตกลงกันได้      


  • 28 กันยายน 2566 วันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน (Thai National Flag Day) ประจำปี 2566

เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน ประจำปี 2566 เวลา 08.00 น. นายฉัตรชัย พลโยธา รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการธุรการ ได้เข้าร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย ณ บริเวณหน้าเสาธงอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว


  • 7 สิงหาคม 2566 วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” 

วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม 2566 เวลา 07.00 น. นายพงษ์นรินทร์ นิลจันทร์ อัยการจังหวัดคดีสีคิ้ว พร้อมด้วยข้าราชการธุรการ ได้เข้าร่วมงานการบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศลและวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” ณ ศาลจังหวัดสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา


  • การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566

เป็นวิทยากรบรรยายกฎหมายทั่วไปแก่ผู้นำชุมชน ที่องค์การบริหารส่วนตำบลกุดพิมาน ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จำนวน 60 คน


  • กิจกรรมลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565

พนักงานอัยการได้ลงพื้นที่ หมู่ที่ 14 ตำบลหินดาด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้คำปรึกษาปัญหาด้านกฎหมายแก่ประชาชนที่ต้องการเรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย อันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากกลิ่นสารเคมีของบ่อพักน้ำเสียของบริษัท เชาวน์ดี โมดิฟาย สตาร์ช จำกัด


  • กิจกรรมออกจังหวัดเคลื่อนที่ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2565

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2565 ออกจังหวัดเคลื่อนที่ให้คำปรึกษาทางกฎหมายกับประชาชนในพื้นที่ ต.บึงปรือ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา


  • พิธีเปิดโครงการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในวันหยุดราชการ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565

  • การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564

เป็นวิทยากรบรรยายกฎหมายที่ควรรู้สำหรับพระสงฆ์ ณ วัดสำนักตะคร้อ ต.สำนักตะคร้อ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 – 11.30 น.


  • การไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 มีการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบระหว่างนางสุภาภรณ์ นพวิชัย โดยนายสิร กานต์นิธิ ผู้รับมอบอำนาจ เจ้าหนี้ กับ นางสาวรพีรัชต์ สุระทศ โดยนางฐิรนันท์ สุระทศ ผู้รับมอบอำนาจ ลูกหนี้ มูลหนี้ 625,000 บาท คู่กรณีสามารถตกลงกันได้ จึงทำบันทึกข้อตกลงไว้


  • การไกล่เกลี่ยทางแพ่ง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 มีการไกล่เกลี่ยระหว่างนางหวน ดวนขุนทด โดย นางสาวจีราภรณ์ ดวนขุนทด ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ร้อง กับ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านด่านใน หมู่ที่ 4 ผู้ถูกร้อง กรณีกองทุนฯและคณะกรรมการของกองทุนฯ เป็นจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ ผบE 751/2563 ของศาลจังหวัดสีคิ้ว ศาลพิพากษาให้ชำระเงิน 1,094,204.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน 936,633.42 บาท ให้แก่ธนาคารออมสิน โจทก์ ต่อมามีการยึดที่ดินของ นางหวน ดวนขุนทด ผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้ ผู้ร้องประสงค์ให้จำเลยร่วมคนอื่นร่วมกันชำระหนี้ตามคำพิพากษาด้วย คู่กรณีสามารถตกลงกันได้ จึงทำบันทึกข้อตกลงไว้


  • การเจรจาไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทที่ดิน ณ อบต.นากลาง วันที่ 23 กันยายน 2564

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 มีการเจรจาไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทที่ดินที่ไม่มีทางเข้าออกของราษฎรในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนากลาง ซึ่งการไกล่เกลี่ยสำเร็จ คู่กรณีสามารถตกลงกันได้


  • การไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 มีการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบระหว่างนายกิตติศักดิ์ พรหมจันทร์ ลูกหนี้ กับ นายอำนาจ อภัยบุรี เจ้าหนี้ จำนวน 1,500,000 บาท คู่กรณีสามารถตกลงกันได้ จึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้


  • โครงการแบ่งปันสุข ณ โรงพยาบาลสีคิ้ว เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564

สคชจ.นม. (สาขาสีคิ้ว) ได้ร่วมกับ สำนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว บริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลสีคิ้ว

การฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายและการส่งเสริมและสนับสนุนการประนอมและระงับข้อพิพาท
ในระดับท้องถิ่น

  • ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิของผู้ติดเชื้อเอดส์แก่นักเรียนโรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยา อ.สีคิ้ว จำนวน 368 คน วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

  • ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิของผู้ติดเชื้อเอดส์แก่นักเรียนโรงเรียนด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จำนวน 350 คน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568

  • ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิของผูติดเชื้อเอดส์แก่นักเรียนโรงเรียนสูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา จำนวน 400 คน วันที่ 30 สิงหาคม 2567

  • ส่งเสริมและสนับสนุนการประนอมและระงับข้อพิพาทในระดับท้องถิ่น ณ หอประชุมจันทึก1 เทศบาลเมืองสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา วันที่ 27 สิงหาคม 2567

  • ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่นักเรียนโรงเรียนสีคิ้วสวัสดิ์ผดุงวิทยา จำนวน 405 คน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา วันที่ 18 สิงหาคม 2566

  • ส่งเสริมและสนับสนุนการประนอมและระงับข้อพิพาทในระดับท้องถิ่น ณ หอประชุมอำเภอด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วันที่ 28 มิถุนายน 2566

  • ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่นักเรียนโรงเรียนด่านขุนทด จำนวน 440 คน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา วันที่ 25 สิงหาคม 2565

  • ส่งเสริมและสนับสนุนการประนอมและระงับข้อพิพาทในระดับท้องถิ่น ณ หอประชุมอำเภอสูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา วันที่ 4 สิงหาคม 2565

สถิติคดี

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครราชสีมา (สาขาสีคิ้ว)

ตำบลมิตรภาพ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา 30140

โทรศัพท์ : 044-986136