ข่าวประชาสัมพันธ์
วันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2569 พิธีถวายราชสักการะ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และวันยุทธหัตพี
วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2568 “วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” ประจำปี 2568
วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ.2568 ประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอ ครั้งที่ 1/2569
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2568 วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2568 กิจกรรม Coffee Brief “Wisdom Love and Unity”
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2568 วันนวมินทรมหาราช
วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 งานรัฐพิธีวันคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”
วันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2568 กิจกรรม Coffee Brief“Wisdom Love and Unity” ณ แขวงทางหลวงชนบทยโสธร
วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2568 “วันรพี” ประจำปี พ.ศ.2568
กิจกรรม Coffee Brief“Wisdom Love and Unity” วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2568
ร่วมงานรัฐพิธีวันที่ระลึก “พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว” วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2568
เกี่ยวกับสำนักงาน
จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของประเทศไทยจัดตั้งโดยคณะปฏิวัติของจอมพลถนอม กิตติขจรตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 70 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2515อันให้แยกอำเภอยโสธร อำเภอกุดชุม อำเภอเลิงนกทา อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอป่าติ้ว ออกจากจังหวัดอุบลราชธานี แล้วรวมกันตั้งเป็นจังหวัดยโสธร และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2515 สืบไป
ทั้งนี้ สำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร ได้จัดตั้งเมื่อ วันที่ 1 มีนาคม 2515 ซึ่งจัดตั้งสำนักงานครั้งแรกโดยมีที่ทำการอยู่ที่มุกฝั่งด้านทิศตะวันออก อาคารที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร
ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ.2535 จึงได้ย้ายสำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร มาประจำอยู่ที่อาคารศาลากลางจังหวัดยโสธร ชั้น 1 ด้านทิศตะวันออก (หลังเก่า) และในวันที่ 10 ตุลาคม 2567 ได้ย้ายมายัง อาคาร สำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร เลขที่ 90/1ถนนมงคลบูรพา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จนถึงปัจจุบัน
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้
(มาตรา ๒๓) สำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชากร เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอัยการแล้ว ให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
(๒) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
(๓) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
(๕) ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๖) ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้ารการฝ่ายอัยการ
(๗) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
(๘) ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
อำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด มีดังนี้
(มาตรา ๒๗) ให้อัยการสูงสุดมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามเป้าหมาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด
(๒) ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการ ปฏิบัติราชการ และบริหารงานบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของราชการ
(๓) บริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสุดของสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่ง อัยการสูงสุดอาจมอบอำนาจให้รองอัยการสูงสุด หรือข้าราชการฝ่ายอัยการผู้หนึ่งผู้ใดปฏิบัติหน้าที่แทนได้
ให้อัยการสูงสุดโอยความเห็นชอบของ ก.อ. มีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ มีดังนี้
มาตรา ๑๔ พนักงานอัยการมีอำจานและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
(๒) ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและ ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
(๓) ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลากรทั้งปวง กับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
(๔) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนี่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
(๕) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
(๖) ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
(๗) ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาก ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
(๘) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
(๙) อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตรา ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำ โดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมไม่ได้
พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
วิสัยทัศน์ (Vision)
“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”
พันธกิจ (Missions)
1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงสร้าง (Structure)

วัฒนธรรมองค์กร


บุคลากร
ทำเนียบอัยการจังหวัดยโสธร
| ที่ | ชื่อ-สกุล | วันเริ่ม | วันสิ้นสุด |
| 1 | นายอนันต์ รัตนโกสุมภ์ | 1 มี.ค.2515 | 30 ก.ย.2515 |
| 2 | นายสุนทร ลิ้มประเสริฐ | 2 ต.ค.2515 | 31 ม.ค.2518 |
| 3 | นายสมศักดิ์ ธรรมประภาส | 1 ก.พ.2518 | 31 มี.ค.2520 |
| 4 | นายณรงค์ เผื่อนทอง | 7 เม.ย.2520 | 21 มี.ค.2521 |
| 5 | นายบรรจบ จงรุ่งเรือง | 27 มี.ค.2521 | 1 พ.ค.2523 |
| 6 | นายบำเพ็ญ ณ อุบล | 2 พ.ค.2523 | 1 พ.ค.2526 |
| 7 | นายวิทยา ดวงเกตุ | 2 พ.ค.2526 | 31 มี.ค.2527 |
| 8 | ร.ท.คำสอน วิสาพรหม | 1 เม.ย.2527 | 14 เม.ย.2528 |
| 9 | นายวิสูตร นิลพงษ์ | 15 เม.ย.2528 | 18 เม.ย.2529 |
| 10 | นายถิระพงษ์ พงษ์วิจิตร | 21 เม.ย.2529 | 1 พ.ค.2530 |
| 11 | นายพรชัย ดีเสมอ | 4 พ.ค.2530 | 1 พ.ค.2531 |
| 12 | นายอำนวย เปลี่ยนวิจิตรดี | 2 พ.ค.2531 | 4 พ.ค.2533 |
| 13 | นายประเวศ จันทรา | 9 พ.ค.2533 | 12 พ.ค.2534 |
| 14 | นายดำเกิง บูรณกนิษฐ์ | 13 พ.ค.2534 | 2 พ.ค.2536 |
| 15 | นายสุจิต อ่ำพันธุ์ | 3 พ.ค.2536 | 1 พ.ค.2537 |
| 16 | นายปิยะพันธ์ อำนวนศิลป์ | 2 พ.ค.2537 | 3 ต.ค.2537 |
| 17 | นายสุระศักดิ์ ศรีรัตน์ตระกูล | 4 ต.ค.2537 | 30 ก.ย.2538 |
| 18 | ร.ท.เนิ้ม พรายมี | 1 ต.ค.2538 | 3 ต.ค.2539 |
| 19 | นายไพบูลย์ อานัญจวณิชย์ | 4 ต.ค.2539 | 30 เม.ย.2541 |
| 20 | นายสิรวัฒน์ แสงธรรมธร | 1 พ.ค.2541 | 2 พ.ค.2542 |
| 21 | นายพีระยุทธ ประดิษฐ์กุล | 3 พ.ค.2542 | 30 เม.ย.2543 |
| 22 | นายณรงค์ ชโลปถัมภ์ | 1 พ.ค.2543 | 30 เม.ย.2544 |
| 23 | นายวีระชัย จิระเดชประไพ | 1 พ.ค.2544 | 3 พ.ค.2545 |
| 24 | นายเฉลิมพล พลญาพิพัฒน์ | 7 พ.ค.2545 | 25 เม.ย.2546 |
| 25 | นายชินวัฒน์ เรืองศรีมั่น | 28 เม.ย.2546 | 30 เม.ย.2547 |
| 26 | นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ | 3 พ.ค.2547 | 3 เม.ย.2548 |
| 27 | นายลุน นิติตระการไชย | 4 เม.ย.2548 | 30 เม.ย.2549 |
| 28 | นายปริญเดช ศิริพานิช | 1 พ.ค.2549 | 30 มี.ค.2550 |
| 29 | นายอนันต์ ธรรมรัตน์ | 2 เม.ย.2550 | 31 มี.ค.2551 |
| 30 | นายรุ่งโรจน์ เกียรติดำรง | 1 เม.ย.2551 | 31 มี.ค.2553 |
| 31 | นายอนวัช อิศโร | 1 เม.ย.2553 | 31 มี.ค.2554 |
| 32 | นายอภิชัย ไทยเที่ยง | 1 เม.ย.2554 | 31 มี.ค.2555 |
| 33 | นายสันไชย ฉายเชียร | 1 เม.ย.2555 | 31 มี.ค.2557 |
| 34 | นายนิรันต์ ยั่งยืน | 1 เม.ย.2557 | 31 มี.ค.2558 |
| 35 | นายพงศ์ธวัช เอื้องพิสุทธิ์ | 1 เม.ย.2558 | 31 มี.ค.2559 |
| 36 | นายรัฐกฤษ พูนชัย | 1 เม.ย.2559 | 31 มี.ค.2560 |
| 37 | นายฐนวรรษ นิติธรรมวิศรุต | 3 เม.ย.2560 | 31 มี.ค.2561 |
| 38 | นายถาวร โมครัตน์ | 2 เม.ย.2561 | 31 มี.ค.2562 |
| 39 | นายวีระชัย มะลิวัลย์ | 1 เม.ย.2562 | 31 มี.ค.2563 |
| 40 | นายมีชัย ปัฐพี | 1 เม.ย.2563 | 31 มี.ค.2564 |
| 41 | นายนิรัญ ขำสาย | 1 เม.ย.2564 | 31 มี.ค.2567 |
| 42 | นายสมเกียรติ เบ็ญจขันธ์ | 1 เม.ย.2567 | 31 มี.ค.2568 |
| 43 | นายทรงเกียรติ พรมณี | 1 เม.ย.2568 | ปัจจุบัน |































เอกสารเผยแพร่
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดยโสธร
เลขที่ 90/1 ถนนมงคลบูรพา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร 35000
โทรศัพท์ 0 4571 2727
โทรสาร 0 4571 4706
Email : yasothon@ago.go.th




