ข่าวประชาสัมพันธ์

ประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง ไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy)
ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประกาศ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เรื่อง แจ้งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เพื่อปฏิบัติงานจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง นิติกร

ประกาศ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เรื่อง แจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง นิติกร

ประกาศ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการปฏิบัติงานในตำแหน่ง นิติกร

ประกาศ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เรื่อง แจ้งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก เพื่อปฏิบัติงานจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง นิติกร

ช่องทางการติดต่อ

https://drive.google.com/drive/mobile/folders/1pFBfVUbGaDRJ11s8V9u1u2APJwunb38H?usp=sharing

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้”
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่องและเห็นผลเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ ห้องประชุมสิงขร ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวฑาริกา ศรีเนตร นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ
สำนักอำนวยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๖/๒๕๖๖ มติที่ ๗๔๖/๒๕๖๖
เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๗ ณ วัดกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด
ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายวิชา”กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้รถใช้ถนน”
เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๗ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมรัฐพิธีถวายราชสักการะ”พ่อขุนรามคำแหงมหาราช” และรัฐพิธีถวายราชสักการะ
“สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗ ณ บริเวณลานพิธีอเนกประสงค์ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๗ นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ
เข้าร่วมกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้”จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๗

ณ ห้องประชุมเกาะหลักชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีเนื่องในโอกาส
วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๗
ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวอุมาพร โฮมจัตุรัส อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ
เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ ณ วัดเกาะหลัก พระอารามหลวง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวอุมาพร โฮมจัตุรัส อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายราชสดุดี
เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ณ ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องในรัฐพิธี”วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว
จังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ ตรวจเยี่ยมศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนทางออนไลน์ผ่านระบบ Application Line

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เนื่องใน “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ประจำปี ๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์
อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวอุมาพร โฮมจัตุรัส อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ อันได้แก่
(๑)พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ และ(๒)พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม
และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่ง
อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566
,เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ หอประชุมสงฆ์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่ง
อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลและวางพวงมาลาถวายสักการะ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พร้อมกล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติ
เนื่องในวันรพี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๖ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมไทย และทรงเป็นพระบิดาแห่งกฎหมายไทย
เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ณ ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ
เข้าร่วมการจัดพิธี และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖
ได้แก่ (๑) พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล (๒) พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม (๓) พิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
และ(๔) การจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖
ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ
เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖
เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ณ หอประชุมสงฆ์ วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.ท.สัญญา เย็นใส อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และนางสาวอุมาพร โฮมจัตุรัส อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “กฎหมายเบื้องต้นเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว”
และ “การสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อด้านกฎหมายในระดับปริญญาตรี” ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๖๐ คน
เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนประจวบวิทยาลัย

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงคราม
รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ
เข้าร่วม”โครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖”
เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ ณ โรงแรมประจวบแกรนด์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ณ โรงเรียนบ้านหินกอง ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2566
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ ณ โรงเรียนบ้านหินกอง ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาแดง และเทศมนตรีตำบล กม.๕

เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖ นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแสงอรุณ, องค์การบริหารส่วนตำบลทับสะแก, องค์การบริหารส่วนตำบลทรายทอง,องค์การบริหารส่วนตำบลไชยราช และเทศบาลตำบลบ้านกรูด

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2566
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ
เข้าร่วม”พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี”
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น ๕ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมโครงการ “หน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข
สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (โครงการจังหวัดเคลื่อนที่) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖
เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ณ โรงเรียนบ้านทุ่งสีเสียด ตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๖ นายบุษย์ สิทธิพันธ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค ๔ รักษาการในตำแหน่ง อธิบดีอัยการภาค ๗ พร้อมคณะ
ได้ตรวจราชการและนิเทศงาน เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานตามภารกิจหลัก ภารกิจตามแผนงาน/โครงการ และตรวจติดตามผลการปฏิบัติราชการ
ตามกรอบการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ ของสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ
และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ ๑ โดยนายณัฐวิชช์ เลาหกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสงครามรักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับและความร่วมมือเป็นอย่างดี

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส รองอัยการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2566
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ณ บริเวณหน้าศาลหลักเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีเป็นหน่วยงานหนึ่งภายในสำนักงานอัยการสูงสุดโดยเริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525 ประกอบกับได้มีพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 23 (1) บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีอำนาจและหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมาย ตลอดจนการให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน จึงมีภารกิจหลักในการปฏิบัติงานในด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนภายใต้กรอบของกฎหมายผ่านทางแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม อันประกอบด้วย

  • 1. การคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ 
  • 2. การให้คำปรึกษาทางกฎหมายและการช่วยเหลือในการทำนิติกรรมสัญญา 
  • 3. การช่วยเหลือทางอรรถคดีโดยการจัดหาทนายความว่าต่างแก้ต่างในชั้นศาล 
  • 4. สนับสนุนการประนอมและระงับข้อพิพาทในระดับท้องถิ่น 
  • 5. การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายให้แก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ
  • 6. การฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายให้แก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ

และโครงการอื่นที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อประชาชนโดยทั่วไป โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนและช่วยเหลือตามแนวพระราชดำริ โดยจะดำเนินการออกหน่วยเคลื่อนที่เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนตามที่ได้รับการประสานหรือมีหมายกำหนดการจากสำนักราชเลขาธิการหรือหน่วยงานกองงานในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์และดำเนินการพิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้เดือดร้อนซึ่งได้ถวายฎีกาผ่านสำนักราชเลขาธิการเพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือส่งผลให้ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนได้รับความเป็นธรรมจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลา 31 ปี ที่ผ่านมาในการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนของพนักงานอัยการทั่วประเทศเป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อถือจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 23 (4) กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่งหรือคดีปกครองแทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้ และจะเห็นว่าการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบังคับค่าปรับตามคำพิพากษาในคดีอาญาและการบังคับคดีปกครองของพนักงานอัยการในต่างจังหวัดมีเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดตั้งสำนักงานการบังคับคดีในส่วนกลางเพื่อรับผิดชอบงานบังคับคดีตามกฎหมายดังกล่าว ในกรณีการบังคับค่าปรับตามคำพิพากษาและการบังคับคดีในต่างจังหวัดซึ่งจะเป็นที่ตั้งของทรัพย์ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาแต่ยังขาดหน่วยงานและพนักงานอัยการผู้รับผิดชอบโดยตรง จึงต้องส่งเรื่องให้สำนักงานการบังคับคดีในส่วนกลาง ซึ่งเป็นการเพิ่มขั้นตอนและระยะเวลารวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมากกว่าการบังคับคดีในต่างจังหวัด โดยจะเห็นว่าการบังคับค่าปรับและการบังคับคดีนั้นเป็นการรักษาผลประโยชน์ของรัฐและเป็นการบังคับโทษตามกฎหมาย ให้มีผลต่อผู้กระทำความผิดเพื่อเป็นการรักษาความยุติธรรมตามกฎหมายให้แก่ผู้เสียหายและรัฐได้อย่างแท้จริง ทั้งเป็นการดำเนินการเพื่อให้รัฐมีรายได้จากการบังคับค่าปรับและการบังคับคดีซึ่งมีจำนวนค่าปรับและทุนทรัพย์ตามคำพิพากษาจำนวนมาก แต่รัฐไม่สามารถบังคับค่าปรับและบังคับคดีได้อย่างเต็มที่ทำให้รัฐมีเพียงรายได้หรือหนี้ตามคำพิพากษาที่เป็นตัวเลขเท่านั้นมิได้มีการบังคับเป็นจำนวนเงินที่จะส่งแก่รัฐได้อย่างแท้จริง

สำนักงานอัยการสูงสุดและพนักงานอัยการ จึงมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบดังกล่าวให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอัยการสูงสุดจึงมีนโยบายให้จัดตั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดจำนวน 76 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยจะมุ่งเน้นการให้บริการแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนการดำเนินงาน ประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่ตลอดจนการรักษาผลประโยชน์ของรัฐในด้านการบังคับคดีได้อย่างเต็มศักยภาพ โดยมีอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี เป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 พร้อมกันทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้ชื่อย่อว่า สคชจ.ประจวบคีรีขันธ์จึงได้เริ่มเปิดทำการมานับแต่บัดนั้น เป็นต้นไป

1. การคุ้มครองสิทธิ ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ซึ่งได้บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ ของพนักงานอัยการ มีดังนี้

  • การร้องขอให้ศาล สั่งให้เป็นบุคคลวิกลจริต เป็นคนไร้ความสามารถ และการร้องขอให้ศาล เพิกถอนคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ (ป.พ.พ. มาตรา 28,
  • การร้องขอให้ศาล สั่งให้บุคคลซึ่งมีจิตฟั่นเฟือน หรือกายพิการฯ และไม่สามารถประกอบการงานของตนเอง เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และการร้องให้ศาล เพิกถอนคำสั่งที่ได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ (ป.พ.พ. มาตรา 32,
  • การร้องขอให้ศาลสั่งการให้ทำไปพลางก่อนที่จำเป็น เพื่อจัดการทรัพย์สินของบุคคล ที่ไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ หรือตั้งผู้จัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ (ป.พ.พ. มาตรา48,
  • การร้องขอให้ศาล สั่งตัวแทนรับมอบอำนาจทั่วไป จัดทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ที่ไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ ฯลฯ เป็นคนสาบสูญ (ป.พ.พ.มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทน ของนิติบุคคลชั่วคราว ในกรณีที่ผู้แทนของนิติบุคคล ว่างลงและถ้าทิ้งตำแหน่งว่าง ไว้จะเกิดความเสียหาย (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาล แต่งตั้งผู้แทนเฉพาะการ ในกรณีประโยชน์ได้เสียของนิติบุคคล ขัดกับประโยชน์ได้เสียของผู้แทนของนิติบุคคลในการอันใด อันเป็นเหตุ ให้ไม่มีผู้แทน ของนิติบุคคลเหลืออยู่ หรือเหลืออยู่มีจำนวนไม่พอ จะเป็นองค์ประชุม หรือไม่พอจะกระทำการ อันนั้นได้ (ป.พ.พ. มาตรา 74,
  • ร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติการประชุมใหญ่ของสมาคม ที่ได้มีการนัดประชุม หรือการลงมติโดยไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือกฎหมาย (มาตรา 4 เบญจ)
  • ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชี ในกรณีที่มีการเลิกสมาคม และไม่มีผู้ชำระบัญชี (ป.พ.พ. มาตรา 106,
  • เป็นผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิ ในกรณีผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิถึงแก่ความตาย ก่อนนายทะเบียน รับจดทะเบียน และทายาทหรือผู้จัดการมรดก หรือ ผู้ซึ่งผู้ตาย มอบหมายไม่ดำเนินการ ขอตั้งมูลนิธิต่อไป ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 117 วรรคแรก)
  • ร้องขอให้ศาลจัดสรรทรัพย์สิน ให้แก่นิติบุคคลอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใกล้ชิดที่สุด กับความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรม ในกรณีที่ไม่สามารถจัดตั้งมูลนิธิขึ้นได้ ตามวัตถุประสงค์ ที่ผู้ตายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 117 วรรค2, 1679 วรรค
  • ขอจดทะเบียนมูลนิธิ เมื่อทายาทหรือผู้จัดการมรดก มิได้ขอจดทะเบียน ก่อตั้งมูลนิธิตามพินัยกรรม ภายในเวลาที่ กฎหมายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 118 วรรค 2)
  • ขอจดทะเบียนมูลนิธิ เมื่อผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนมูลนิธิตามพินัยกรรม ไม่ดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง ตามคำสั่งของนายทะเบียน ตามมาตรา 115 จนเป็นเหตุให้นายทะเบียน ไม่รับจดทะเบียนมูลนิธิ เพราะเหตุดังกล่าว (ป.พ.พ.มาตรา 118)
  • ร้องขอให้ศาล มีคำสั่งถอดถอนกรรมการมูลนิธิบางคน หรือคณะกรรมการของมูลนิธิ ในกรณีที่ดำเนินกิจการของมูลนิธิผิดพลาดเสื่อมเสียต่อมูลนิธิ หรือดำเนินกิจการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือข้อบังคับของมูลนิธิ หรือกลายเป็นผู้มีฐานะ หรือความประพฤติ ไม่เหมาะสมในการดำเนินการ ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ  (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาล มีคำสั่งเลิกมูลนิธิ เพราะวัตถุประสงค์ ของมูลนิธิขัดต่อกฎหมาย หรือมูลนิธิกระทำการขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือ อาจเป็นภยันตราย ต่อความสงบสุขของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ หรือมูลนิธิ ไม่สามารถดำเนินกิจการ ต่อไปไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ หรือ หยุดดำเนินกิจการ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาล ตั้งผู้ชำระบัญชีของมูลนิธิ ในกรณีที่มีการเลิกมูลนิธิ เพราะเหตุอื่นนอกจากล้มละลาย โดยไม่มีผู้ชำระบัญชีตามข้อบังคับของมูลนิธิ (ป.พ.พ.มาตรา 133, ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลจัดสรรทรัพย์สินของมูลนิธิ เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ให้แก่มูลนิธิหรือนิติบุคคลอื่น ที่มีวัตถุประสงค์ใกล้ชิดที่สุด กับวัตถุประสงค์ ของมูลนิธินั้น (ป.พ.พ. มาตรา117 วรรค2)
  • ร้องขอให้ศาลตั้งผู้อื่น นอกจากสามีหรือภรรยา เป็นผู้อนุบาล หรือ ผู้พิทักษ์ถ้ามีเหตุสำคัญ (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลพิพากษาว่า การสมรส เป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา
  • ฟ้องคดีแทนเด็ก ปฏิเสธความเป็นบุตร โดยชอบด้วยกฎหมาย ของชาย (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาล ตั้งผู้แทนเฉพาะคดี เพื่อทำหน้าที่ฟ้องคดีแทนเด็ก ในคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตร ในกรณีเด็กไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือ มีแต่ผู้แทนโดยชอบธรรม ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา
  • เป็นโจทก์ฟ้องคดี ที่กฎหมายห้ามมิให้ราษฎรฟ้อง เช่น ฟ้องคดีแทนผู้สืบสันดาน ในการฟ้องบุพการี ทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา อันได้แก่ ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร (ป.พ.พ. มาตรา 1562,
  • ร้องขอให้ศาลสั่งถอนอำนาจปกครอง (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ปกครอง (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ปกครองหาประกันอันสมควร ในการจัดการทรัพย์สิน หรือแถลงถึงความเป็นอยู่ของทรัพย์สิน ของผู้อยู่ในปกครอง (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลถอนผู้ปกครอง (ป.พ.พ. มาตรา 1598/9)
  • ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาต ให้มีการรับบุตรบุญธรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1598/21, 1598/22, 1598/23) การเลิกรับบุตรบุญธรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1598/31)
  • ฟ้องคดีแทนบุตรบุญธรรม เกี่ยวกับการขอเลิกรับบุตรบุญธรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1598/35)
  • ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ปกครอง, ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ในกรณีที่มรดก ตกทอดแก่ผู้เยาว์ หรือบุคคลวิกลจริต หรือผู้ไม่สามารถจัดการงานตนเองได้ และบุคคลนั้น ยังไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (ป.พ.พ. มาตรา
  • ร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก ในกรณีเจ้าของมรดกตาย ทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไป หรืออยู่นอกราชอาณาเขต หรือเป็นผู้เยาว์ หรือผู้จัดการมรดกหรือทายาท ไม่สามารถหรือไม่เต็มใจ จะจัดการ หรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการ หรือในการแบ่งปันมรดก หรือข้อกำหนดพินัยกรรม ตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีผลบังคับ (ป.พ.พ. มาตรา

2. การช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

           นอกเหนือจากการคุ้มครองสิทธิ ที่เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ ตามที่ประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้แล้ว ตามพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 ข้อ 15 (24) ยังได้กำหนดให้ สำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการ ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และผลประโยชน์ ของประชาชน และการให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน ดังนั้น การคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน ของสำนักงานอัยการสูงสุด จึงไม่จำกัดอยู่แต่เพียงกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังมีงานด้านการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ในกรณีอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งทางรัฐบาลได้มอบหมาย ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเข้าไปมีส่วนร่วม ในการดำเนินการช่วยเหลือ ประชาชนตามนโยบาย ของรัฐบาลต่างๆ โดย สำนักงานอัยการสูงสุด จะรับนโยบายของรัฐบาลมา และมีคำสั่งของ สำนักงานอัยการสูงสุด ให้พนักงานอัยการ ถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ในการให้ความช่วยเหลือ ประชาชนต่อไป ตัวอย่างเช่น การให้ความช่วยเหลือ เกษตรกรและผู้ยากจน การสนับสนุนการดำเนินงาน กองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น และถ้าเป็นกรณีที่จะต้องมีการให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดี แก่ประชาชน ซึ่งอยู่นอกเหนือ อำนาจหน้าที่ ของพนักงาน อัยการ ตามที่กฎหมาย ได้บัญญัติไว้ สำนักงานอัยการสูงสุด ก็จะมีทนายความอาสาที่จะช่วยเหลือ ดำเนินคดีให้ประชาชน ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่อไป การให้บริการดังกล่าว เป็นการให้บริการ โดยไม่คิดค่าตอบแทน หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ

3. การเผยแพร่ความรู้ ทางด้านสิทธิมนุษยชน และความรู้ทางกฎหมาย แก่ประชาชน

           ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 และกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการ สำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 ข้อ 15 (24) กำหนดให้ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอำนาจหน้าที่ ในการเผยแพร่ความรู้ ทางด้านสิทธิมนุษยชน และความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เนื่องจากในปัจจุบัน มีประชาชนจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของตนที่มีอยู่ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงมักจะถูกละเมิดสิทธิ ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากผู้ที่มีความรู้ทางกฎหมายดีกว่า หรือมีสถานะทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งกว่า และยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ได้กระทำผิดกฎหมาย โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นการให้ความรู้พื้นฐานทางกฎหมายแก่ประชาชน เป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชน ได้รับทราบถึงสิทธิและหน้าที่ของตน และใช้สิทธิต่างๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

4. การคุ้มครองเด็ก และเยาวชน

           สำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีทั้งปวง ตามที่กฎหมายกำหนด ให้อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของพนักงานอัยการ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาและพิพากษา ของศาลเยาวชนและครอบครัว และมีอำนาจหน้าที่ คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และผลประโยชน์ของเด็กและเยาวชน ซึ่งรวมถึงการศึกษาวิจัย และพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ ปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กับการคุ้มครองเด็กและเยาวชน

5. การคุ้มครองผู้บริโภค

           ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 39 คณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค ได้แต่งตั้งให้พนักงานอัยการ โดยความเห็นชอบของอัยการสูงสุด เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญา แก่ผู้กระทำละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 ข้อ 15 (24) กำหนดให้ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้บริโภค ด้านอรรถคดี การให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมาย และการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชน และปฏิบัติงานร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับ การคุ้มครองผู้บริโภค

6. การคุ้มครองสิทธิ ประชาชนระหว่างประเทศ

           สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งที่ 251/2548 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2548 ให้จัดตั้ง ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิ ประชาชนระหว่างประเทศ (ศอสป.) ขึ้นให้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ งานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย รวมทั้ง การเผยแพร่ ความรู้ด้านกฎหมายแก่คนไทยในต่างประเทศ และชาวต่างประเทศในประเทศไทย และรับผิดชอบงานด้านการพัฒนาส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ตามพันธกรณีที่ประเทศไทย มีอยู่ตามกฎหมาย ระหว่างประเทศ ต่อมาได้มีกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการ สำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 ข้อ 15 (24) (ง) ลงวันที่ 29 กันยายน 2549 จัดตั้งสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคุ้มครองสิทธิ ประชาชนระหว่างประเทศ (สฝคป.) ขึ้นในสังกัดสำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน และให้โอนงานทั้งปวงที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ศอสป. ไปยัง สฝคป. ตามคำสั่ง สำนักงานอัยการสูงสุด ที่ 521/2549

วิสัยทัศน์ (Vision)

“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”

พันธกิจ (Missions)

1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โครงสร้าง (Structure)
วัฒนธรรมองค์กร

บุคลากร

ทำเนียบผู้บริหารสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
๑. นายเรวัต สุขศิริตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๕๗ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๕๘
๒. นายประกิต กิตอำนวยพงษ์ตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๕๘ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๕๙
๓. นางปาริชาติ แดงบรรจงตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๕๙ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๐
๔. นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุลตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๐ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๑
๕. นายอนิรุทธ์ แสงทับทิมตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๑ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๒
๖. นายวิรัตน์ ดิฐวงค์ตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๒ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๓
๗. นายพิศิษฏ์ มหารัศมีตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๓ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๔
๘. นายวัชราคม โยธาทิพย์ตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๔ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๕
๙. นายวชิระ หัสดีพงษ์ตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๕ – ๓๑ มี.ค. ๒๕๖๖
๑๐. นายณัฐวิชช์ เลาหกุลตั้งแต่ ๑ เม.ย. ๒๕๖๖ – ปัจจุบัน


นายณัฐวิชช์ เลาหกุล
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว
จังหวัดสมุทรสงคราม รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย
และการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายแดง พึ่งล้อม
อัยการอาวุโส
นางสาวอุมาพร โฮมจัตุรัส
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นายอุดมศักดิ์พศิณ เย็นใส
รองอัยการจังหวัด

นางสาวฑาริกา ศรีเนตร
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง

ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการ
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นางสาวรณิภา หรั่งชะเอม
นิติกรชำนาญการ

นายณัฐกิตติ์ แก้วเกษม
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

นางสาวลัฐกา เนตรทัศน์
นิติกรปฏิบัติการ

นางสาวศิริพร กิจสินธุ
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

นางสาวณัฏฐ์นรี ทัดรัตน์
นิติกร
นางศิริเพ็ญ อินทนพ
เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล

นางสาวเยาวเรศ จันทวงค์
นักการภารโรง
นายเอกชัย เกิดพุ่ม
พนักงานขับรถยนต์

สถิติคดี

สถิติผลการดำเนินงาน สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ – ปัจจุบัน

ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม ๒๕๖๖

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
173 ถนนปิ่นอนุสรณ์ ตำบลประจวบคีรีขันธ์
อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77000
โทร. 0 3260 1860 , 0 3260 1861 , 0 3260 1520
E-mail : pcp-lawaid@ago.go.th