เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)

จัดกิจกรรม “รวมพลังแห่งความภักดี” ในห้วงระยะเวลา 100 วัน แห่งการสวรรคต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง


เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 นายสัญจัย จันทร์ผ่อง ผู้ตรวจการอัยการพร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของสำนักงานอัยการในพื้นที่ภาค 8 สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการศาลสูงจังหวัดนครศรีธรรมราช (ทุ่งสง)
สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)


เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 นาฬิกา นายเอกรัตน์ รัตนพันธ์ รองอัยการจังหวัด
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมพิธีถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ วัดไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 นาฬิกา นางสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว อัยการจังหวัดผู้ช่วย
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมพิธีถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ วัดไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


นายสุวัฒณา แสงอุไร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง เข้าร่วมประชุมโครงการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด
และการพัฒนาระบบราชการสำนักงานอัยการสูงสุด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 4 ในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 8 และภาค 9
ระหว่างวันที่ 3 – 5 พฤศิจกายน 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี ท่านอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในการประชุม

 

วันอังคาร ที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ลงนามถวายความอาลัย
แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและติดตามการปฏิบัติราชการ
สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)


เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 นาฬิกา นายสุวัฒณา แสงอุไร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมพิธีถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ วัดไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)

ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง


เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 07.30 นาฬิกา นางสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว อัยการจังหวัดผู้ช่วย
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2568 (วันปิยมหาราช)
ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (สวนหลวง ร.5) อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 17.30 นาฬิกา นายสุวัฒณา แสงอุไร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่มและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568

ณ หน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


มื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 07.30 นาฬิกา ร.ต.อ.ธนวัฒน์ บุญช่วย อัยการจังหวัดผู้ช่วย
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568
ณ โรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองทุ่งสงและบริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30 นาฬิกา นายสุวัฒณา แสงอุไร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง พร้อมด้วยคณะอัยการสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง เข้าร่วมกิจกรรม “วันรพี” ประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย”
ณ บริเวณหน้าอาคารศาลแขวงทุ่งสง ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)
จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.30 นาฬิกา ร.ต.อ.ธนวัฒน์ บุญช่วย อัยการจังหวัดผู้ช่วยคดีศาลแขวงทุ่งสง และบุคลากรสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568
ณ โรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองทุ่งสง และสนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.30 นาฬิกา นางสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว อัยการจังหวัดผู้ช่วย ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์
ประจำปีพุทธศักราช 2568 ณ วัดไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
นายเอกรัตน์ รัตนพันธ์ รองอัยการจังหวัด คดีศาลแขวงทุ่งสง และบุคลากรสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ โรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองทุ่งสง และสนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)
เข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ห้องประชุม ชั้น 5 อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง



เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง นำโดย นายเอกรัตน์ รัตนพันธ์ รองอัยการจังหวัด และนางสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว อัยการจังหวัดผู้ช่วย
เข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการประสานความร่วมมือด้านการยุติธรรมของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในเขตอำนาจศาลจังหวัดทุ่งสง
ณ โรงแรมแกรนด์เซาร์เทิร์น ทุ่งสง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


สำนักงานคดีปกครองนครศรีธรรมราช สำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
และสำนักงานอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดนครศรีธรรมราช (สาขาทุ่งสง)
ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568
ในวันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568
ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอทุ่งสง


ร.ต.อ.ธนวัฒน์ บุญช่วย อัยการจังหวัดผู้ช่วย และบุคลากรสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

นายสุวัฒณา แสงอุไร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง พร้อมด้วยนางสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว อัยการจังหวัดผู้ช่วย และบุคลากรสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2568


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 นายสุวัฒณา แสงอุไร อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์
ประจำปีพุทธศักราช 2568 ณ วัดไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช


สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
วันที่ 23 ตุลาคม 2567 นายเอกรัตน์ รัตนพันธ์ รองอัยการจังหวัด และบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันปิยมหาราช ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา เทศบาลเมืองทุ่งสง


เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 นาฬิกา นางสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว อัยการจังหวัดผู้ช่วย
และคณะบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง
ร่วมพิธีถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ วัดไทรห้อง ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช




ประกาศสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง

เปิดทำการในวันหยุดราชการ ประจำเดือน มกราคม 2569

วันที่ 2,4,10,17,24,31

สำนักงานอัยการสูงสุด

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระปฐมบรมราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงวางรากฐานระบบกฎหมาย และกระบวนยุติธรรมแก่ชาติไทย และทรงเคยปฏิบัติพระราชกรณียกิจอำนวยความยุติธรรมแก่ไพร่ฟ้าประชาชน ในยกกระบัตร เป็น อัยการ

        อัยการไทยได้ก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระยะเริ่มแรกมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบอัยการในประเทศภาคพื้นยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ต่อมาได้เปลี่ยนไปใช้ตามระบอบอัยการอังกฤษ มีอัยการเป็นโจทก์ฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล จำเลยมีสิทธิสู้คดี โดยศาลวางตัวเป็นกลาง เป็นผู้ตัดสินคดี

        เดิมเมื่อตั้งกระทรวงยุติธรรมในปี ร.ศ.110 ยังไม่มีกรมอัยการ คงมีแต่กรมรับฟ้องและรับเรื่องราว ทั้งแพ่งและอาญา ต่อมาวันที่ 1 เมษายน ร.ศ.112 หรือ พ.ศ.2436 จึงได้ตั้งกรมอัยการขึ้น เป็นกรมหนึ่งในกระทรวงยุติธรรม มีหลวงรัตนาญัปติ ต่อมาเป็น “ขุนหลวงพระยาไกรสี” เป็นอธิบดีคนแรก มีหน้าที่ราชการเป็นทนายหลวง ว่าความแผ่นดินในศาลทั้งปวง ณ สนามสถิตยุติธรรม และศาลกงสุลต่างประเทศ อัยการรุ่นแรกมี นายมี นายจัน นายโหมด นายสอน นายเขียว เป็นต้น

        ในการตั้งกรมอัยการครั้งแรกนี้ อัยการถือเป็นข้าราชการตุลาการ สามารถปรับเปลี่ยนหน้าที่กันได้ ดังเช่นเมื่อวันที่ 5 เมษายน ร.ศ.116 กระทรวงยุติธรรม ได้สั่งย้ายขุนหลวงพระยาไกรสี อธิบดีกรมอัยการ เป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ต่อมาย้ายพระยาเทพวิทูร (บุญช่วย วณิกกุล) อธิบดีกรมอัยการไปเป็นประธานศาลฎีกา พระยามานวราชเสวี จากอธิบดีผู้พิพากษาศาลคดีต่างประเทศมาเป็นอธิบดีกรมอัยการ

        ต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2465 กรมอัยการได้โอนจากกระทรวงยุติธรรมมาสังกัดกระทรวงมหาดไทย จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534 กรมอัยการจึงได้แยกออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นหน่วยงานไม่สังกัดกระทรวง ทบวงใด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีโดยตรง เปลี่ยนชื่อจากกรมอัยการเป็นสำนักงานอัยการสูงสุด ปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุดไม่สังกัดกระทรวง ทบวง กรม แต่เป็นองค์กรอื่นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง ได้เปิดทำการโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกา กำหนดจำนวนเขตอำนาจ และวันเปิดทำการของศาลแขวงในจังหวัดทุ่งสง พ.ศ. 2558 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 132  ตอนที่ 30 ก ลงวันที่ 10 เมษายน 2558 ให้เปิดทำการศาลแขวงทุ่งสง ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 เป็นต้นไป เนื่องจากประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมีคดีความซึ่งเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงเข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดทุ่งสงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีเขตอำนาจในการรับสำนวน  10  อำเภอ  12 สถานีตำรวจ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรจุฬาภรณ์ , สถานีตำรวจภูธรภูธรฉวาง , สถานีตำรวจภูธรช้างกลาง , สถานีตำรวจภูธรถ้ำพรรณรา , สถานีตำรวจภูธรทุ่งสง , สถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ , สถานีตำรวจภูธรนาบอน , สถานีตำรวจภูธรบางขัน , สถานีตำรวจภูธรพิปูน , สถานีตำรวจภูธรร่อนพิบูลย์ , สถานีตำรวจภูธรกะปาง และสถานีตำรวจภูธรไม้เรียง โดยที่ทำการของสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง ตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดทุ่งสง ชั้น 1 เลขที่ 264 ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ตราประจำสำนักงาน

รูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่นพระสุริยกานต์
และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์

สำนักงานอัยการสูงสุด แต่เดิมเป็นกรมอัยการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย เครื่องหมายราชการ และเครื่องหมายแสดงสังกัดจึงเป็นรูปตราราชสีห์ ต่อมาพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรม พ.ศ. 2534 ได้บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวง หรือทบวง อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี จึงได้มี การกำหนดเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดขึ้นใหม่สำหรับใช้เป็นเครื่องหมายราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นเครื่องหมายแสดงสังกัด ใช้กับเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายอัยการ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ได้บัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน มาใช้บังคับกับข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุด และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนได้บัญญัติให้เครื่องหมายแบบข้าราชการพลเรือน เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน และโดยที่กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน ได้บัญญัติให้การกำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัด สำหรับใช้กับเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน ต้องออกเป็นกฎสำนักนายกรัฐมนตรี

                    สำนักนายกรัฐมนตรี จึงออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดภาพเครื่องหมายราชการ

ตามบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช 2482 (ฉบับที่ 129) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่ม 109 ตอนที่ 40 หน้า 104-105 และออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 79 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2535 เล่ม 109ตอนที่ 51 หน้า 4-5 กำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักอัยการสูงสุด เป็นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานเหนือพระแว่น สุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์

                   เครื่องหมายราชการ และเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักงานอัยการสูงสุด จึงเปลี่ยนจากรูปตราราชสีห์เป็น รูปพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่น พระสุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีความหมายถึงอำนาจหน้าที่ในการเป็นทนายแผ่นดิน การใช้กฎหมายด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และเด็ดขาด มีชัยชนะเหนืออธรรม

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้

          (มาตรา ๒๓) สำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชากร เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอัยการแล้ว ให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้           (๑) ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน 
          (๒) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ 
          (๓) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
          (๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้ 
          (๕) ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
          (๖) ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้ารการฝ่ายอัยการ
          (๗) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
          (๘) ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
          (๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด 
          ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
แก่รัฐ


อำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด มีดังนี้

          (มาตรา ๒๗)  ให้อัยการสูงสุดมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
          (๑) กำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามเป้าหมาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด
          (๒) ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการ ปฏิบัติราชการ และบริหารงานบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของราชการ
          (๓) บริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสุดของสำนักงานอัยการสูงสุด 
          ในการปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่ง อัยการสูงสุดอาจมอบอำนาจให้รองอัยการสูงสุด หรือข้าราชการฝ่ายอัยการผู้หนึ่งผู้ใดปฏิบัติหน้าที่แทนได้
          ให้อัยการสูงสุดโอยความเห็นชอบของ ก.อ. มีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด

อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการมีดังนี้

          มาตรา ๑๔ พนักงานอัยการมีอำจานและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
          (๑) อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
          (๒) ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและ ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
          (๓) ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลากรทั้งปวง กับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
          (๔) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนี่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
          (๕) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
          (๖) ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
          (๗) ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาก ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
          (๘) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
          (๙) อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
          (๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
          (๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
          ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตรา ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำ โดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมไม่ได้ 
          พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.


ที่มา : กฎหมายองค์กรอัยการตามรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550

—————————————————————————————————————————————————-

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง มีดังนี้

(๕๙) สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง มีอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ มีอำนาจและหน้าที่

(ก) รับผิดชอบงานดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเขตท้องที่ของสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนั้น ๆ ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวง หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในศาลแขวง แล้วแต่กรณี ยกเว้นศาลแขวงในเขตกรุงเทพมหานคร เว้นแต่คดีเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีซึ่งอยู่ในอ านาจและหน้าที่ของส านักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดทั้งนี้ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งว่าด้วยการนั้น
(ข) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมายให้หน่วยงานราชการในสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง มีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้
(ก) สำนักอำนวยการ มีผู้อำนวยการสำนักเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ มีอำนาจและหน้าที่
๑) รับผิดชอบงานสนับสนุนงานพนักงานอัยการ งานธุรการ งานสารบบคดี งานบริหารงานบุคคล งานเลขานุการนักบริหาร    งานงบประมาณ งานการเงินและบัญชี และงานเกี่ยวกับอาคารสถานที่ พัสดุและยานพาหนะของสำนักงานอัยการคดีศาลแขวง
๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ที่มา : ประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่อง การแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. ๒๕๖๓

วิสัยทัศน์ (Vision)

“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุขของประชาชน”

พันธกิจ (Missions)
  1. อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
  2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
  3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
  4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
  • P : People First      ประชาชนมาที่หนึ่ง
  • U : Uprightness      เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
  • B : Betterment       คิดและทำเพื่อพัฒนา
  • L : Lawfulness       รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
  • I : Integrity       ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
  • C : Collaboration      ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
โครงสร้าง (Structure)

รายนามผู้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง 

ลำดับชื่อ – สกุลรับตำแหน่งสิ้นสุด
1.นายไพโรจน์ พนังนิตินันท์1 เมษายน 255831 มีนาคม 2559
2.นายนรินทร์   รัตนพันธุ์1 เมษายน 255931 มีนาคม 2560
3.นายมณฑล เชื้อบ้านเกาะ1 เมษายน 256031 มีนาคม 2561
4.นายสุรศักดิ์  ศิริวัฒน์ 1 เมษายน 256131 มีนาคม 2562
5.นายพิทยา  วีระพงศ์1 เมษายน 256231 มีนาคม 2563
6.นายนิมนรัตน์  จันทษี 1 เมษายน 256331 มีนาคม 2564
7.นายชนะชัย  ลิ้มโอภาส1 เมษายน 256431 มีนาคม 2566
8. นายนฤพล บุญสิทธิ์1 เมษายน 256631 มีนาคม 2567
9.นางสาวณัฐนพิน ตั้งจิตต์พิมล1 เมษายน 256731 มีนาคม 2568
10.นายสุวัฒณา แสงอุไร1 เมษายน 2568ปัจจุบัน

นายสุวัฒณา แสงอุไร
อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง

นางสาวมทนาลัย คงวัดใหม่
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด (ผู้กลั่นกรองงาน)

นายเอกรัตน์ รัตนพันธ์
รองอัยการจังหวัด

นาสาวชวัลกานติ์ เกราะแก้ว
อัยการจังหวัดผู้ช่วย

ร้อยตำรวจเอกธนวัฒน์ บุญช่วย
อัยการจังหวัดผู้ช่วย


สำนักอำนวยการ

นางสาวสัตตกมล บุญศิริ
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ

ส่วนบริหารทั่วไปและสารบบคดี

นางสาวยุภา ชูทอง
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางอังศดา สังข์ศิลป์ชัย
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวสุชาดา เสนาสุข
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางขนิษฐา วงศ์งาม
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นายวิษณุ ทองอินที
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
นางสาวอุบลวรรณ เหมทานนท์
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาววีรวรรณ อินทรสมบัติ
พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์
นางสาวนิสาชล เทพสุทธิ์
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางสาวอุบลวรรณ เหมทานนท์
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นายวิษณุ ทองอินที
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
นางสาววีรวรรณ อินทรสมบัติ
พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์

Subscribe to get access

Read more of this content when you subscribe today.

ส่วนคดีและกฎหมาย

นางสาวณิชาภัทร อำนักมณี
นิติกรชำนาญการ
นายปิยณัฐ สงวนถ้อย
นิติกรปฏิบัติการ
ร.ต.ท.หญิงพัฒนพร ภักดีใหม่
นิติกรปฏิบัติการ
จ.ส.ต.วิศวกร จุลแก้ว
นิติการปฏิบัติกา

จ้างเหมาบริการ

นายธนัช สังข์งาม
พนักงานขับรถยนต์
นางปรีดา นุ่นรุ่ย
นักการภารโรง

สถิติคดีประจำปี 2568

สำนวนคดีมกราคมกุมภาพันธ์มีนาคมเมษายนพฤษภาคมมิถุนายนกรกฎาคมสิงหาคมกันยายนตุลาคมพฤศจิกายนธันวาคม
ส.1122215991514142217168
ส.2885766645637
ส.2 ก119113
ส.31111
ส.4171316611710141619127
ส.4 วาจา14212914015810710715314382154115140
ส.5 ก1322515152
รวม181177178183147136188177126214148163

สถิติคดีย้อนหลัง พ.ศ. 2558-2567

สำนวนคดี2558255925602561256225632564256525662567
ส.1192222173181162174190546237204
ส.1 ฟ213157111569620432773
ส.2 84148797510561736810975
ส.2 ก977665195705760639565
ส.341273568373
ส.4 147173127157131153167488221176
ส.4 วาจา1,8982,3232,3192,4622,2402,1021,4142,6902,4611,954
ส.5 ก1520147253315859157
รวม2,6503,1312,8953,1982,8622,7882,2973,9903,1452,477

การประกันตัวผู้ต้องหา

การดำเนินงาน หลักประกันตัวผู้ต้องหา

1.  ผู้ขอประกันตัวยื่นคำร้องขอประกันตัวพร้อมหลักฐานประกอบคำร้อง 2.  เจ้าหน้าที่รับคำร้อง/ตรวจสอบหลักฐานเสร็จแล้วลงเวลารับเรื่องที่หัวคำร้องกับกรอกแบบประเมิน  ส่วนที่ 1 ส่งให้ผู้ร้องขอประกัน 3.  เสนอคำร้องให้หัวหน้าพนักงานอัยการพิจารณา 4.  แจ้งผลการพิจารณาและทำสัญญาประกัน 5.  ผู้ร้องขอประกันกรอกแบบประเมินใส่กล่องรับแบบประเมิน

หลักประกันที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว

1.  เงินสด 2.  โฉนดที่ดิน,  น.ส.3 หรือ น.ส.3 ก  มีหนังสือของเจ้าพนักงานที่ดินหรือนายอำเภอท้องที่แสดงว่าที่ดินมีราคาเท่าใด 3.  พันธบัตรรัฐบาลหรือสลากออมสิน 4.  สมุดหรือใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร  ต้องมีหนังสือรับรองยอดเงินคงเหลือและรับรองว่าที่ดินมีราคาเท่าใด 5.  ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายและได้รับรองแล้ว 6.  ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้ออกตั๋ว 7.  เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรอง 8.  หนังสือรับรองของธนาคารเพื่อชำระเบี้ยปรับแทนกรณีผิดสัญญา 9.  หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัย 10.  ใช้บุคคลเป็นประกันโดยแสดงหลักทรัพย์

****เช็คธนาคาร  ที่ใช้ประกันตัวผู้ต้องหา  ต้องไม่ใช้เช็คลงวันที่ล่วงหน้าและสั่งจ่าย “อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงทุ่งสง”

ประกันด้วยหลักทรัพย์

ที่ดิน  

     1.  ต้นฉบับเอกสารที่ดิน (โฉนดที่ดิน,  น.ส.3 ก.)    

     2.  หนังสือประเมินราคาที่ดินจากสำนักงานที่ดิน 

               สมุดเงินฝาก         

   1.  สมุดเงินฝาก               

  2.  หนังสือรับรองยอดเงินฝากธนาคาร

ตำแหน่งบุคคล

                หนังสือรับรองจากต้นสังกัด  แสดงสถานะ  ระดับ  อัตราเงินเดือน  และหากมีภาระผูกพันในการทำสัญญาประกัน หรือใช้ตนเองเป็นประกันหลักประกันรายอื่นอยู่ให้แสดงภาระผูกพันด้วย             

เอกสารของผู้ต้องหา      

          1.  บัตรประจำตัวพร้องสำเนา  จำนวน  1  ฉบับ          

               2.  สำเนาทะเบียนบ้าน  จำนวน  1  ฉบับ              

เอกสารของผู้ประกัน           

               1.  บัตรประจำตัวพร้อมสำเนา  จำนวน  1  ฉบับ           

               2.  สำเนาทะเบียนบ้าน                

               3.  หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส           

               4.  ใบสำคัญการสมรส/ใบสำคัญการหย่า          

               5.  หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว – สกุล              

***  ประกันด้วยบุคคลผู้ประกันต้องมายื่นขอประกันด้วยตนเอง  จะมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นประกันแทนไม่ได้  และต้องไม่ติดประกันรายอื่น ***  ประกันด้วยหลักทรัพย์ (ยกเว้นเงินสด)หากมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายื่นประกันแทนต้องมอบอำนาจโดยให้มีนายอำเภอหรือผู้ทำการแทน   ประทับตราประจำตำแหน่งเป็นผู้รับรองลายมือชื่อผู้มอบอำนาจ

   การใช้บุคคลเป็นหลักประกัน 

           1.  ข้าราชการพลเรือนระดับ 3 – 5 ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 60,000 บาท                 

                 2.  ข้าราชการพลเรือนระดับ 6 – 8 ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 200,000 บาท              

                 3.  ข้าราชการพลเรือนระดับ 9 – 10 ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท                 

                 4.  ข้าราชการพลเรือนระดับ 11 ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน 800,000 บาท                 

                 5.  ข้าราชการบำนาญตั้งแต่ระดับ   6  หรือเทียบเท่าขึ้นประกันได้ในวงเงินไม่เกิน  800,000  บาท       

                 6.  พนักงานรัฐวิสาหกิจประกันได้ทำนองเดียวกันกับข้าราชการอื่นตาม  ข้อ 1 – 4                 

                 7.  สมาชิกรัฐสภา,  ข้าราชการการเมือง  ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน  800,000  บาท                 

                 8.  สมาชิกสภาจังหวัด  สมาชิกสภาเทศบาล  กำนันและผู้ใหญ่บ้าน  ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน  60,000  บาท

                 9.  ทนายความ  ประกันตนเองหรือญาติได้ตามระเบียบและตามเกณฑ์  ดังนี้                    

                 9.1  ผู้ที่จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป้นทนายความมาแล้วไม่เกิน  2  ปี   ประกันตนเองได้ในวงเงินไม่เกิน  60,000  บาท                    

                 9.2  ผู้ที่จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความมาแล้ว  2  ปีขึ้นไป  แต่ไม่ถึง  5  ปี                           ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน  60,000  บาท                    

                 9.3  ผู้ที่จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความมาแล้วตั้งแต่  5  ปีขึ้นไป  แต่ไม่ถึง  15  ปี   ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน  200,000  บาท                    

                  9.4  ผู้ที่จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความมาแล้วตั้งแต่  15  ปีขึ้นไป   ประกันได้ในวงเงินไม่เกิน  500,000  บาท

หลักเกณฑ์การขอประกันผู้ต้องหาในคดีอาญา

๑.       ผู้มีสิทธิยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหา ได้แก่ ตัวผู้ต้องหาหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง

๒.     กรณีการใช้บุคคลเป็นหลักประกัน ในการปล่อยตัวชั่วคราว ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และข้าราชการการเมือง เพียงเท่านั้น บุคคลอื่นๆ มีความน่าเชื่อถือ สามารถใช้สิทธินี้ได้เช่นกัน

๓.     การร้องขอประกันตัว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าคำร้อง ค่าสัญญาประกัน ค่าเขียนหรือพิมพ์คำร้อง เขียนสัญญาหรือพิมพ์สัญญาประกัน รวมทั้งการพิจารณาการสั่งอนุญาตให้ประกันตัว

๔.     การเขียนหรือพิมพ์คำร้องขอประกันตัว และสัญญาประกันตัวให้เขียนหรือพิมพ์ตามตัวอย่างที่สำนักงานได้จัดทำไว้เป็นตัวอย่างให้ดู หากผู้ขอประกันเขียนหรือพิมพ์ไม่ได้ สำนักงานได้จัดให้มีผู้เขียนหรือพิมพ์ให้และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเขียนหรือพิมพ์แต่อย่างใด

๕.     เมื่อรับคำร้องขอประกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้องจะตรวจสอบความถูกต้องของคำร้องสัญญาประกันและหลักประกัน พร้องลงเวลาการรับคำร้องไว้ที่บนหัวกระดาษคำร้อง กรณีผู้ร้องขอประกันมากราย จะจัดบัตรคิวให้บริการตามลำดับ

๖.      การพิจารณาคำขอประกันตัว ปกติพนักงานอัยการจะอนุญาตให้ประกันตัวตามขอ ฉะนั้น อย่าหลงเชื่อคำแอบอ้างหรือการเรียกเงินเพื่อตอบแทนการอนุญาตให้ประกันตัวดังกล่าว

๗.     พนักงานอัยการจะพิจารณาสั่งคำร้องขอประกันตัวภายในระยะเวลา ๒๐ นาที นับแต่รับคำร้องเว้นแต่ในบางกรณีที่มีเหตุผลสมควรที่ไม่อาจดำเนินการได้แล้วเสร็จตามเวลาดังกล่าวให้ขยายระยะเวลาเป็นไม่เกิน ๓๐ นาที นับแต่คำร้อง โดยพนักงานอัยการหรือเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอประกันตัวทราบเหตุดังกล่าว

๘.     จะไม่มีข้ออ้างจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้รับคำร้องไม่อยู่ ไม่มีเจ้าหน้าที่เขียนหรือพิมพ์คำร้องรวมทั้งพนักงานอัยการผู้สั่งอนุญาตคำร้องไม่อยู่ เพราะเป็นหน้าที่ของสำนักงานที่ทดแทนไว้บริการประชาชนเสมอ

ผังกระบวนงานขอประกันตัวผู้ต้องหา

1. ผู้ขอประกันตัวยื่นคำร้องขอประกันตัวพร้อมหลักฐานประกอบคำร้อง

2. เจ้าหน้าที่รับคำร้อง/ตรวจสอบหลักฐานเสร็จแล้วลงเวลารับเรื่องที่หัวข้อ

3. เสนอคำร้องให้หัวหน้าพนักงานอัยการพิจารณาสั่ง

4. แจ้งผลการพิจารณาและทำสัญญาประกัน

กระบวนงานดังกล่าว ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รับคำร้อง/ตรวจสอบหลักฐาน จนกระทั่งแจ้งผลการพิจารณาและทำสัญญาประกันแล้วเสร็จ ใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๒๐ นาที เว้นแต่ในกรณีมีเหตุผลอันสมควรที่ไม่อาจดำเนินการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ขยายระยะเวลาเป็นไม่เกิน ๓๐ นาที นับแต่รับคำร้อง โดยพนักงานอัยการหรือเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ขอประกันตัวทราบเหตุดังกล่าว)

–          จัดทำป้ายติดที่โต๊ะเจ้าหน้าที่แสดงชัดเจนว่าเป็นผู้ทำหน้าที่งานประกันตัวผู้ต้องหาพร้อมชื่อ นามสกุล ตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และจัดทำตัวอย่างการเขียนหรือพิมพ์คำร้องขอประกันและสัญญาประกันปิดหน้าสำนักงานโดยเปิดเผยให้เป็นตัวอย่าง

–          พิจารณาเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหาเป็นงานแรกเมื่อรับสำนวนการสอบสวนและจะต้องพิจารณาเรื่องขอประกันตัวก่อนการลงสารบ

–          กรณีผู้ขอประกันตัวไม่อาจเขียนหรือพิมพ์คำร้องขอประกัน และสัญญาประกัน ให้จัดเจ้าหน้าที่ที่เขียนหรือพิมพ์คำร้องขอประกันและสัญญาประกันให้โยพลัน โยมิให้เรียกเงินหรือทรัพย์สินใดตอบแทนการเขียนหรือพิมพ์โดยเด็ดขาด และมิให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาจากผู้ยื่นคำขอ

–          เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้องขอได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานถูกต้อง ให้ลงเวลารับไว้ที่หัวกระดาษคำร้องแล้วรีบนำคำร้องขอประกันพร้อมสัญญาประกัน เสนอหัวหน้าพนักงานอัยการหรือพนักงานอัยการผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาคำสั่งการ

–          ดำเนินการพิจารณาสั่งคำร้องขอประกันให้แล้วเสร็จภายใน ๒๐ นาที นับแต่รับคำร้อง เว้นแต่ในกรณีมีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจดำเนินการได้ตามระยะเวลาดังกล่าว ให้ขยายระยะเวลาเป็นไม่เกิน ๓๐ นาที นับแต่รับคำร้อง โยแจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้ขอประกันทราบด้วย และมิให้เรียกเงินหรือทรัพย์สินใดตอบแทน

–          กรณีเจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้อง ผู้พิมพ์คำร้อง ผู้ตรวจคำร้อง และผู้พิจารณาสั่งคำร้อง ไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่ากรณีใด ให้มอบหมายผู้อื่นปฏิบัติหน้าที่แทนทันที ห้ามมิให้ยกเหตุข้อขัดข้องดังกล่าวขึ้นอ้างต่อประชาชนผู้รับบริการ

สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงทุ่งสง
ตั้งอยู่ที่ เลขที่  ๒๖๔ หมู่ที่ ๒ ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง 
จังหวัดนครศรีธรรมราช รหัสไปรษณย์ ๘๐๑๑๐
โทร/โทรสาร ๐๗๕ ๓๕๕๐๕๓