บริการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกรณีที่ต้องดำเนินการทางศาลและกฎหมายให้อำนาจพนักงานอัยการ เช่น

๑. การยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ๒. การยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ๓. การตั้งผู้ปกครอง การถอนผู้ใช้อำนาจปกครอง ๔. คนไร้ความสามารถ และคนเสมือนไร้ความสามารถ ๕. บุตรบุญธรรม ๖. การดำเนินคดีอุทลุม ๗. การดำเนินคดีเกี่ยวกับมูลนิธิและสมาคม ๘. ให้คำปรึกษาปัญหากฎหมาย

การให้บริการของ สคช.จ.กระบี่ ผู้รับบริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือทรัพย์สินใดๆทั้งสิ้น เว้นแต่กรณีที่ต้องดำเนินการทางศาลผู้ร้องขอความช่วยเหลือต้องจ่ายค่าธรรมเนียมศาลเอง

ช่องทางการติดต่อขอรับความช่วยเหลือบริการด้านกฎหมายเพื่อลดความเสียงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จากสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่

  1. ทางโทรศัพท์ 075-620862 โทรสาร 075 620861
  2. สายด่วน 1157 (เฉพาะ สฝชก.1)
  3. ทางเว็บไซต์ ้http://www.krabi.ago.go.th/krabi-lawaid
  4. ทางอีเมล์ Krabi-lawaid@ago.go.th
  5. ไลน์ ID : @670pymkx หรือ QR Code
  6. facebook : สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จ.กระบี่
  7. เฟชไทม์ (FaceTime) : 0613862683
  8. ระบบ Cisco Webex Meeting : 165 366 9273

เมื่อวันพุธ ที่ 30 เมษายน 2568 นายอิทธิโชติ กุลรัตนโชติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่ ออกตรวจเยี่ยมศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ณ เทศบาทตำบลอ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบีี่ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อวันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม 2567  สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่ จัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายทั่วไปแก่นักเรียน โรงเรียนเมืองกระบี่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด ความรู้เบีื่องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายเยาวชนและครองครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครับ ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอาญา และความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคเอดส์ โดยมีวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุข ตำรวจ และพนักงานอัยการให้ความรู้แก่นักเรียนผู้เข้าอบรม จำนวน 250 คน

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 นายอิทธิโชติ กุลรัตนโชติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคังคดีจังหวัดกระบี่ ร้อยตำรวจเอกพงศ์นิธิ ทองมาก รองอัยการจังหวัด คุ้มครองสิทธิฯ จ.กระบี่ ร่วมบันทึกเทปรายการถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ห้องส่งส่วนบริหารกิจการโทรทัศน์ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568  สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่ โดยนายอิทธิโชติ กุลรัตนโชติ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายฯ จ.กระบี่ เป็นประธาน ในการจัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการประนอมและระงับข้อพิพาท ให้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ไกล่เกลี่ยประจำท้องถิ่น และมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา และกฎหมายทั่วไป ที่เกี่ยวข้องในการไกล่เกลี่ยประนอมและระงับข้อพิพาทได้อย่างถูกต้อง ร่วมทั้งมีศิลปะในการประนอมและระงับข้อพิพาท เป็นต้น โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวณัฐติกาญจน์ วิฑิตวิริยกุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และร.ต.อ.พงศ์นิธิ ทองมาก รองอัยการจังหวัด เป็นวิทยากรให้ความรู้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 180 คน โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากผู้เข้ารับการอบรมเป็นอย่างดี

เกี่ยวกับสำนักงาน

ประวัติความเป็นมา

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีชื่อย่อว่า สคช. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๕ ในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ตามคำสั่งของกรมอัยการที่ ๑๗๔/๒๕๒๕ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๕

            วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ผลประโยชน์และให้ความช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในชนบทเขตยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย มาให้สำนักงานอัยการสูงสุดรับผิดชอบดำเนินงานสืบมา ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาให้ สคช. สำนักงานอัยการสูงสุด รับผิดชอบดำเนินการ วิธีดำเนินการได้ดำเนินการตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การพิจารณาพื้นที่เป้าหมายดำเนินงานโดยนำเอาปัญหาที่แท้จริงของคนในท้องถิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคและแต่ละพื้นที่เป็นตัวกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำจังหวัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นการให้บริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายยกเว้นค่าธรรมเนียมในชั้นศาลที่ต้องเสียตามกฎหมาย

ผลการปฏิบัติงาน

            สคช. ได้รับการคัดเลือกและยกย่องให้เป็นหน่วยงานดีเด่นระดับชาติ สาขาพัฒนาสังคม พ.ศ. ๒๕๒๙ จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและในต่างจังหวัด ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๓๕ อนุมัติให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (พ.ศ.๒๕๐๙) และจากเหตุผลดังกล่าวได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนระดับชาติขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯได้กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นแกนกลางในการจัดตั้งองค์กรทางด้านสิทธิมนุษยชน

โครงสร้างองค์กร

            สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชนสังกัดอยู่ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ดังนี้

ส่วนกลาง ประกอบด้วย

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (ส่วนกลาง)

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๑ (รัชดาภิเษก)

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๒ (หลักเมือง)

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๓ (ธนบุรี)

– สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (มีนบุรี)

ส่วนภูมิภาค

            เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต่างๆได้รับการบริการทางกฎหมายจากพนักงานอัยการโดยเสมอภาคและทั่วถึงกัน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งให้จัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำจังหวัด (สคช.จังหวัด) ขึ้น โดยมีหน้าที่สำคัญคือ เผยแพร่ความรู้และให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายแก่ประชาชน จัดหาทนายความช่วยเหลือในทางอรรถคดี แก่ประชาชนผู้ยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนงานการประนอมข้อพิพาท

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในส่วนภูมิภาคประกอบด้วย

– สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย ภาค ๑-๙ จำนวน

๙ แห่ง

– สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำจังหวัด (สคช.จังหวัด) ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัด จำนวน ๗๕ แห่ง

            – สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ประจำจังหวัดสาขา (สคช.จังหวัดสาขา) ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัดประจำอำเภอ จำนวน ๓๐ แห่ง

สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวงหรือทบวงใดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชาราชการฝ่ายอัยการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๓ และพระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. ๒๕๔๐ ได้กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาทั้งปวง ดำเนินคดีแพ่งและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เป็นต้น
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน(สคช.) เป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอธิบดีอัยการฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร (ส่วนกลาง) มีหน่วยงานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบที่เป็นสำนักงานอัยการพิเศษฝ่าย ๕ ฝ่าย ได้แก่ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย, สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ, สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๑ (รัชดาภิเษก), สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๒ (หลักเมือง) และสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๓ (ธนบุรี) นอกจากนั้นยังมีสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำศาลจังหวัดมีนบุรีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๑ (รัชดาภิเษก) อีกด้วย
สำหรับในต่างจังหวัด (ส่วนภูมิภาค) มีสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรเรียกชื่อย่อ ๆ ว่า “สคช.จังหวัด” โดย สคช. จังหวัดเป็นส่วนราชการหนึ่งของสำนักงานอัยการจังหวัด

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ประชาชนจะขอรับความช่วยเหลือ
การขอรับความช่วยเหลือ

๑.บุคคลที่มีสิทธิขอรับความช่วยเหลือ ได้แก่บุคคลที่ถูกโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของตนตามกฎหมายแพ่งหรือผู้ที่จะต้องใช้สิทธิทางศาล เพื่อขอความรับรอง คุ้มครอง บังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ หรือจะกระทำการ หรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ต่อเมื่อผู้นั้นได้ขออนุญาต หรือให้ศาลแสดงหรือรับรองสิทธิของตนเสียก่อน เช่น ขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก ขอให้ศาลตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ เป็นต้น

๒.คดีที่อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ ได้แก่ คดีซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ เช่น

๒.๑ร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก

๒.๒ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับบุตรบุญธรรม การเลิกรับบุตรบุญธรรม

๒.๓ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ปกครองผู้เยาว์ และร้องขอให้ศาลถอนผู้ปกครอง

๒.๔ร้องขอให้ศาลสั่งถอนอำนาจปกครอง

๒.๕ร้องขอให้ศาลสั่งให้คนวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถ และการร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

๒.๖ร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลซึ่งมีจิตฟั่นเฟือน หรือการพิการและไม่สามารถประกอบการงานของตนเองเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และการร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

๒.๗ร้องขอให้ศาลสั่งให้ทำพลางตามที่จำเป็น เพื่อจัดการทรัพย์สินของบุคคลที่ไปจากภูมิลำเนาถิ่นที่อยู่

๒.๘ร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ที่ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ เป็นคนสาบสูญ

๒.๙ร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเห็นโมฆะ

๒.๑๐เป็นโจทก์ฟ้องคดีที่กฎหมายห้ามมิให้ราษฎรฟ้อง เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๖๒ ห้ามมิให้ฟ้องผู้บุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทร้องขอ อัยการจะยกขึ้นว่ากล่าวก็ได้

๓.สถานที่ขอรับความช่วยเหลือ ผู้ร้องขอความช่วยเหลือจะขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) มีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือตั้งอยู่หลายแห่งดังนี้

ส่วนกลาง

สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) มีฐานะเป็นกองในสังกัดราชการบริหารส่วนกลางของสำนักงานอัยการสูงสุด มีที่ทำการในเขตกรุงเทพมหานครรวม ๔ แห่ง

๑.(สคช.)สำนักงานอัยการสูงสุด (อาคารถนนรัชดาภิเษก) ตั้งอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ มีส่วนราชการ ๑ ฝ่าย และ ๔ สำนักงาน คือ

๑.๑ฝ่ายกิจการทั่วไป มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการ งานบริหารงานบุคคล งานงบ ประมาณ งานการเงินและบัญชี งานเกี่ยวกับอาคาร สถานที่ พัสดุและยานพาหนะของสำนักงาน ตลอดจนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย

๑.๒สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย มีหน้าที่รับผิดชอบงานแผน งานของสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดตลอดจนงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย

๑.๓สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือดำเนินการทาง ศาลแก่ประชาชน หรือนิติบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ เช่น ร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก เป็นต้น

ทั้งนี้ โดยมีเขตอำนาจเฉพาะในกรณีที่ผู้ร้องหรือมีข้อมีพิพาทเกิดขึ้นในพื้นที่เขตพระนคร ดุสิต บางซื่อ ดอนเมือง หลักสี่ บางกะปิ บึงกุ่ม จตุจักร พญาไท ราชเทวี ห้วยขวาง ดินแดง บางเขน (เฉพาะแขวงอนุสาวรีย์) วังทองหลาง ลาดพร้าว (เฉพาะแขวงลาดพร้าว) และสายไหม (เฉพาะแขวงคลองถนน)

๑.๔สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๑ มีหน้าทีให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน โดยการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การช่วยเหลือในการทำนิติกรรมและสัญญาการประนอมข้อพิพาท การช่วยเหลือทางอรรถคดี เป็นต้น ทั้งนี้โดยมีเขตอำนาจทั่วประเทศ ยกเว้นเขตพื้นที่ในข้อ ๒,๓ และ ๔

๒.(สคช.)สำนักงานอัยการสูงสุด (อาคารหลักเมือง) ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าหับเผย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีส่วนราชการ ๑ แห่ง คือ

๒.๑สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๒ มีหน้าที่เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ ในข้อ๑.๓ และ ๑.๔ ทั้งนี้ โดยมีเขตอำนาจเฉพาะในกรณีที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาหรือมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ เขตบางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย พระโขนง บางนา ยานนาวา สัมพันธวงศ์ คลองเตย วัฒนา ประเวศ สวนหลวง สาธร และบางคอแหลม และดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิของประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการที่อยู่ในอำนาจ พิจารณาของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เช่น ร้องขอให้ศาลถอนหรือตั้งผู้ปกครองหรือร้องขอให้ศาลสั่งให้คนวิกลจริต เป็นคนไร้ความสามารถ เป็นต้น

๓.(สคช.)สำนักงานอัยการสูงสุด (อาคารธนบุรี) ตั้งอยู่ที่ถนนเอกชัย แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ มีส่วนราชการ ๑ แห่ง คือ

๓.๑สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๓ มีหน้าที่เช่นเดียวกันที่กำหนดไว้ในข้อ ๑.๓ และ ๑.๔ทั้งนี้ โดยมีเขตอำนาจเฉพาะในกรณีที่ผู้ร้องขอมีภูมิลำเนาหรือมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในเขตพื้นที่ เขตคลองสาน ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ธนบุรี บางกอกน้อย บางพลัด บางกอกใหญ่ บางขุนเทียน บางบอน จอมทอง ภาษีเจริญ บางแค ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ และหนองแขม

๔.(สคช.)สำนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี ตั้งอยู่ที่ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ มีหน้าที่เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในข้อ ๑.๓ และ ๑.๔

ทั้งนี้ โดยมีเขตอำนาจเฉพาะในกรณีที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาหรือมีข้อพิพาทเกิดขึ้นในเขตพื้นที่เขตมีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง บางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง) สายไหม (เฉพาะแขวงสายไหม, แขวงออเงิน) สะพานสูง คันนายาว ลาดพร้าว (เฉพาะเขตวงจรเข้บัว) สำหรับต่างจังหวัดนั้น ท่านสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานอัยการจังหวัดทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร

ส่วนภูมิภาค

สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานอัยการจังหวัดทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร

วิสัยทัศน์ (Vision)

“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”

พันธกิจ (Missions)

1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โครงสร้าง (Structure)
วัฒนธรรมองค์กร

บุคลากร

นายอิทธิโชติ กุลรัตนโชติ
อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่

นางสาวณัฐติกาญจน์ วิฑิตวิริยกุล
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้กลั่นกรองงาน

ร้อยตำรวจเอกพงศ์นิธิ ทองมาก
รองอัยการจังหวัด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่

นางชโลธร อุตรพาท
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ

นางสาวอลิส ปาทาน
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นายธรรมรัตน์ นันทมาศ
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นางสาวขวัญรตา เหมหา
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นายปฐมพงศ์ กิ้มเท่ง
เจ้าพนักงานคดีชำนาญการ

นายธนกรณ์ เอกเพชร
นิติกรปฏิบัติการ

นายชิษณุพงศ์ ลีวานิชย์
นิติกรปฏิบัติการ

นายรามัน วรรณบวร
นิติกรปฎิบัติการ

นายธวัชชัย คงด้วง

นายวิเชษฐ์ จางแสง

เอกสารเผยแพร่

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกระบี่ (สคชจ.กระบี่)
120 ถนนอุตรกิจ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 81000
E-Mail : krabi-lawaid@ago.go.th
โทรศัพท์ 075-620862
โทรสาร 075-620861