



- ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก ประจำไตรมาสที่ 3 (เดือนเมษายน 2569 – เดือนมิถุนายน 2569)

- ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก ประจำไตรมาสที่ 2 (เดือนมกราคม 2569 – เดือนมีนาคม 2569)
- ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ซื้อครุภัณฑ์ห้องสอบสวนเด็กในคดีอาญา จำนวน 3 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
- ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก ประจำไตรมาสที่ 1 (เดือนตุลาคม 2568 – เดือนธันวาคม 2568)
ความหมายของคำว่า อัยการ ตามรูปศัพท์
คำว่า “อัยการ” ได้ปรากฎพบตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในกฎมนเฑียรบาล รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ตราไว้เมื่อวันเสาร์ เดือนห้า ขึ้นหกค่ำ “จุลศักราช 720 (พ.ศ.1901) ว่า”..จึงต้องพระราชอาญาอัยการ ทหาร พ่อเรือน ชายหญิง สมณพรหมณ์จารย์..”ศัพท์ครั้งแรกที่พบเขียนว่า “อัยการ” แต่ต่อมามีการเขียน แตกต่างกันออกไปจนกระทั่งมาคงอยู่ ในรูปศัพท์ “อัยการ”ในปัจจุบัน เช่นคำพระราชปรารภในกฎหมายตราสามดวงและข้อความในลักษณะพระธรรมสาตร ใช้คำว่า “พระไอยการ” ในหนังสืออัยการนิเทศเล่ม 1-2 พ.ศ. 2478 – 2479 ใช้คำว่า “อัยยการนิเทศ” ในหนังสือบรรยายประวัติศาสตร์กฎหมายของหลวงสุทธิวาทนฤพุฒิโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2512 มีหลายแห่งใช้คำว่า”พระอายการ” เช่น พระอายการลักษณะเบ็ดเสร็จ พิจารณาตามรูปศัพท์ของคำว่า”อัยการ”จะเห็นได้จากปทานุกรมกระทรวงธรรมการ พ.ศ. 2470 ว่า การเขียนในสมัยนั้น ได้ใช้ตัวอักษรว่า “อัยยการ” คือมีตัว อักษร “ย” เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว ซึ่งพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ ประพันธ์ ทรงอธิบายว่าการที่เขียน “อัยยการ” ก็เพิ่งเขียนขึ้นเมื่อออกปทานุกรมฉบับนี้เองแต่ก่อนไม่เคยเห็นเขียนเช่นนั้น ครั้นต่อมา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ. 2493 ได้กลับใช้คำว่า “อัยการ” เมื่อยกศัพท์ว่า “อัย” หรือ “อัยย” ซึ่งเป็นคำบาลี แปลว่าผู้เป็นเจ้าผู้เป็นใหญ่นาย”คำว่า”การ”คืองานหรือหน้าที่ฉะนั้นคำว่า “อัยการ”
ตามความหมายของการแยกศัพท์ก็คืองานของผู้เป็นเจ้านาย หรืองานของผู้เป็นใหญ่แต่ความหมายในปทานุกรมหรือพจนานุกรมได้ผิดแผกออกไป คือ
หมายความว่าชื่อกรมหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ฟ้องความแผ่นดิน หรือเจ้าหน้าที่ในกรมนั้น
คำว่า “อัยการ” ตามรูปกฎหมาย
การค้นหาที่มาของคำว่า “อัยการ” ตามกฎหมายเก่า เสด็จพระเจ้าวรวงค์ เธอ ซึ่งได้กล่าวพระนามข้างต้นนั้นได้ทรงยกพระราชปรารภในประมวลกฎหมาย
รัชกาลที่ 1 และในลักษณะพระธรรมสาตร ขึ้นพิจารณาดังนี้
ในพระราชปรารภในประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 มีความว่า “แลฝ่ายข้าง อาณาจักร กสัตรผู้จะครองแผ่นดินนั้นอาศัย ซึ่งโบราณราชนิติกฎหมาย พระอายการ อันกสัตร แต่ก่อนบัญญัติไว้ให้เป็นบรรทัดฐานจึงพิพากษา ตราสินเนื้อความราษฎรทั้งปวงได้โดยยุติธรรม และพระราชกำหนดบท พระอายการนั้น ก็ฟั่นเฟือนวิปริตผิดซ้ำต่างกันไปเป็นอันมากจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดข้าทูลอองฯ ที่มีสติปัญญาได้ 11 คน ชำระพระราช กำหนดบทพระอายการอันมีอยู่ในหอหลวง
ตั้งแต่พระธรรมสาตรไปให้ถูกถ้วนตามบาลีเนื้อความผิดมิให้ผิดเพี้ยน..”
ในพระธรรมสาตรมีความว่า “อันสาขาคดีนั้น คือ ลักษณะพระราชกำหนดบทพระอายการ และพระราชบัญญัติซึ่งจัดเป็นพระราชสาตรทั้งปวง อันโบราณราชกสัตร
ทรงพระอุตสาหะพิจารณาคำนึง ตามพระ คำภีร์พระธรรมสาตร แล้วมี พระราชบัญญัติดัดแปลงตกแต่งตั้งเป็น พระราชกำหนดบทพระอายการไว้โดยมาตราเป็นอันมาก
ทุก ๆ ลำดับ กสัตรมาตราบเท่าทุกวันนี้” พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์นั้นได้ทรงวินิจฉัยว่า ตามที่ปรากฎคำว่า “อายการ” อยู่ในที่ 2 แห่งนี้ ก็พอจะเห็น ความหมายของคำว่า “อัยการ” ได้แล้ว กล่าวคือ พระราชกำหนดบทพระอายการได้แก่ราชสาตรหรือบทกฎหมายที่กสัตรได้ทรงกำหนดขึ้นตามหลักฎหมายในพระธรรมสาตร คำว่า “พระอายการ” ตามที่ได้ทรงยกขึ้นเป็นตัวอย่างที่ 4 แห่งข้างต้นนั้น ตัวพิมพ์ในกฎหมายเก่า 2 เล่มของหมอบลัดเล ใช้คำว่า พระไอยการ และคำว่า พระไอยการ นี้
ยังมีการเขียนปรากฏอยู่ในกฎหมายเก่าอีกหลายบท เช่น ในกฎมณเฑียรบาลใช้คำว่า ” กำหนดพระราชกฤษฎีกา ไอยการ พระราชกุมาร พระราชนัดดา ฝ่ายพระราชกุมารเกิดด้วยพระอัครมเหษี คือ สมเด็จหน่อ พระพุทธเจ้าอันเกิดด้วยแม่หยัวเมืองเป็นพระมหาอุปราชเกิดด้วย ลูกหลวงกินเมืองเอก เกิดด้วยหลานกินเมืองโท เกิดด้วย
พระสนม เป็นพระเยาวราช”เป็นต้น ความหมายแห่งคำว่า ” ไอยการ” ตามความที่ใช้ในกฎมณเฑียรบาลนี้ หลวงอรรถไกวัลวที อธิบายว่า หมายความถึง ทำเนียบหรือ หน้าที่สำหรับปฏิบัติและถ้าจะได้ศึกษากฎมณเฑียรบาลโดยตลอด จะเห็นได้ว่า ในกฎมณเฑียรบาลมีความกล่าวถึงหน้าที่ของพนักงานต่าง ๆ ไว้เป็นอันมาก เช่น
“… ห้ามแห่ แลขี่ม้า เข้ามาใน สนาม ไอยการขุนดาบห้าม ถ้าขุนดาบ มิได้ห้ามปรามไซร้ โทษขุนดาบสามประการ..” และนอกจากนี้ ตามกฎ มณเฑียรบาลได้กล่าวถึงหน้าที่มหาดไทยความว่า “ไอยการ” ลูกขุน พ่อเรือน หมู่ไพร่พลทหาร โทษอาญา และช้างม้างา เชือก เรือ สังกัดกฎหมาย และหญ้า แล งาน ณรงคสงคราม
ทั้งนี้ พนักงานมหาดไทย” ซึ่งพอจะเห็นความหมายของคำว่า “ไอยการ” ได้ว่า หมายถึง หน้าที่หรือการซึ่งจะต้อง ปฏิบัติหรือระเบียบปฏิบัติ พลตรีพรเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงชี้แจงว่าเมื่อเห็น การเขียนสองรูปคือ “อายการ” และ “ไอยการ” แล้วก็เห็นได้ว่ามาจากคำว่า “อาย” หรือ ” ไอย” ซึ่งแปลว่า ทางไปหรือทางดำเนิน ทางปฏิบัติ” และตามตัวอย่างที่ปรากฎใน กฎมณเฑียรบาลที่ยกขึ้นกล่าวนั้น จะเห็นว่า “อัยการ” แปลว่า ” ทำเนียมปฏิบัติ หรือหน้าที่ปฏิบัติ คือ ไอย
ก็ตรงกับคำว่าปฏิบัติ นั้นเอง หรือถ้า จะใช้อีกคำหนึ่งให้มีความหมายว่า การไป การดำเนิน เราก็มี คำว่า จารีต ซึ่งเมื่อรวมความหมายของคำว่า “อายการ” และ “ไอยการ” ซึ่ง ปรากฏในกฎหมายเก่าเป็นลำดับมานั้นแล้ว “พระราชกำหนดบทพระอายการ” จึงแปลว่า “พระราชกำหนดบทราชปฏิบัติหรือบันทัดฐานการปฏิบัติซึ่งกสัตรบัญญัติไว้” และในที่สุดคำว่า “อัยการ” จึงได้แก่ “กฎหมายซึ่งกสัตรบัญญัติตาม หลักพระธรรมสาตร และตามขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งปฏิบัติกันมา แต่ยังไม่เป็นบันทัดฐาน
กสัตรบัญญัติขึ้นให้ เป็นบันทัดฐานสำหรับราษฎร และผู้ตัดสินความจะได้ถือปฏิบัติต่อไป”
<< อัยการไทยในปัจจุบัน >>
ยุคสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานอิสระ
การที่กรมอัยการได้สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2465 ได้ก่อให้เกิดปัญหาข้อขัดข้องหลายประการ นอกจากนั้น องค์กรอัยการในหลายประเทศได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เช่นเดียวกับองค์กรตุลาการ ในเอเซีย เช่น พม่า อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ( จีนแดง) ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา เช่น เมกซิโก เวเนซูเอลา เปรู ปานามา เอลซัลวาดอร์ โคลัมเบีย อิเวคดอร์ โดมินิกัน คิวบา ฯลฯ กลุ่มประเทศสังคมนิยม เช่น สหภาพโซเวียต (ก่อนแยกเป็นรัฐอิสระในปัจจุบัน) และประเทศกลุ่มบริวาร ของรัสเซีย ( เดิม) ยุโรป เช่น สวีเดน เป็นต้น ฯลฯ ดังนั้นคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 47 และฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 แยกกรมอัยการออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นหน่วยงานราชการอิสระ ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวงหรือทบวงใด อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยเปลี่ยนชื่อ จาก “ กรมอัยการ ” เป็น “ สำนักงานอัยการสูงสุด ” และเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง “ อธิบดีกรมอัยการ ” และ “ รองอธิบดี” กรมอัยการ ” เป็น “ อัยการสูงสุด ” และ “ รองอัยการสูงสุด ” ตามลำดับ
บทบาทและหน้าที่
ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
กำหนดให้องค์กรอัยการประกอบด้วย ก.อ. อัยการสูงสุด, และพนักงานอัยการอื่น โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานธุรการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดำเนินการอื่น และนิติบุคคล โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้แทนนิติบุคคล และให้ข้าราชการฝ่ายอัยการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้
๑. ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
๒. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
๓. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
๔. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
๕. ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
๖. ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
๗. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และประชาชน
๘. ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
๙. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ มีดังนี้
๑. อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
๒. ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
๓. ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโคตุลาการทั้งปวงกับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
๔. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดีหรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
๕. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นคู่กรณีและมิใช่กรณีที่พิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
๖. ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
๗. ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
๘. ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
๙. อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
๑๐. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
๑๑. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตาร ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำโดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมก็ได้พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
บทบาทและหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
โครงสร้างสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นแบ่งออกเป็น
๑. ฝ่ายอัยการ พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด ภายในเขตท้องที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งว่าด้วยการนั้น
คดีอาญา
๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญา ที่มีอัตราโทษจำคุกเกิน ๓ ปี หรือปรับเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
๒. เป็นทนายแก้ต่างให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือคดีที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการ
คดีแพ่ง
๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
๒. คดีไม่มีทุนทรัพย์ เช่น คดีฟ้องขับไล่ เป็นต้น
๓. รับว่าต่างแก้ต่างการดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการทั้งปวง
๔. รักษาสิทธิและผลประโยชน์ของรัฐ
๒. ฝ่ายสำนักอำนวยการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานสนับสนุนการดำเนินคดีและงานด้านบริหารงานทั่วไป
๑. งานธุรการ
๒. งานตรวจรับสำนวนคดี
๓. งานสารบบคดี
๔. งานการเงินและบัญชี
๕. งานพัสดุ
๖. งานแจ้งคำสั่ง
๗. งานแจ้งผลคดี
วิสัยทัศน์
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ
1. อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
โครงสร้าง

บุคลากร
ข้าราชการอัยการ

อัยการจังหวัดขอนแก่น

อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
(ผู้กลั่นกรองงาน)

อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
(ผู้กลั่นกรองงาน)

อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
(ผู้กลั่นกรองงาน)

อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
(ผู้กลั่นกรองงาน)

รองอัยการจังหวัด

รองอัยการจังหวัด

รองอัยการจังหวัด

รองอัยการจังหวัด

รองอัยการจังหวัด

อัยการจังหวัดผู้ช่วย

อัยการจังหวัดผู้ช่วย

อัยการจังหวัดผู้ช่วย

อัยการจังหวัดผู้ช่วย

อัยการจังหวัดผู้ช่วย

อัยการประจำกอง

อัยการประจำกอง
ข้าราชการธุรการ

ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
ฝ่ายอำนวยการ

นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ

นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
ฝ่ายนิติการ

นิติกรชำนาญการพิเศษ

นิติกรชำนาญการ

นิติกรชำนาญการ

นิติกรชำนาญการ

นิติกรปฏิบัติการ

นิติกรปฏิบัติการ
ฝ่ายสนับสนุนคดี

เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
ฝ่ายการเงิน

นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ

นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ

นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
ฝ่ายพัสดุ

นักวิชาการพัสดุชำนาญการ

นักวิชาการพัสดุชำนาญการ

นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ
พนักงานราชการ

พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์
จ้างเหมาบริการ

พนักงานขับรถยนต์

พนักงานขับรถยนต์

คนสวน

พนักงานทำความสะอาด

พนักงานทำความสะอาด

พนักงานทำความสะอาด
คณะกรรมการการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการพัฒนาสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น

อัยการจังหวัดขอนแก่น
ประธานกรรมการ

อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
กรรมการ

อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงขอนแก่น
ที่ปรึกษาด้านการอำนวยความเป็นธรรม
และรักษาผลประโยชน์ของรัฐ
คดีในอำนาจศาลแขวง
กรรมการ

อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น ที่ปรึกษาด้านการอำนวยความเป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพเด็ก เยาวชนและครอบครัว
กรรมการ

อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี
จังหวัดขอนแก่น ที่ปรึกษาด้านการอำนวยความเป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิและ
ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
กรรมการ

ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
กรรมการและเลขานุการ

นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นักวิชาการพัสดุชำนาญการ
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ผู้แทนภาคประชาชน

ประธานส่วนผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ

ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ

ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ

ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ

ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ
ที่ปรึกษากรรมการ

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน

ผู้แทนภาคประชาชน
ทำเนียบผู้บริหาร
| ลำดับ | ชื่อ-สกุล | ดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1. | นายสมศักดิ์ สันทนาคณิต | พ.ค. 2532 – เม.ย. 2533 |
| 2. | นายภราดร ศรีศุภรางค์กุล | พ.ค. 2533 – เม.ย. 2534 |
| 3. | นายสมนึก เนินทราย | พ.ค. 2534 – พ.ค. 2536 |
| 4. | นายศักดิ์ชัย จิรวุฒิวงค์ชัย | มิ.ย. 2536 – เม.ย. 2537 |
| 5. | ร.ต.สุทิน สุขสุเดช | พ.ค. 2537 – ก.ย. 2539 |
| 6. | นายกิตติ แก้วทับทิม | ต.ค. 2539 – เม.ย. 2541 |
| 7. | นายพิทักษ์ อบสุวรรณ | พ.ค. 2541 – เม.ย. 2542 |
| 8. | นายภาณุรัตน์ โง่นคำ | พ.ค. 2542 – เม.ย. 2543 |
| 9. | นายอนุพนธ์ เกตุสมบูรณ์ | พ.ค. 2543 – เม.ย. 2544 |
| 10. | นายสมเกียรติ แพทย์คุณ | พ.ค. 2544 – เม.ย. 2545 |
| 11. | นายบวร จินา | พ.ค. 2545 – เม.ย. 2547 |
| 12. | นายยืนยง ศรีวิเศษ | พ.ค. 2547 – เม.ย. 2548 |
| 13. | นายวิเชษฐ์ หว่านพืช | พ.ค. 2548 – เม.ย. 2549 |
| 14. | นายสุพร วัฒนวงศ์วรรณ | พ.ค. 2549 – มี.ค. 2550 |
| 15. | นายจิรวุฒิ เตชะพันธุ์ | เม.ย. 2550 – มี.ค. 2551 |
| 16. | นายมงคล จิรชัยกุล | เม.ย. 2551 – มี.ค. 2553 |
| 17. | นายอรุณ เคยสนิท | เม.ย. 2553 – มี.ค. 2554 |
| 18. | นางกุสุมา เมฆเมฆา | เม.ย. 2554 – มี.ค. 2555 |
| 19. | นายสุรศักดิ์ ศรีสะอาด | เม.ย. 2555 – มี.ค. 2557 |
| 20. | ว่าที่เรือตรีนิคม แสงสว่าง | เม.ย. 2557 – มี.ค. 2558 |
| 21 | นางสาวอรุณวรรณ แก้วจินดา | เม.ย. 2558 – มี.ค. 2559 |
| 22. | นายสายัน จันทะรัง | เม.ย. 2559 – มี.ค. 2560 |
| 23. | นายวิเชตร แสนคำ | เม.ย. 2560 – มี.ค. 2561 |
| 24. | นายวีระศักดิ์ มณีเนตร | เม.ย. 2561 – มี.ค. 2562 |
| 25. | นายสุขสันต์ จันทรโรจน์ | เม.ย. 2562 – มี.ค. 2563 |
| 26. | นางปัญจพัฒน์ วรรณไพบูลย์ | เม.ย. 2563 – มี.ค. 2564 |
| 27. | นายสราวุธ โฆษิตธนสาร | เม.ย. 2564 – มี.ค. 2565 |
| 28. | นายศรีวงษ์ หลักคำ | เม.ย. 2565 – มี.ค. 2566 |
| 29. | นายสุชาติ ธนนิเวศ | เม.ย. 2566 – มี.ค. 2567 |
| 30. | นางอุษณีย์ สิงห์ภูกัน | เม.ย. 2567 – มี.ค. 2568 |
| 31. | นางสาววรวรรณ วงศ์ปัญญา | เม.ย. 2568 – มี.ค. 2569 |
| 32. | นายอิสระพันธ์ สมัครคดี | เม.ย. 2569 – ปัจจุบัน |
สถิติคดี
สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
ปี 2569
| ประเภทคดี | รายการ | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส.1 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ส่งตัวมา | 361 | 478 | 592 | 563 | 574 | 2,568 | |||||||
| ส.1 ฟื้นฟู | สำนวนคดีฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | |||||||
| ส.2 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา | 29 | 41 | 48 | 23 | 42 | 183 | |||||||
| ส.3 | สำนวนไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด | 2 | 0 | 1 | 0 | 0 | 3 | |||||||
| ส.4 อาญา | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล | 334 | 402 | 607 | 517 | 589 | 2,449 | |||||||
| ส.5 (อาญาแก้ต่าง) | สำนวนแก้ต่างคดีอาญา | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | |||||||
| ส.5 ก.(คดีแพ่ง) | สำนวนแก้ต่างคดีแพ่ง | 0 | 4 | 1 | 3 | 2 | 10 | |||||||
| ส.12 (ชันสูตรพลิกศพ) | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | |||||||
| ส.12 ก. (ตายผิดธรรมชาติ) | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ตายผิดธรรมชาติ) | 1 | 1 | 0 | 0 | 1 | 3 | |||||||
| ส.13 | สารบบคดีมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดที่เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงในชั้นหลังพ้นโทษ | 1 | 3 | 0 | 2 | 4 | 10 | |||||||
| ส.13 ก. | สารบบคดีมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดที่เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงในชั้นหลังพ้นโทษ และเป็นผู้ถูกเฝ้าระวังแล้ว | 0 | 1 | 1 | 0 | 1 | 3 | |||||||
| คดีสำคัญ | 1 | 2 | 1 | 4 | 3 | 11 | ||||||||
| ยาเสพติด | 193 | 279 | 358 | 321 | 316 | 1,467 | ||||||||
| คดีความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ฉ้อโกง | 25 | 41 | 28 | 52 | 26 | 172 |
สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
ปี 2568
| ประเภทคดี | รายการ | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส.1 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ส่งตัวมา | 427 | 320 | 376 | 388 | 386 | 321 | 392 | 382 | 540 | 455 | 368 | 390 | 4,745 |
| ส.1 ฟื้นฟู | สำนวนคดีฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| ส.2 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา | 29 | 51 | 69 | 30 | 19 | 25 | 38 | 39 | 40 | 23 | 17 | 25 | 405 |
| ส.3 | สำนวนไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด | 2 | 1 | 0 | 2 | 6 | 2 | 2 | 3 | 1 | 0 | 3 | 0 | 22 |
| ส.4 อาญา | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล | 478 | 311 | 338 | 358 | 445 | 342 | 362 | 368 | 503 | 501 | 321 | 377 | 4,704 |
| ส.5 (อาญาแก้ต่าง) | สำนวนแก้ต่างคดีอาญา | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| ส.5 ก.(คดีแพ่ง) | สำนวนแก้ต่างคดีแพ่ง | 1 | 2 | 1 | 9 | 2 | 1 | 3 | 2 | 7 | 2 | 1 | 4 | 35 |
| ส.12 (ชันสูตรพลิกศพ) | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) | 0 | 0 | 0 | 1 | 2 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 3 |
| ส.12 ก. (ตายผิดธรรมชาติ) | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ตายผิดธรรมชาติ) | 0 | 0 | 0 | 1 | 1 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 3 |
| ส.13 | สารบบคดีมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดที่เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงในชั้นหลังพ้นโทษ | 2 | 3 | 4 | 0 | 5 | 4 | 3 | 3 | 5 | 4 | 13 | 5 | 51 |
| ส.13 ก. | สารบบคดีมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดที่เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงในชั้นหลังพ้นโทษ และเป็นผู้ถูกเฝ้าระวังแล้ว | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 2 |
| คดีสำคัญ | 2 | 2 | 6 | 1 | 0 | 1 | 0 | 1 | 5 | 3 | 0 | 0 | 21 | |
| ยาเสพติด | 369 | 182 | 203 | 215 | 218 | 172 | 197 | 191 | 290 | 191 | 157 | 185 | 2,570 | |
| คดีความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ฉ้อโกง | 23 | 18 | 17 | 24 | 22 | 21 | 27 | 29 | 41 | 27 | 26 | 39 | 314 |
สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
ปี 2567
| ประเภทคดี | รายการ | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | รวม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส.1 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ส่งตัวมา | 192 | 264 | 272 | 290 | 326 | 280 | 305 | 455 | 456 | 369 | 360 | 390 | 3,959 |
| ส.1 ฟื้นฟู | สำนวนคดีฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 |
| ส.2 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา | 33 | 28 | 25 | 41 | 33 | 37 | 21 | 35 | 49 | 14 | 26 | 32 | 374 |
| ส.3 | สำนวนไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 3 | 0 | 3 |
| ส.4 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล | 199 | 236 | 281 | 266 | 305 | 278 | 314 | 428 | 414 | 409 | 338 | 335 | 3,803 |
| ส.5 (อาญาแก้ต่าง) | สำนวนแก้ต่างคดีอาญา | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 1 | 0 | 0 | 3 |
| ส.5 ก.(คดีแพ่ง) | สำนวนแก้ต่างคดีแพ่ง | 1 | 2 | 1 | 1 | 4 | 4 | 5 | 0 | 1 | 2 | 0 | 0 | 21 |
| ส.12 (ชันสูตรพลิกศพ) | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) | 0 | 0 | 0 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 2 | 3 | 7 |
| ส.12 ก. (ตายผิดธรรมชาติ) | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ตายผิดธรรมชาติ) | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 0 | 2 | 1 | 3 |
| คดีสำคัญ | 1 | 2 | 0 | 1 | 1 | 0 | 0 | 0 | 0 | 1 | 2 | 0 | 8 | |
| ยาเสพติด | 76 | 114 | 121 | 155 | 162 | 129 | 161 | 259 | 280 | 213 | 229 | 257 | 2,156 |
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น (หลังเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์/โทรสาร. 043-234-392 (งานอำนวยการ), 043-244-972 (งานคดี), 043-333-051 (งานการเงิน-พัสดุ)
E-mail : kk@ago.go.th
ศูนย์อำนวยการชันสูตรพลิกศพจังหวัดขอนแก่น โทร. 094-648-0614
ศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญาฯ โทร. 094-648-0614
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โทร. 065-229-0793








































































