ความหมายของคำว่า อัยการ ตามรูปศัพท์

คำว่า “อัยการ” ได้ปรากฎพบตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในกฎมนเฑียรบาล รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ตราไว้เมื่อวันเสาร์ เดือนห้า ขึ้นหกค่ำ “จุลศักราช 720 (พ.ศ.1901) ว่า”..จึงต้องพระราชอาญาอัยการ ทหาร พ่อเรือน ชายหญิง สมณพรหมณ์จารย์..”ศัพท์ครั้งแรกที่พบเขียนว่า “อัยการ” แต่ต่อมามีการเขียน แตกต่างกันออกไปจนกระทั่งมาคงอยู่ ในรูปศัพท์ “อัยการ”ในปัจจุบัน เช่นคำพระราชปรารภในกฎหมายตราสามดวงและข้อความในลักษณะพระธรรมสาตร ใช้คำว่า “พระไอยการ” ในหนังสืออัยการนิเทศเล่ม 1-2 พ.ศ. 2478 – 2479 ใช้คำว่า “อัยยการนิเทศ” ในหนังสือบรรยายประวัติศาสตร์กฎหมายของหลวงสุทธิวาทนฤพุฒิโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2512 มีหลายแห่งใช้คำว่า”พระอายการ” เช่น พระอายการลักษณะเบ็ดเสร็จ พิจารณาตามรูปศัพท์ของคำว่า”อัยการ”จะเห็นได้จากปทานุกรมกระทรวงธรรมการ พ.ศ. 2470 ว่า การเขียนในสมัยนั้น ได้ใช้ตัวอักษรว่า “อัยยการ” คือมีตัว อักษร “ย” เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว ซึ่งพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ ประพันธ์ ทรงอธิบายว่าการที่เขียน “อัยยการ” ก็เพิ่งเขียนขึ้นเมื่อออกปทานุกรมฉบับนี้เองแต่ก่อนไม่เคยเห็นเขียนเช่นนั้น ครั้นต่อมา พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย สถาน พ.ศ. 2493 ได้กลับใช้คำว่า “อัยการ” เมื่อยกศัพท์ว่า “อัย” หรือ “อัยย” ซึ่งเป็นคำบาลี แปลว่าผู้เป็นเจ้าผู้เป็นใหญ่นาย”คำว่า”การ”คืองานหรือหน้าที่ฉะนั้นคำว่า “อัยการ”
ตามความหมายของการแยกศัพท์ก็คืองานของผู้เป็นเจ้านาย หรืองานของผู้เป็นใหญ่แต่ความหมายในปทานุกรมหรือพจนานุกรมได้ผิดแผกออกไป คือ
หมายความว่าชื่อกรมหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ฟ้องความแผ่นดิน หรือเจ้าหน้าที่ในกรมนั้น

คำว่า “อัยการ” ตามรูปกฎหมาย

การค้นหาที่มาของคำว่า “อัยการ” ตามกฎหมายเก่า เสด็จพระเจ้าวรวงค์ เธอ ซึ่งได้กล่าวพระนามข้างต้นนั้นได้ทรงยกพระราชปรารภในประมวลกฎหมาย
รัชกาลที่ 1 และในลักษณะพระธรรมสาตร ขึ้นพิจารณาดังนี้

ในพระราชปรารภในประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 มีความว่า “แลฝ่ายข้าง อาณาจักร กสัตรผู้จะครองแผ่นดินนั้นอาศัย ซึ่งโบราณราชนิติกฎหมาย พระอายการ อันกสัตร แต่ก่อนบัญญัติไว้ให้เป็นบรรทัดฐานจึงพิพากษา ตราสินเนื้อความราษฎรทั้งปวงได้โดยยุติธรรม และพระราชกำหนดบท พระอายการนั้น ก็ฟั่นเฟือนวิปริตผิดซ้ำต่างกันไปเป็นอันมากจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดข้าทูลอองฯ ที่มีสติปัญญาได้ 11 คน ชำระพระราช กำหนดบทพระอายการอันมีอยู่ในหอหลวง
ตั้งแต่พระธรรมสาตรไปให้ถูกถ้วนตามบาลีเนื้อความผิดมิให้ผิดเพี้ยน..”

ในพระธรรมสาตรมีความว่า “อันสาขาคดีนั้น คือ ลักษณะพระราชกำหนดบทพระอายการ และพระราชบัญญัติซึ่งจัดเป็นพระราชสาตรทั้งปวง อันโบราณราชกสัตร
ทรงพระอุตสาหะพิจารณาคำนึง ตามพระ คำภีร์พระธรรมสาตร แล้วมี พระราชบัญญัติดัดแปลงตกแต่งตั้งเป็น พระราชกำหนดบทพระอายการไว้โดยมาตราเป็นอันมาก
ทุก ๆ ลำดับ กสัตรมาตราบเท่าทุกวันนี้” พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์นั้นได้ทรงวินิจฉัยว่า ตามที่ปรากฎคำว่า “อายการ” อยู่ในที่ 2 แห่งนี้ ก็พอจะเห็น ความหมายของคำว่า “อัยการ” ได้แล้ว กล่าวคือ พระราชกำหนดบทพระอายการได้แก่ราชสาตรหรือบทกฎหมายที่กสัตรได้ทรงกำหนดขึ้นตามหลักฎหมายในพระธรรมสาตร คำว่า “พระอายการ” ตามที่ได้ทรงยกขึ้นเป็นตัวอย่างที่ 4 แห่งข้างต้นนั้น ตัวพิมพ์ในกฎหมายเก่า 2 เล่มของหมอบลัดเล ใช้คำว่า พระไอยการ และคำว่า พระไอยการ นี้
ยังมีการเขียนปรากฏอยู่ในกฎหมายเก่าอีกหลายบท เช่น ในกฎมณเฑียรบาลใช้คำว่า ” กำหนดพระราชกฤษฎีกา ไอยการ  พระราชกุมาร พระราชนัดดา ฝ่ายพระราชกุมารเกิดด้วยพระอัครมเหษี คือ สมเด็จหน่อ พระพุทธเจ้าอันเกิดด้วยแม่หยัวเมืองเป็นพระมหาอุปราชเกิดด้วย ลูกหลวงกินเมืองเอก เกิดด้วยหลานกินเมืองโท เกิดด้วย
พระสนม เป็นพระเยาวราช”เป็นต้น ความหมายแห่งคำว่า ” ไอยการ” ตามความที่ใช้ในกฎมณเฑียรบาลนี้ หลวงอรรถไกวัลวที อธิบายว่า หมายความถึง ทำเนียบหรือ หน้าที่สำหรับปฏิบัติและถ้าจะได้ศึกษากฎมณเฑียรบาลโดยตลอด จะเห็นได้ว่า ในกฎมณเฑียรบาลมีความกล่าวถึงหน้าที่ของพนักงานต่าง ๆ ไว้เป็นอันมาก เช่น
“… ห้ามแห่ แลขี่ม้า เข้ามาใน สนาม ไอยการขุนดาบห้าม ถ้าขุนดาบ มิได้ห้ามปรามไซร้ โทษขุนดาบสามประการ..” และนอกจากนี้ ตามกฎ มณเฑียรบาลได้กล่าวถึงหน้าที่มหาดไทยความว่า “ไอยการ” ลูกขุน พ่อเรือน หมู่ไพร่พลทหาร โทษอาญา และช้างม้างา เชือก เรือ  สังกัดกฎหมาย และหญ้า แล งาน ณรงคสงคราม
ทั้งนี้ พนักงานมหาดไทย” ซึ่งพอจะเห็นความหมายของคำว่า “ไอยการ”  ได้ว่า หมายถึง หน้าที่หรือการซึ่งจะต้อง ปฏิบัติหรือระเบียบปฏิบัติ พลตรีพรเจ้าวรวงศ์เธอ
กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงชี้แจงว่าเมื่อเห็น การเขียนสองรูปคือ “อายการ” และ “ไอยการ” แล้วก็เห็นได้ว่ามาจากคำว่า “อาย”  หรือ ” ไอย” ซึ่งแปลว่า ทางไปหรือทางดำเนิน ทางปฏิบัติ” และตามตัวอย่างที่ปรากฎใน กฎมณเฑียรบาลที่ยกขึ้นกล่าวนั้น จะเห็นว่า “อัยการ” แปลว่า ” ทำเนียมปฏิบัติ หรือหน้าที่ปฏิบัติ คือ ไอย
ก็ตรงกับคำว่าปฏิบัติ นั้นเอง หรือถ้า จะใช้อีกคำหนึ่งให้มีความหมายว่า การไป การดำเนิน เราก็มี คำว่า จารีต ซึ่งเมื่อรวมความหมายของคำว่า “อายการ” และ “ไอยการ” ซึ่ง ปรากฏในกฎหมายเก่าเป็นลำดับมานั้นแล้ว “พระราชกำหนดบทพระอายการ” จึงแปลว่า “พระราชกำหนดบทราชปฏิบัติหรือบันทัดฐานการปฏิบัติซึ่งกสัตรบัญญัติไว้” และในที่สุดคำว่า “อัยการ” จึงได้แก่ “กฎหมายซึ่งกสัตรบัญญัติตาม หลักพระธรรมสาตร และตามขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งปฏิบัติกันมา แต่ยังไม่เป็นบันทัดฐาน
กสัตรบัญญัติขึ้นให้ เป็นบันทัดฐานสำหรับราษฎร และผู้ตัดสินความจะได้ถือปฏิบัติต่อไป”

<< อัยการไทยในปัจจุบัน >>

ยุคสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานอิสระ
การที่กรมอัยการได้สังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทยมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2465 ได้ก่อให้เกิดปัญหาข้อขัดข้องหลายประการ นอกจากนั้น องค์กรอัยการในหลายประเทศได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เช่นเดียวกับองค์กรตุลาการ ในเอเซีย เช่น พม่า อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ( จีนแดง) ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา เช่น เมกซิโก เวเนซูเอลา เปรู ปานามา เอลซัลวาดอร์ โคลัมเบีย อิเวคดอร์ โดมินิกัน คิวบา ฯลฯ กลุ่มประเทศสังคมนิยม เช่น สหภาพโซเวียต (ก่อนแยกเป็นรัฐอิสระในปัจจุบัน) และประเทศกลุ่มบริวาร ของรัสเซีย ( เดิม) ยุโรป เช่น สวีเดน เป็นต้น ฯลฯ ดังนั้นคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงได้มีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 47 และฉบับที่ 49 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2534 แยกกรมอัยการออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นหน่วยงานราชการอิสระ ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีกระทรวงหรือทบวงใด อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยเปลี่ยนชื่อ จาก “ กรมอัยการ ” เป็น “ สำนักงานอัยการสูงสุด ” และเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง “ อธิบดีกรมอัยการ ” และ “ รองอธิบดี”  กรมอัยการ ” เป็น “ อัยการสูงสุด ” และ “ รองอัยการสูงสุด ” ตามลำดับ

บทบาทและหน้าที่

ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

      กำหนดให้องค์กรอัยการประกอบด้วย ก.อ. อัยการสูงสุด, และพนักงานอัยการอื่น โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานธุรการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดำเนินการอื่น และนิติบุคคล โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้แทนนิติบุคคล และให้ข้าราชการฝ่ายอัยการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด

อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด  มีดังนี้

           ๑. ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
           ๒. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
           ๓. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
           ๔. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
           ๕. ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
           ๖. ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
           ๗. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และประชาชน
           ๘. ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
           ๙. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด

           ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ

           ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ มีดังนี้
           ๑. อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
           ๒. ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
           ๓. ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโคตุลาการทั้งปวงกับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
           ๔. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดีหรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
           ๕. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นคู่กรณีและมิใช่กรณีที่พิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
           ๖. ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
           ๗. ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
           ๘. ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
           ๙. อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
           ๑๐. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
           ๑๑. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด

           ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตาร ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำโดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมก็ได้พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.

บทบาทและหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น

           โครงสร้างสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นแบ่งออกเป็น

                      ๑. ฝ่ายอัยการ พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด ภายในเขตท้องที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งว่าด้วยการนั้น

                                 คดีอาญา
                                            ๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญา ที่มีอัตราโทษจำคุกเกิน ๓ ปี หรือปรับเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
                                            ๒. เป็นทนายแก้ต่างให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือคดีที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการ

                                 คดีแพ่ง 
                                            ๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
                                            ๒. คดีไม่มีทุนทรัพย์ เช่น คดีฟ้องขับไล่ เป็นต้น        
                                            ๓. รับว่าต่างแก้ต่างการดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการทั้งปวง
                                            ๔. รักษาสิทธิและผลประโยชน์ของรัฐ

                      ๒. ฝ่ายสำนักอำนวยการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานสนับสนุนการดำเนินคดีและงานด้านบริหารงานทั่วไป

                                            ๑. งานธุรการ
                                            ๒. งานตรวจรับสำนวนคดี
                                            ๓. งานสารบบคดี
                                            ๔. งานการเงินและบัญชี
                                            ๕. งานพัสดุ
                                            ๖. งานแจ้งคำสั่ง
                                            ๗. งานแจ้งผลคดี

วิสัยทัศน์

“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”

พันธกิจ

                                                                       1. อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
                                                                       2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
                                                                       3. รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
                                                                       4. พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ

ค่านิยมร่วม “PUBLIC”

                                                                                                                P : People First      ประชาชนมาที่หนึ่ง
                                                                                                                U : Uprightness      เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
                                                                                                                B : Betterment      คิดและทำเพื่อพัฒนา
                                                                                                                L : Lawfulness      รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
                                                                                                                I : Integrity      ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
                                                                                                                C : Collaboration      ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย

โครงสร้าง

บุคลากร

ข้าราชการอัยการ
นางสาววรวรรณ วงศ์ปัญญา
อัยการจังหวัดขอนแก่น
นายกิตติพัฒน์ จำปาศิริ
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
 (ผู้กลั่นกรองงาน)
พ.ต.ท.วัฒนพงษ์ จันทระ
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
 (ผู้กลั่นกรองงาน)
นายธัญญะ ฌายีเนตร
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
 (ผู้กลั่นกรองงาน)
นางสาวนาฎลัดดา มหาชัย
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
 (ผู้กลั่นกรองงาน)
นายนนท์ธวัช สิงห์กุล
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
นายอภิศิษฏ์ ภู่ภัทรางค์
รองอัยการจังหวัด
นายณรงค์ หลวงเทพ
รองอัยการจังหวัด
นายธัญวุฒิ ธรรมรังรอง
รองอัยการจังหวัด
นายกีรติ ไชยนาเดช
อัยการจังหวัดผู้ช่วย
นายชัยกองพล วงศ์สุเมธ
อัยการจังหวัดผู้ช่วย
นางสาวมีนรดา รัสมี
อัยการจังหวัดผู้ช่วย
นายณัฐปณต สิมะจารึก
อัยการจังหวัดผู้ช่วย
นายปาณัสม์ จิตต์รัตนพงศ์
อัยการประจำกอง
นางสาวอนัญญา ลิ่มศิลา
อัยการประจำกอง
นางสาวศิรประภา ปรีดา
อัยการประจำกอง
นางสาวณปภัช เลาหกาญจนกิจ
อัยการผู้ช่วย
ข้าราชการธุรการ
นางสาวอุบลวัณณ์ พัดดำ
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
ฝ่ายอำนวยการ
นางสาวอรนุช ภูมิพฤกษ์
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ
นางสาวบุษกร สืบสำราญ
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นายกิติศักดิ์ ศรีอุปตะ
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางสาววิชชุดากร ศรีเคน
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
นางสาวจิรัชญา เยื้อกลาง
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ
นางยุพิน คนไว
นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ

ฝ่ายนิติการ

นายปฐพี คำควร
นิติกรชำนาญการพิเศษ
นางญาณิศากานต์ สามหาดไทย
นิติกรชำนาญการ
นายธีรวิทย์ เกิดแสง
นิติกรชำนาญการ
นายฐาปนพงศ์ สุขประเสริฐ
นิติกรปฏิบัติการ
นายชวกร กล้าหาญ
นิติกรปฏิบัติการ
นางสาวอมรประภา แผ่นศิลา
นิติกรปฏิบัติการ

ฝ่ายสนับสนุนคดี

นางอุบลวรรณ ราชบุตร
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวสารีกา ศรีทำเลา
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นางสาวสุรภา แซงผุย
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
นายพรเทพ โรจนมาน
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน

ฝ่ายการเงิน

นางสาวปฏิพร ครัวสูงเนิน
นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการพิเศษ
นางชติฎา โนนทิง
นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ
นางสาวหรัทรภา ไชยเนตร
นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ

ฝ่ายพัสดุ

นางสาวสุดารัตน์ ตัณยะกุล
นักวิชาการพัสดุชำนาญการ
นางสาวสุจิรา พงษ์โคกสี
นักวิชาการพัสดุชำนาญการ
นางสาวอรุณวรรณ แก้วกันหา
นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ

พนักงานราชการ

นางสาวแพรวนภา สท้าน
พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์
คณะกรรมการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการพัฒนา
สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
นางสาววรวรรณ วงศ์ปัญญา
อัยการจังหวัดขอนแก่น
ประธานกรรมการ
นายกิตติพัฒน์ จำปาศิริ
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
กรรมการ
นางสาวอุบลวัณณ์ พัดดำ
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
เลขานุการ
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์อัยการจังหวัดขอนแก่น

คุณพัทธนันท์ เหลาทอง
ผู้แทนภาคประชาชน
คุณบวร เสรีโยธิน
ประธานส่วนผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ
คุณคณกฤต เตชะสถิตย์กุล
ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ
คุณนิพนธ์ เจริญกิจ
ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ
คุณมณิตา รัตนเกษมชัย
ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ
คุณวิชญ์พล ศรีสุรพล
ผู้แทนภาคประชาชน
กรรมการ
ทำเนียบผู้บริหาร
ลำดับชื่อ-สกุลดำรงตำแหน่ง
1.นายสมศักดิ์ สันทนาคณิตพ.ค. 2532 – เม.ย. 2533
2.นายภราดร ศรีศุภรางค์กุลพ.ค. 2533 – เม.ย. 2534
3.นายสมนึก เนินทรายพ.ค. 2534 – พ.ค. 2536
4.นายศักดิ์ชัย จิรวุฒิวงค์ชัยมิ.ย. 2536 – เม.ย. 2537
5.ร.ต.สุทิน สุขสุเดชพ.ค. 2537 – ก.ย. 2539
6.นายกิตติ แก้วทับทิมต.ค. 2539 – เม.ย. 2541
7.นายพิทักษ์ อบสุวรรณพ.ค. 2541 – เม.ย. 2542
8.นายภาณุรัตน์ โง่นคำพ.ค. 2542 – เม.ย. 2543
9.นายอนุพนธ์ เกตุสมบูรณ์พ.ค. 2543 – เม.ย. 2544
10.นายสมเกียรติ แพทย์คุณพ.ค. 2544 – เม.ย. 2545
11.นายบวร จินาพ.ค. 2545 – เม.ย. 2547
12.นายยืนยง ศรีวิเศษพ.ค. 2547 – เม.ย. 2548
13.นายวิเชษฐ์ หว่านพืชพ.ค. 2548 – เม.ย. 2549
14.นายสุพร วัฒนวงศ์วรรณพ.ค. 2549 – มี.ค. 2550
15.นายจิรวุฒิ เตชะพันธุ์เม.ย. 2550 – มี.ค. 2551
16.นายมงคล จิรชัยกุลเม.ย. 2551 – มี.ค. 2553
17.นายอรุณ เคยสนิทเม.ย. 2553 – มี.ค. 2554
18.นางกุสุมา เมฆเมฆาเม.ย. 2554 – มี.ค. 2555
19.นายสุรศักดิ์ ศรีสะอาดเม.ย. 2555 – มี.ค. 2557
20.ว่าที่เรือตรีนิคม แสงสว่างเม.ย. 2557 – มี.ค. 2558
21นางสาวอรุณวรรณ แก้วจินดาเม.ย. 2558 – มี.ค. 2559
22.นายสายัน จันทะรังเม.ย. 2559 – มี.ค. 2560
23.นายวิเชตร แสนคำเม.ย. 2560 – มี.ค. 2561
24.นายวีระศักดิ์ มณีเนตรเม.ย. 2561 – มี.ค. 2562
25.นายสุขสันต์ จันทรโรจน์เม.ย. 2562 – มี.ค. 2563
26.นางปัญจพัฒน์ วรรณไพบูลย์เม.ย. 2563 – มี.ค. 2564
27.นายสราวุธ โฆษิตธนสารเม.ย. 2564 – มี.ค. 2565
28.นายศรีวงษ์ หลักคำเม.ย. 2565 – มี.ค. 2566
29.นายสุชาติ ธนนิเวศเม.ย. 2566 – มี.ค. 2567
30.นางอุษณีย์ สิงห์ภูกันเม.ย. 2567 – มี.ค. 2568
31.นางสาววรวรรณ วงศ์ปัญญาเม.ย. 2568 – ปัจจุบัน

สถิติคดี

สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
ปี 2568
ประเภทคดีรายการม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.รวม
ส.1สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ส่งตัวมา4273203763883863213923825404553,987
ส.1 ฟื้นฟูสำนวนคดีฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด00000000000
ส.2สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา29516930192538394023363
ส.3สำนวนไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด210262231019
ส.4 อาญาสำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล4783113383584453423623685035014,006
ส.5 (อาญาแก้ต่าง)สำนวนแก้ต่างคดีอาญา00000000000
ส.5 ก.(คดีแพ่ง)สำนวนแก้ต่างคดีแพ่ง121921327230
ส.12 (ชันสูตรพลิกศพ)สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย)00012000003
ส.12 ก. (ตายผิดธรรมชาติ)สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ตายผิดธรรมชาติ)00011100003
ส.13สารบบคดีมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ
ในความผิดที่เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงในชั้นหลังพ้นโทษ
234054335433
ส.13 ก.สารบบคดีมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ
ในความผิดที่เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรงในชั้นหลังพ้นโทษ
และเป็นผู้ถูกเฝ้าระวังแล้ว
00000110002
คดีสำคัญ226101015321
ยาเสพติด3691822032152181721971912901912,228
สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
ปี 2567
ประเภทคดีรายการม.ค.ก.พ.มี.ค.เม.ย.พ.ค.มิ.ย.ก.ค.ส.ค.ก.ย.ต.ค.พ.ย.ธ.ค.รวม
ส.1สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ส่งตัวมา1922642722903262803054554563693603903,959
ส.1 ฟื้นฟูสำนวนคดีฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด0000000000000
ส.2สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา332825413337213549142632374
ส.3สำนวนไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด0000000000303
ส.4สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ได้ยื่นฟ้องต่อศาล1992362812663052783144284144093383353,803
ส.5 (อาญาแก้ต่าง)สำนวนแก้ต่างคดีอาญา0010000011003
ส.5 ก.(คดีแพ่ง)สำนวนแก้ต่างคดีแพ่ง12114450120021
ส.12 (ชันสูตรพลิกศพ)สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย)0001000001237
ส.12 ก. (ตายผิดธรรมชาติ)สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (ตายผิดธรรมชาติ)0000000000213
คดีสำคัญ1201100001208
ยาเสพติด761141211551621291612592802132292572,156

เอกสารเผยแพร่

ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น
อาคารสำนักงานอัยการภาค ๔ (หลังเดิม) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์/โทรสาร. 043-234-392, 043-244-972 (กลุ่มงาน ส.1), 043-333-051 (งานการเงิน-พัสดุ)
E-mail : kk@ago.go.th

ศูนย์อำนวยการชันสูตรพลิกศพจังหวัดขอนแก่น โทร. 094-648-0614
ศูนย์อำนวยการคุ้มครองเด็กในคดีอาญาฯ โทร. 094-648-0614
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ โทร. 065-229-0793