เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติองค์กรอัยการ
กรม อัยการ จัดตั้งขึ้นเป็นกรม เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ร.ศ ๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) โดยสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการให้โอนกรมอัยการจากกระทรวงยุติธรรมไปสังกัดกระทรวง มหาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๖๕ ตามประกาศรวมการปกครองท้องที่ และแบ่งหน้าที่ราชการระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงยุติธรรม จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ กรมอัยการ จึงได้แยกออกจากระทรวงมหาดไทยไปเป็นหน่วยงานไม่สังกัดกระทรวง ทบวงใด โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และได้เปลี่ยนชื่อจาก ” กรมอัยการ ” มาเป็น ” สำนักงานอัยการสูงสุด ” ปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานอิสระ ไม่สังกัดกระทรวง ทบวง กรม โดยเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน(พ.ศ.๒๕๕๐) หมวด ๑๑ ส่วนที่ ๒ มาตรา ๒๕๕ ได้บัญญัติไว้
ประวัติสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ที่ถนนสองนางสถิตย์ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร แต่เดิมจังหวัดมุกดาหาร มีรูปแบบลักษณะการปกครองเป็นอำเภอมุกดาหาร ขึ้นตรงต่อจังหวัดนครพนม ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2518 ตัวแทนราษฎรจากอำเภอมุกดาหาร อำเภอดอนตาล และอำเภอคำซะอี ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของจังหวัดนรรพนม ในขณะนั้นได้แสดงความประสงค์ต่อนายอำเภอมุกดาหารถึงเหตุผลและความจำเป็น อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกในการเดินทางเพื่อจะไปดำเนินกระบวนการยุติธรรมถึงจังหวัดนครพนม กระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องราวความจำเป็นและเหตุผลของราษฎรดังกล่าว จึงได้สำรวจข้อมูลทั้งภูมิศาสตร์ สถานที่ตั้ง จำนวนประชากร และปริมาณอรรถคดี ทั้งทางแห่งและทางอาญาแล้ว จึงได้พิจารณาเห็นสมควรให้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดขึ้นที่อำเภอมุกดาหาร และได้มีพระรชบัณญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม พ.ศ.2520 โดยให้ศาลจังหวัดมุกดาหารมีเขตตลอดท้องที่อำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี และอำเภอดอนตาล ในจังหวัดนครพนม และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการศาลจังหวัดมุกดาหาร ในปี พ.ศ.2523
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารจึงได้เปิดทำการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2523 เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนและราชฎรในเขตท้องที่อำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี และอำเภอดอนตาล เพื่อประโยชน์และความสะดวกต่อประชาชน โดยมี นายคมจักร แห่งปัจจัยการ ดำรงตำแหน่งเป็นอัยการจังหวัดมุกดาหารคนแรก และได้มีอาคารสำนักงานเป็นสถานที่ทำการ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 7 ไร่ มีอาคารสำนักงาน 2 ชั้น 1 หลัง และบ้านพักอัยการ จำนวน 5 หลัง บ้านพักเจ้าหน้าที่ธุรการ 2 หลัง บนเนื้อที่ 5 ไร่
ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2525 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2525 ได้ยกฐานะอำเภอมุกดาหารขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหาร โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2525 และมีการปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดงหลวง อำเภอหว้านใหญ่ และอำภอหนองสูง สำนักงานจังหวัดมุกดาหารจึงมีเขตท้องที่ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ในเขตท้องที่ทั้ง 7 อำเภอ ดังกล่าวเรื่อยมา
ครั้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2549 ได้เปิดทำการสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารขึ้นเนื่องจากศาลจังหวัดมุกดาหารได้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดฯ พ.ศ.2548 โดยใช้อาคารที่ทำการสำนักงานเดียวกับสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
และในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2556 ได้เปิดทำการอาคารที่ทำการสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารและสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารแห่งใหม่ขึ้น เป็นอาคารขนาด 3 ชั้น จำนวน 1 หลัง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 7 ไร่เดิม และได้มีบ้านพักอัยการจังหวัดและอัยการศาลสูง จำนวน 3 หลัง อาคารพักอาศัยสำหรับข้าราชการอัยการ 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง และอาคารพักอาศัยสำหรับข้าราชการธุรการ 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง โดยมี นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิด และมี นายเอกคม ด้วงชะเอม เป็นอัยการจังหวัดมุกดาหาร นางสาวรัชณีวรรณ เสวกพิบูลย์ เป็นอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมข้าราชการอัยการ และข้าราชการธุรการเพื่ออำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนชาวมุกดาหารสืบต่อไป
บทบาทและหน้าที่
ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
กำหนดให้องค์กรอัยการประกอบด้วย ก.อ. อัยการสูงสุด, และพนักงานอัยการอื่น โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานธุรการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดำเนินการอื่น และนิติบุคคล โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้แทนนิติบุคคล และให้ข้าราชการฝ่ายอัยการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้
๑. ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
๒. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
๓. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
๔. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
๕. ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
๖. ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
๗. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และประชาชน
๘. ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
๙. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ มีดังนี้
๑. อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
๒. ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
๓. ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโคตุลาการทั้งปวงกับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
๔. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดีหรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
๕. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นคู่กรณีและมิใช่กรณีที่พิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
๖. ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
๗. ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
๘. ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
๙. อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
๑๐. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
๑๑. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตาร ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำโดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมก็ได้พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
บทบาทและหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
โครงสร้างสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารแบ่งออกเป็น ดังนี้
๑. ฝ่ายอัยการ พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด ภายในเขตท้องที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดมุกดาหาร ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งว่าด้วยการนั้น
คดีอาญา
๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญา ที่มีอัตราโทษจำคุกเกิน ๓ ปี หรือปรับเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
๒. เป็นทนายแก้ต่างให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือคดีที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการ
คดีแพ่ง
๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
๒. คดีไม่มีทุนทรัพย์ เช่น คดีฟ้องขับไล่ เป็นต้น
๓. รับว่าต่างแก้ต่างการดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการทั้งปวง
๔. รักษาสิทธิและผลประโยชน์ของรัฐ
๒. ฝ่ายสำนักอำนวยการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานสนับสนุนการดำเนินคดีและงานด้านบริหารงานทั่วไป
๑. งานธุรการ
๒. งานตรวจรับสำนวนคดี
๓. งานสารบบคดี
๔. งานการเงินและบัญชี
๕. งานพัสดุ
๖. งานแจ้งคำสั่ง
๗. งานแจ้งผลคดี
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ (Missions)
- อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
- รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
- รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
- พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
- P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
- U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
- B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
- L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
- I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
- C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
บุคลากร
ทำเนียบผู้บริหาร
|
ลำดับที่ |
รายนาม |
ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|
1 |
นายคมจักร แห่งปัจจัยการ |
พ.ศ.2523 – พ.ศ.2525 |
|
2 |
นายระวี หงษาคำ |
พ.ศ.2525 – พ.ศ.2527 |
|
3 |
นายเสนอ บุญประสาท |
พ.ศ.2527 – พ.ศ.2528 |
|
4 |
นายสุเมธ ชัยช่วงโชค |
พ.ศ.2528 – พ.ศ.2529 |
|
5 |
นายธงชัย เจริญผล |
พ.ศ.2529 – พ.ศ.2530 |
|
6 |
นายชัยพร สว่างวรชาติ |
พ.ศ.2530 – พ.ศ.2531 |
|
7 |
นายชุษณะ อำพันแสง |
พ.ศ.2531 – พ.ศ.2533 |
|
8 |
นายวีระชัย คล้ายทอง |
พ.ศ.2533 – พ.ศ.2534 |
|
9 |
ร้อยตรีสุทิน สุขสุเดช |
พ.ศ.2534 – พ.ศ.2535 |
|
10 |
นายดำริห์ เศรษฐสวัสดิ์ |
พ.ศ.2535 – พ.ศ.2536 |
|
11 |
นายชูชัย อักขระ |
พ.ศ.2536 – พ.ศ.2537 |
|
12 |
นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา |
พ.ศ.2537 – พ.ศ.2538 |
|
13 |
นายยงยุทธ สิทธิธัญกิจ |
พ.ศ.2538 – พ.ศ.2539 |
|
14 |
นายสุรินทร์ พันธ์ทวี |
พ.ศ.2539 – พ.ศ.2541 |
|
15 |
นายอรรถพันธ์ ยาวะประภาษ |
พ.ศ.2541 – พ.ศ.2542 |
|
16 |
นายอนันต์ ฟ้ารุ่งสาง |
พ.ศ.2542 – พ.ศ.2543 |
|
17 |
ร้อยโทไชยา เปรมประเสริฐ |
พ.ศ.2543 – พ.ศ.2544 |
|
18 |
นายณรงค์ สกุลช่างสัจจะทัย |
1 พ.ค.2544 – 6 พ.ค.2545 |
|
19 |
นายสนทรรศ สิงหพัศ |
7 พ.ค.2545 – 27 เม.ย.2546 |
|
20 |
นายวิศิษฏ์ สุขยุคล |
28 เม.ย.2546 – 2 พ.ค.2547 |
|
21 |
นายเจริญเดช ศัลยพงษ์ |
3 พ.ค.2547 – 3 เม.ย.2548 |
|
22 |
นายอุดม คำจันทร์ |
4 เม.ย.2548 – 1 เม.ย.2550 |
|
23 |
นายรมย์ บุญมี |
2 เม.ย.2550 – 30 ก.ย.2551 |
|
24 |
นายอารมณ์ ปัสสาสิงห์ (รักษาการ) |
1 ต.ค.2551 – 31 มี.ค.2552 |
|
25 |
นายประวุฒิ แพร่ชินวงศ์ |
1 เม.ย.2552 – 31 มี.ค.2554 |
|
26 |
นายเผดิม แสงอุไร |
1 เม.ย.2554 – 31 มี.ค.2555 |
|
27 |
นายเอกคม ด้วงชะเอม |
2 เม.ย.2555 – 31 มี.ค.2556 |
|
28 |
นางสาวรัชณีวรรณ เสวกพิบูลย์ |
1 เม.ย.2556 – 31 มี.ค.2559 |
|
29 |
นายคมกริช สุวัตถี |
1 เม.ย.2559 – 31 ต.ค.2559 |
|
30 |
ร้อยตำรวจเอกพิชิต อวนพล (รักษาการ) |
1 พ.ย.2559 – 2 เม.ย.2560 |
|
31 |
ร้อยตำรวจเอกพิชิต อวนพล |
3 เม.ย.2560 – 31 มี.ค.2562 |
|
32 |
นายสำเร็จ หงษ์พันธ์ |
1 เม.ย.2562 – 31 มี.ค.2563 |
|
33 |
นายธีระศักดิ์ พลอยเพชร |
1 เม.ย.2563 – 31 มี.ค.2564 |
|
34 |
พันตำรวจโทนิเวศ เด่นนินนาท |
1 เม.ย.2564 – 30 ก.ย.2565 |
|
35 |
นางสุพร สุขใจ (รักษาการ) |
1 ต.ค.2565 – 31 มี.ค. 2566 |
|
36 |
นาวาอากาศตรี นครธรรม คล่องเชิงสาร |
1 เม.ย.2566- 31 มี.ค. 2567 |
|
37 |
นายอนันต์ศักดิ์ อบแสงทอง |
1 เม.ย.2567- 31 มี.ค. 2569 |
|
38 |
นายอนุชิต คชมิตร |
1 เม.ย. 2569 – ปัจจุบัน |
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
ข้าราชการอัยการ

นายอนุชิต คชมิตร
อัยการจังหวัดกันทรลักษ์
รักษาการในตำแหน่ง อัยการจังหวัดมุกดาหาร

นางสาวณัฏฐิยา นวลตา
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นางสาวศรัณย์รัชต์ รัตนสิทธิกร
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นายณัฐพงศ์ ประคองทรัพย์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นายเทิดทูน หาศิริ
รองอัยการจังหวัด

นายวาฤทธิ์ บุทธิจักร์
รองอัยการจังหวัด

นายทยุติพล กราบไกรแก้ว
อัยการจังหวัดผู้ช่วย

นางสาวกมลชนก มุขศรี
อัยการจังหวัดผู้ช่วย

นายสิรวิชญ์ จูฑศฤงค์
อัยการจังหวัดผู้ช่วย









u003cstrongu003eu003cmark style=u0022background-color:rgba(0, 0, 0, 0)u0022 class=u0022has-inline-color has-theme-palette-1-coloru0022u003eพนักงานราชการu003c/marku003eu003c/strongu003e

นางสาวจักภัทสรัณย์ ศรีประสงค์
พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์




สถานีตำรวจภูธรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
1. สภ.เมืองมุกดาหาร
2. สภ.ดอนตาล
3. สภ.นิคมคำสร้อย
4. สภ.คำชะอี
5. สภ.ดงหลวง
6. สภ.หว้านใหญ่
7. สภ.หนองสูง
8. สภ.ผึ่งแดด
9. สภ.บ้านค้อ
10. สภ.ป่าไร่
11. สภ.กกตูม
12. สภ.คำป่าหลาย
13. สภ.ดงเย็น
14. สภ.นาอุดม
15. สภ.หนองสูงใต้
สถิติคดีสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
| ประเภทสำนวน | ลักษณะสำนวน | ปี 2569 | ปี 2568 | ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2565 | ปี 2564 |
| ส.1 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา | 1,715 | 1,296 | 1,084 | 1,140 | 2,227 | |
| ส.1 (ฟื้นฟู) | สำนวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด | 0 | 0 | 1 | 138 | 2,437 | |
| ส.2 | สำนวนปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา | 194 | 160 | 137 | 234 | 136 | |
| ส.2 ก | สำนวนปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (คดีเปรียบเทียบปรับ) | 97 | 35 | 94 | 325 | 243 | |
| ส.3 | สำนวนไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด | 79 | 57 | 36 | 88 | 101 | |
| ส.4 (ศาลแขวง) | สำนวนคดีฟ้องความอาญาด้วยวาจา | 1,574 | 1,543 | 1,459 | 3,521 | 1,055 | |
| ส.4 | สำนวนคดีฟ้องความอาญา | 1,653 | 1,214 | 1,084 | 0 | 0 | |
| ส.5 ก | สำนวนคดีแพ่ง | 24 | 0 | 61 | 78 | 26 | |
| ส.12 | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ | 0 | 4 | 0 | 4 | 1 | |
| ส.12 ก | สำนวนคดีตายผิดธรรมชาติ | 17 | 15 | 25 | 33 | 37 | |
| รวม | 5,353 | 4,325 | 3,981 | 5,561 | 6,263 |
ประกาศรับสมัครงาน
จัดซื้อจัดจ้าง
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
เลขที่ 76 ถนนสองนางสถิตย์ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000
โทรศัพท์/แฟกซ์ : 042-611355 , 042-613722
E-mail : mukdahan@ago.go.th
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำให้บุคคลสูญหายจังหวัดมุกดาหาร
โทรศัพท์ 042-612227
E-mail : ptd.mukdahan@ago.go.th

เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติองค์กรอัยการ
กรม อัยการ จัดตั้งขึ้นเป็นกรม เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ร.ศ ๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) โดยสังกัดกระทรวงยุติธรรม ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการให้โอนกรมอัยการจากกระทรวงยุติธรรมไปสังกัดกระทรวง มหาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๖๕ ตามประกาศรวมการปกครองท้องที่ และแบ่งหน้าที่ราชการระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงยุติธรรม จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ กรมอัยการ จึงได้แยกออกจากระทรวงมหาดไทยไปเป็นหน่วยงานไม่สังกัดกระทรวง ทบวงใด โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี และได้เปลี่ยนชื่อจาก ” กรมอัยการ ” มาเป็น ” สำนักงานอัยการสูงสุด ” ปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานอิสระ ไม่สังกัดกระทรวง ทบวง กรม โดยเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน(พ.ศ.๒๕๕๐) หมวด ๑๑ ส่วนที่ ๒ มาตรา ๒๕๕ ได้บัญญัติไว้
ประวัติสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ตั้งอยู่ที่ถนนสองนางสถิตย์ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร แต่เดิมจังหวัดมุกดาหาร มีรูปแบบลักษณะการปกครองเป็นอำเภอมุกดาหาร ขึ้นตรงต่อจังหวัดนครพนม ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2518 ตัวแทนราษฎรจากอำเภอมุกดาหาร อำเภอดอนตาล และอำเภอคำซะอี ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของจังหวัดนรรพนม ในขณะนั้นได้แสดงความประสงค์ต่อนายอำเภอมุกดาหารถึงเหตุผลและความจำเป็น อันเนื่องมาจากความไม่สะดวกในการเดินทางเพื่อจะไปดำเนินกระบวนการยุติธรรมถึงจังหวัดนครพนม กระทรวงยุติธรรมได้รับเรื่องราวความจำเป็นและเหตุผลของราษฎรดังกล่าว จึงได้สำรวจข้อมูลทั้งภูมิศาสตร์ สถานที่ตั้ง จำนวนประชากร และปริมาณอรรถคดี ทั้งทางแห่งและทางอาญาแล้ว จึงได้พิจารณาเห็นสมควรให้มีการจัดตั้งศาลจังหวัดขึ้นที่อำเภอมุกดาหาร และได้มีพระรชบัณญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม พ.ศ.2520 โดยให้ศาลจังหวัดมุกดาหารมีเขตตลอดท้องที่อำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี และอำเภอดอนตาล ในจังหวัดนครพนม และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการศาลจังหวัดมุกดาหาร ในปี พ.ศ.2523
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารจึงได้เปิดทำการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2523 เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนและราชฎรในเขตท้องที่อำเภอมุกดาหาร อำเภอคำชะอี และอำเภอดอนตาล เพื่อประโยชน์และความสะดวกต่อประชาชน โดยมี นายคมจักร แห่งปัจจัยการ ดำรงตำแหน่งเป็นอัยการจังหวัดมุกดาหารคนแรก และได้มีอาคารสำนักงานเป็นสถานที่ทำการ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 7 ไร่ มีอาคารสำนักงาน 2 ชั้น 1 หลัง และบ้านพักอัยการ จำนวน 5 หลัง บ้านพักเจ้าหน้าที่ธุรการ 2 หลัง บนเนื้อที่ 5 ไร่
ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2525 ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร พ.ศ. 2525 ได้ยกฐานะอำเภอมุกดาหารขึ้นเป็นจังหวัดมุกดาหาร โดยมีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2525 และมีการปกครองแบ่งออกเป็น 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดงหลวง อำเภอหว้านใหญ่ และอำภอหนองสูง สำนักงานจังหวัดมุกดาหารจึงมีเขตท้องที่ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ในเขตท้องที่ทั้ง 7 อำเภอ ดังกล่าวเรื่อยมา
ครั้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2549 ได้เปิดทำการสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารขึ้นเนื่องจากศาลจังหวัดมุกดาหารได้จัดตั้งแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดฯ พ.ศ.2548 โดยใช้อาคารที่ทำการสำนักงานเดียวกับสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
และในวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2556 ได้เปิดทำการอาคารที่ทำการสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารและสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารแห่งใหม่ขึ้น เป็นอาคารขนาด 3 ชั้น จำนวน 1 หลัง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 7 ไร่เดิม และได้มีบ้านพักอัยการจังหวัดและอัยการศาลสูง จำนวน 3 หลัง อาคารพักอาศัยสำหรับข้าราชการอัยการ 4 ชั้น จำนวน 1 หลัง และอาคารพักอาศัยสำหรับข้าราชการธุรการ 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง โดยมี นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิด และมี นายเอกคม ด้วงชะเอม เป็นอัยการจังหวัดมุกดาหาร นางสาวรัชณีวรรณ เสวกพิบูลย์ เป็นอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร พร้อมข้าราชการอัยการ และข้าราชการธุรการเพื่ออำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองช่วยเหลือประชาชนชาวมุกดาหารสืบต่อไป
บทบาทและหน้าที่
ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
กำหนดให้องค์กรอัยการประกอบด้วย ก.อ. อัยการสูงสุด, และพนักงานอัยการอื่น โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานธุรการ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการที่มีอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณและการดำเนินการอื่น และนิติบุคคล โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นผู้แทนนิติบุคคล และให้ข้าราชการฝ่ายอัยการสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้
๑. ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
๒. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
๓. ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
๔. ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
๕. ดำเนินการตามที่รัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
๖. ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
๗. ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ และประชาชน
๘. ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
๙. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
ตาม พ.ร.บ. องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๑๔ มีดังนี้
๑. อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
๒. ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
๓. ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโคตุลาการทั้งปวงกับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
๔. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดีหรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้อง ในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
๕. ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเป็นคู่กรณีและมิใช่กรณีที่พิพาทกับรัฐบาลหรือระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
๖. ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
๗. ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
๘. ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
๙. อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
๑๐. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
๑๑. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตาร ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำโดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมก็ได้พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
บทบาทและหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
โครงสร้างสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารแบ่งออกเป็น ดังนี้
๑. ฝ่ายอัยการ พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด ภายในเขตท้องที่ของสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดมุกดาหาร ทั้งนี้ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งว่าด้วยการนั้น
คดีอาญา
๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีอาญา ที่มีอัตราโทษจำคุกเกิน ๓ ปี หรือปรับเกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
๒. เป็นทนายแก้ต่างให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือคดีที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการ
คดีแพ่ง
๑. รับผิดชอบการดำเนินคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป
๒. คดีไม่มีทุนทรัพย์ เช่น คดีฟ้องขับไล่ เป็นต้น
๓. รับว่าต่างแก้ต่างการดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลาการทั้งปวง
๔. รักษาสิทธิและผลประโยชน์ของรัฐ
๒. ฝ่ายสำนักอำนวยการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานสนับสนุนการดำเนินคดีและงานด้านบริหารงานทั่วไป
๑. งานธุรการ
๒. งานตรวจรับสำนวนคดี
๓. งานสารบบคดี
๔. งานการเงินและบัญชี
๕. งานพัสดุ
๖. งานแจ้งคำสั่ง
๗. งานแจ้งผลคดี
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ (Missions)
- อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
- รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
- รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
- พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
- P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
- U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
- B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
- L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
- I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
- C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
บุคลากร
ทำเนียบผู้บริหาร
|
ลำดับที่ |
รายนาม |
ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง |
|
1 |
นายคมจักร แห่งปัจจัยการ |
พ.ศ.2523 – พ.ศ.2525 |
|
2 |
นายระวี หงษาคำ |
พ.ศ.2525 – พ.ศ.2527 |
|
3 |
นายเสนอ บุญประสาท |
พ.ศ.2527 – พ.ศ.2528 |
|
4 |
นายสุเมธ ชัยช่วงโชค |
พ.ศ.2528 – พ.ศ.2529 |
|
5 |
นายธงชัย เจริญผล |
พ.ศ.2529 – พ.ศ.2530 |
|
6 |
นายชัยพร สว่างวรชาติ |
พ.ศ.2530 – พ.ศ.2531 |
|
7 |
นายชุษณะ อำพันแสง |
พ.ศ.2531 – พ.ศ.2533 |
|
8 |
นายวีระชัย คล้ายทอง |
พ.ศ.2533 – พ.ศ.2534 |
|
9 |
ร้อยตรีสุทิน สุขสุเดช |
พ.ศ.2534 – พ.ศ.2535 |
|
10 |
นายดำริห์ เศรษฐสวัสดิ์ |
พ.ศ.2535 – พ.ศ.2536 |
|
11 |
นายชูชัย อักขระ |
พ.ศ.2536 – พ.ศ.2537 |
|
12 |
นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา |
พ.ศ.2537 – พ.ศ.2538 |
|
13 |
นายยงยุทธ สิทธิธัญกิจ |
พ.ศ.2538 – พ.ศ.2539 |
|
14 |
นายสุรินทร์ พันธ์ทวี |
พ.ศ.2539 – พ.ศ.2541 |
|
15 |
นายอรรถพันธ์ ยาวะประภาษ |
พ.ศ.2541 – พ.ศ.2542 |
|
16 |
นายอนันต์ ฟ้ารุ่งสาง |
พ.ศ.2542 – พ.ศ.2543 |
|
17 |
ร้อยโทไชยา เปรมประเสริฐ |
พ.ศ.2543 – พ.ศ.2544 |
|
18 |
นายณรงค์ สกุลช่างสัจจะทัย |
1 พ.ค.2544 – 6 พ.ค.2545 |
|
19 |
นายสนทรรศ สิงหพัศ |
7 พ.ค.2545 – 27 เม.ย.2546 |
|
20 |
นายวิศิษฏ์ สุขยุคล |
28 เม.ย.2546 – 2 พ.ค.2547 |
|
21 |
นายเจริญเดช ศัลยพงษ์ |
3 พ.ค.2547 – 3 เม.ย.2548 |
|
22 |
นายอุดม คำจันทร์ |
4 เม.ย.2548 – 1 เม.ย.2550 |
|
23 |
นายรมย์ บุญมี |
2 เม.ย.2550 – 30 ก.ย.2551 |
|
24 |
นายอารมณ์ ปัสสาสิงห์ (รักษาการ) |
1 ต.ค.2551 – 31 มี.ค.2552 |
|
25 |
นายประวุฒิ แพร่ชินวงศ์ |
1 เม.ย.2552 – 31 มี.ค.2554 |
|
26 |
นายเผดิม แสงอุไร |
1 เม.ย.2554 – 31 มี.ค.2555 |
|
27 |
นายเอกคม ด้วงชะเอม |
2 เม.ย.2555 – 31 มี.ค.2556 |
|
28 |
นางสาวรัชณีวรรณ เสวกพิบูลย์ |
1 เม.ย.2556 – 31 มี.ค.2559 |
|
29 |
นายคมกริช สุวัตถี |
1 เม.ย.2559 – 31 ต.ค.2559 |
|
30 |
ร้อยตำรวจเอกพิชิต อวนพล (รักษาการ) |
1 พ.ย.2559 – 2 เม.ย.2560 |
|
31 |
ร้อยตำรวจเอกพิชิต อวนพล |
3 เม.ย.2560 – 31 มี.ค.2562 |
|
32 |
นายสำเร็จ หงษ์พันธ์ |
1 เม.ย.2562 – 31 มี.ค.2563 |
|
33 |
นายธีระศักดิ์ พลอยเพชร |
1 เม.ย.2563 – 31 มี.ค.2564 |
|
34 |
พันตำรวจโทนิเวศ เด่นนินนาท |
1 เม.ย.2564 – 30 ก.ย.2565 |
|
35 |
นางสุพร สุขใจ (รักษาการ) |
1 ต.ค.2565 – 31 มี.ค. 2566 |
|
36 |
นาวาอากาศตรี นครธรรม คล่องเชิงสาร |
1 เม.ย.2566- 31 มี.ค. 2567 |
|
37 |
นายอนันต์ศักดิ์ อบแสงทอง |
1 เม.ย.2567- 31 มี.ค. 2569 |
|
38 |
นายอนุชิต คชมิตร |
1 เม.ย. 2569 – ปัจจุบัน |
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
ข้าราชการอัยการ

นายอนุชิต คชมิตร
อัยการจังหวัดกันทรลักษ์
รักษาการในตำแหน่ง อัยการจังหวัดมุกดาหาร

นางสาวณัฏฐิยา นวลตา
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นางสาวศรัณย์รัชต์ รัตนสิทธิกร
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นายณัฐพงศ์ ประคองทรัพย์
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด

นายเทิดทูน หาศิริ
รองอัยการจังหวัด

นายวาฤทธิ์ บุทธิจักร์
รองอัยการจังหวัด

นายทยุติพล กราบไกรแก้ว
อัยการจังหวัดผู้ช่วย

นางสาวกมลชนก มุขศรี
อัยการจังหวัดผู้ช่วย

นายสิรวิชญ์ จูฑศฤงค์
อัยการจังหวัดผู้ช่วย









u003cstrongu003eu003cmark style=u0022background-color:rgba(0, 0, 0, 0)u0022 class=u0022has-inline-color has-theme-palette-1-coloru0022u003eพนักงานราชการu003c/marku003eu003c/strongu003e

นางสาวจักภัทสรัณย์ ศรีประสงค์
พนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์




สถานีตำรวจภูธรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
1. สภ.เมืองมุกดาหาร
2. สภ.ดอนตาล
3. สภ.นิคมคำสร้อย
4. สภ.คำชะอี
5. สภ.ดงหลวง
6. สภ.หว้านใหญ่
7. สภ.หนองสูง
8. สภ.ผึ่งแดด
9. สภ.บ้านค้อ
10. สภ.ป่าไร่
11. สภ.กกตูม
12. สภ.คำป่าหลาย
13. สภ.ดงเย็น
14. สภ.นาอุดม
15. สภ.หนองสูงใต้

สถิติคดีสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
| ประเภทสำนวน | ลักษณะสำนวน | ปี 2569 | ปี 2568 | ปี 2567 | ปี 2566 | ปี 2565 | ปี 2564 |
| ส.1 | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา | 1,715 | 1,296 | 1,084 | 1,140 | 2,227 | |
| ส.1 (ฟื้นฟู) | สำนวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด | 0 | 0 | 1 | 138 | 2,437 | |
| ส.2 | สำนวนปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา | 194 | 160 | 137 | 234 | 136 | |
| ส.2 ก | สำนวนปรากฏผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (คดีเปรียบเทียบปรับ) | 97 | 35 | 94 | 325 | 243 | |
| ส.3 | สำนวนไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด | 79 | 57 | 36 | 88 | 101 | |
| ส.4 (ศาลแขวง) | สำนวนคดีฟ้องความอาญาด้วยวาจา | 1,574 | 1,543 | 1,459 | 3,521 | 1,055 | |
| ส.4 | สำนวนคดีฟ้องความอาญา | 1,653 | 1,214 | 1,084 | 0 | 0 | |
| ส.5 ก | สำนวนคดีแพ่ง | 24 | 0 | 61 | 78 | 26 | |
| ส.12 | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ | 0 | 4 | 0 | 4 | 1 | |
| ส.12 ก | สำนวนคดีตายผิดธรรมชาติ | 17 | 15 | 25 | 33 | 37 | |
| รวม | 5,353 | 4,325 | 3,981 | 5,561 | 6,263 |
ประกาศรับสมัครงาน
จัดซื้อจัดจ้าง
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร
เลขที่ 76 ถนนสองนางสถิตย์ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 49000
โทรศัพท์/แฟกซ์ : 042-611355 , 042-613722
E-mail : mukdahan@ago.go.th
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำให้บุคคลสูญหายจังหวัดมุกดาหาร
โทรศัพท์ 042-612227
E-mail : ptd.mukdahan@ago.go.th










































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































