ข่าวประชาสัมพันธ์

Announcement of the Office of the Attorney General Subject: Avoid Accepting All Kinds of Gifts and Gratuities from Performing Duties (No Gift Policy) Fiscal Year B.E. 2569 (A.D. 2026)

ประกาศเจตนารมณ์ เรื่อง นโยบายไม่รับของขวัญและของกํานัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ของสํานักงานอัยการสูงสุด ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568

วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 (วันนี้) เวลา 10.00 นาฬิกา นายกานต์นุวัตร ผิวใส อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีลงนามถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ และบุคลากรสำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณลานห้องโถงชั้น 1 สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 07.00 นาฬิกา นายกิตติศักดิ์ แสนปัญญา อัยการประจำกอง พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันพระบรมราชสมภพ ครบ 100 ปี 20 กันยายน 2568 ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา นายกานต์นุวัตร ผิวใส อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ ลานห้องโถงชั้น 1 สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 นาฬิกา นายธีรภัทร์ ศรีจันทร์ อัยการประจำกอง พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียนชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.00 นาฬิกา นายปิยะณัฐ ทิพย์ไสยาสน์ อัยการประจำกอง พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.00 นาฬิกา นายกานต์นุวัตร ผิวใส อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมทำบุญตักบาตร และพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เนื่องในวันรพี 7 สิงหาคม 2568 ณ บริเวณหน้าอาคารศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 06.45 นาฬิกา นายเกรียงไกร สารวิทย์ อัยการผู้ช่วย พร้อมด้วยข้าราชการ ฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวาย พระราชกุศล และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดินและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา นายกานต์นุวัตร ผิวใส อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดินและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องโถงชั้น 1 สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา นายกานต์นุวัตร ผิวใส อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจการอัยการ (นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล) และรายงานผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อคณะผู้ตรวจการอัยการ
READ MORE

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.30 นาฬิกา นายณัฐวัฒน์ ลาภวิเศษชัย อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมข้าราชการฝ่ายอัยการ เข้าร่วมพิธีถวายราชสักการะเนื่องใน วันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี 2568 ณ หอประชุมจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา นายกานต์นุวัตร ผิวใส อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย อัยการศาลสูงจังหวัดร้อยเอ็ด อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ด นำข้าราชการฝ่ายอัยการ ในสังกัด จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
READ MORE
เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติความเป็นมา
สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่ถนนราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000 เดิมสำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ดได้ใช้ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ดเป็นที่ทำการสำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดสรรงบประมาณให้สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 36,000,000.00 บาท เพื่อก่อสร้างสำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด และอุปกรณ์ที่ใช้ในสำนักงาน โดยก่อสร้างเสร็จและส่งมอบงานงวดสุดท้าย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2541 โดยก่อสร้างในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ รอ. 21 มีเนื้อที่ 12 ไร่ 2 งาน 12 ตารางวา
อำนาจหน้าที่
อำนาจหน้าที่โดยทั่วไปของพนักงานอัยการ
เมื่อกล่าวถึงอัยการแล้วประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ทราบถึงอำนาจหน้าที่ของอัยการอย่างถูกต้องแท้จริงจะทราบแต่เพียงว่าอัยการมีหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีอาญาเท่านั้นโดยมักจะพูดกันว่าอัยการมีมีหน้าที่เอาคนเข้าคุก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีกฎหมายฉบับใดให้อำนาจอัยการเอาคนเข้าคุก ดังนั้น จึงต้องเผยแพร่ให้ประชาชนโดยทั่วไปรู้และเข้าใจถึงอำนาจหน้าที่ของอัยการที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งพอจะสรุปได้ ดังนี้
1. อำนาจหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม ได้แก่ การบริหารงานยุติธรรมในส่วนฝ่ายบริหารของรัฐเพื่อให้เกิดความสงบ เรียบร้อยและปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินโดยอัยการจะเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนเสนอมาแล้ววินิจฉัยสั่งคดี ตลอดทั้งดำเนินคดีอาญาทางศาลในฐานะทนายแผ่นดินตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นๆ บัญญัติไว้ว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการ
2. อำนาจหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ได้แก่ การพิจารณาให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแก่ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ตรวจร่างสัญญา ตอบข้อหารือตลอดจนทั้งการดำเนินคดีในศาลในฐานะทนายความของแผ่นดินแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา
3. อำนาจหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย ได้แก่ การคุ้มครองสิทธิและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอัยการ เช่น ในคดีแพ่งให้อำนาจอัยการเข้าไปคุ้มครองสิทธิของบุคคลไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนสาบสูญ การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก การให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดี โดยจัดการทนายอาสาให้ตลอดทั้งการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนทั่วไป
อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอัยการ
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการตามพระราชบัญญัติอัยการ พ.ศ. 2498
1. ดำเนินคดีอาญาตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
2. ในคดีแพ่งมีอำนาจดำเนินคดีแพ่งแทนรัฐบาล
3. แก้ต่างคดีแพ่งหรือคดีอาญาในกรณีที่เจ้าพนักงานถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่หรือราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดถูกฟ้องเนื่องจากการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือเข้าร่วมกับเจ้าพนักงานกระทำการในหน้าที่ราชการ
4. ว่าต่างหรือแก้ต่างคดีแพ่งให้เทศบาลหรือสุขาภิบาล แต่ต้องมิใช่เป็นคดีที่พิพาทกับรัฐบาล
5. ว่าต่างหรือแก้ต่างคดีแพ่งให้นิติบุคคลซึ่งได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาได้ตั้งขึ้น แต่ต้องมิใช่คดีที่พิพาทกับรัฐบาล
6. เป็นโจทก์ในคดีที่ราษฎรผู้หนึ่งผู้ใดฟ้องเองไม่ได้เพราะมีกฎหมายห้ามไว้ เช่น ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาไม่ได้ แต่เมื่อผู้นั้นร้องขอพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องแทนได้
7. ในคดีที่บุคคลใดถูกลงโทษเนื่องจากการกระทำอันละเมิดต่ออำนาจศาล ถ้าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้นั้นไป เมื่ออัยการเห็นสมควรจะฎีกาก็ได้
8. ในกรณีที่บุคคลใดผิดสัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาล อัยการมีหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญา
อำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
1. ร้องขอให้ศาลสั่งให้คนวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถและร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
2. ร้องขอให้ศาลสั่งให้บุคคลซึ่งมีจิตฟั่นเฟือนหรือกายพิการและไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานของตนเองเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถและร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่ได้สั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ
3. ร้องขอให้ศาลสั่งการให้ทำไปพลางก่อนตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของบุคคลที่ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่
4. ร้องขอให้ศาลสั่งตัวแทนรับมอบอำนาจทั่วไปจัดทำบัญชีทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ หรือขอให้ศาลสั่งให้ผู้จัดการหาประกันหรือแจ้งรายทรัพย์สินหรือถอดถอนผู้จัดการหรือตั้งผู้อื่นแทนต่อไปเมื่อมีเหตุอันสมควร
5. ร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ที่ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นคนสาบสูญและร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ
6. ร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการชั่วคราวในกรณีที่ผู้จัดการนิติบุคคลว่างลงและถ้าทิ้งตำแหน่งว่างไว้จะเกิดความเสียหาย
7. ร้องขอให้ศาลแต่งตั้งผู้แทนเฉพาะการในกรณีผู้จัดการนิติบุคคลมีประโยชน์ได้เสียหรือเป็นปฏิปักษ์กับนิติบุคคล
8. ดำเนินการในฐานะเป็นผู้ขอจัดตั้งมูลนิธิต่อไปในกรณีที่ผู้ตั้งมูลนิธิตายเสียก่อนที่นายทะเบียนจะรับจดทะเบียนมูลนิธิ
9. ร้องขอให้ศาลถอนถอนกรรมการหรือคณะกรรมการมูลนิธิและแต่งตั้งคนใหม่แทนในกรณีที่กรรมการหรือคณะกรรมการจัดการผิดพลาดเสื่อมเสีย
10. ร้องขอให้ศาลสั่งเลิกมูลนิธิและแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
11. ร้องขอให้ศาลสั่งจัดการทรัพย์สินของมูลนิธิที่สิ้นสุดลงให้แก่นิติบุคคลซึ่งมีวัตถุประสงค์ใกล้ชิดกับวัตถุประสงค์เดิมของมูลนิธินั้น
12. ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนบริษัทที่เลิกกันเพราะเหตุอื่นนอกจากล้มละลายโดยไม่มีผู้ชำระบัญชีตามข้อสัญญาหรือข้อบังคับของห้างหุ้นส่วนบริษัทนั้น
13. ร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติของสมาคมที่ลงมติโดยฝ่าฝืนข้อบังคับหรือกฎหมาย
14. ขอให้ศาลตั้งผู้ชำระบัญชีกรณีที่มีการเกิดสมาคมและไม่มีผู้ชำระบัญชี
15. ร้องขอให้ศาลตั้งผู้อื่นนอกจากสามีหรือภริยาเป็นผู้อภิบาลหรือผู้พิทักษ์กรณีที่มีเหตุสำคัญ
16. ร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะ
17. ให้พนักงานอัยการดำเนินคดีแทนเด็กเมื่อศาลส่งคำร้องมาให้ในกรณีที่มีการฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร
18. เด็กอาจร้องขอให้พนักงานอัยการยกคดีขึ้นว่ากล่าวปฏิเสธความเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
19. ร้องขอให้ศาลสั่งถอนอำนาจปกครอง
20. ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ปกครองและร้องขอให้พิสูจน์ว่าบุคคลที่ศาลตั้งให้เป็นผู้ปกครองเป็นผู้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1587 เพื่อให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้ปกครองและมีคำสั่งเกี่ยวกับผู้ปกครองต่อไปตามที่เห็น สมควร
21. ร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้ปกครองหาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย์สินหรือแถลงถึงความเป็นอยู่ของทรัพย์สินของผู้อยู่ในความปกครอง
22. ร้องขอให้ศาลถอนผู้ปกครอง
23. ต้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับบุตรบุญธรรมและเลิกรับบุตรบุญธรรม
24. ฟ้องคดีแทนบุตรบุญธรรมเกี่ยวกับการขอเลิกรับบุตรบุญธรรม
25. ร้องขอให้ศาลตั้งผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ในกรณีมีมรดกตกทอดแก่ผู้เยาว์หรือบุคคลวิกลจริต
26. ร้องขอให้รัฐบาลให้อำนาจจัดตั้งมูลนิธิเมื่อพินัยกรรมกำหนดไว้
27. ร้องขอให้ศาลจัดสรรทรัพย์สินที่กำหนดไว้ในพินัยกรรมให้จัดตั้งมูลนิธิให้แก่นิติบุคคลในเมื่อมูลนิธินั้นจัดตั้งขึ้นไม่ได้ตามวัตถุประสงค์
28. ร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดกในกรณีที่เจ้ามรดกตายและทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมได้สูญหายไปหรืออยู่นอกราชอาณาจักรหรือเป็นผู้เยาว์หรือผู้จัดการมรดกหรือทายาทไม่สามารถหรือไม่เต็มใจจะจัดการหรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกหรือในการจัดการหรือในการแบ่งปันทรัพย์มรดกหรือข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดกไม่มีผลบังคับ
29. เป็นโจทก์ฟ้องคดีที่กฎหมายห้ามมิให้ราษฎรฟ้อง เช่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ห้ามมิให้ฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาแต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทร้องขอ พนักงานอัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้
30. ร้องขอให้ศาลสั่งให้ผู้จัดการมรดกหาประกันอันสมควรในการจัดการทรัพย์สินของทายาท ตลอดจนการมอบคืนทรัพย์สินนั้น และแถลงถึงความเป็นอยู่แห่งทรัพย์สินของทายาท
อำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา
1. ร้องขอให้ศาลกำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิดเสียใหม่ในกรณีที่กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด
2. ร้องขอต่อศาลให้สั่งยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือกำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่เป็นคุณมากกว่าวิธีการเพื่อความปลอดภัยเดิม เมื่อปรากฎว่ามีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการบังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยซึ่งเป็นผลไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่ผู้ที่จะต้องถูกบังคับตามวิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือนำมาใช้บังคับได้ แต่การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณกว่า
3. ร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนหรืองดการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ถูกบังคับใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยไว้ชั่วคราว ในกรณีที่พฤติการณ์เกี่ยวกับการใช้บังคับนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
4. ร้องขอให้ศาลเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก
5. ฟ้องขอให้กักกันในกรณีที่ผู้กระทำความผิดได้กระทำความผิดติดนิสัย ทั้งนี้เพื่อควบคุมผู้กระทำความผิดติดนิสัยไว้ในเขตกำหนด เพื่อป้องกันการกระทำความผิด เพื่อดัดนิสัยและฝึกหัดอาชีพ
6. เสนอให้ศาลทำทัณฑ์บนบุคคลซึ่งปรากฏว่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นหรือบุคคลซึ่งถูกฟ้องเป็นคดีแต่ศาลไม่ลงโทษผู้ถูกฟ้องถ้ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องน่าจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นเพื่อให้ศาลสั่งให้บุคคลนั้น ทำทัณฑ์บนว่าจะไม่ก่อเหตุดังกล่าว
7. มีคำขอต่อศาลขอให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนหรือกำหนดเงื่อนไขที่ยังมิได้กำหนดเกี่ยวกับการคุมประพฤติผู้กระทำความผิดซึ่งศาลพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการกำหนดโทษไว้หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้
8. แถลงให้ศาลทราบว่าผู้ที่ได้รับการรอการลงโทษหรือตามคำพิพากษารอการกำหนดโทษไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมความประพฤติดังที่ศาลกำหนดเพื่อศาลจะได้ตักเตือนหรือกำหนดโทษหรือลงโทษที่รอไว้
9. เสนอให้ศาลเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งที่ใช้วิธีการสำหรับเด็กหรือออกคำสั่งใหม่ในกรณีที่เห็นว่าพฤติการณ์ที่เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป
อำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เป็นอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาซึ่งบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(1) ว่าในคดีอาญามีอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือพนักงานอัยการอำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีอาญาเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการซึ่งถือได้ว่ามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการก่ออาชญากรรมอย่างหนึ่ง อันได้แก่ การตรวจวินิจฉัยสำนวนการสอบสวนและการดำเนินคดีในศาลซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวน โดยสำนวนการสอบสวนดังกล่าวพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ดำเนินการจัดทำขึ้นทั้งหมดโดยอัยการมิได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลยเมื่ออัยการได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนแล้วอัยการมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบวินิจฉัยสำนวนการสอบสวน และทำความเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
1. ถ้าเป็นสำนวนการสอบสวนที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด อัยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนงดการสอบสวนหรือดำเนินการสอบสวนต่อไปก็ได้
2. ถ้าเป็นสำนวนการสอบสวนที่รู้ตัวว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดไม่ว่าจะจับตัวผู้ต้องหาได้หรือไม่และพนักงานสอบสวนจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ก็ตามอัยการมีอำนาจที่จะสั่งสำนวนการสอบสวนได้ดังนี้
ก. เมื่ออัยการพิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงในสำนวนการสอบสวนยังไม่ชัดเจนพอก็มีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหรือให้ส่งพยานมาพบอัยการเพื่อซักถามก็ได้
ข. ถ้าอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนไม่หนักแน่นเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของผู้ต้องหาไม่เป็นความผิดต่อกฎหมาย อัยการมีอำนาจที่จะสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา ถ้ากรณีที่คดีขาด อายุความหรือผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีอาญาที่เป็นความผิดอันยอมความได้ อัยการมีอำนาจสั่งยุติการดำเนินคดีได้
ค. ถ้าอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิดจริงอัยการมี อำนาจสั่งฟ้องผู้ต้องหา โดยทำคำฟ้องยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลซึ่งภายหลังจากถูกฟ้องต่อศาลแล้วผู้ต้องหาจะถูกเรียกว่าจำเลย ในกรณี ที่จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดหรือจำเลยให้การรับสารภาพแต่คดีดังกล่าวมีอัตราโทษตามกฎหมายให้จำคุกอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป อัยการมีหน้าที่จะต้องนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยต่อไป เมื่อศาลพิจารณาและมีคำพิพากษาในคดีนั้นอย่างใดแล้ว อัยการไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาดังกล่าวก็มีอำนาจที่จะอุทธรณ์ หรือฎีกาได้ เว้นแต่จะเข้ากรณีกฎหมายห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา
ง. ถ้าอัยการพิจารณาสำนวนการสอบสวนแล้วเห็นว่า คดีนั้นเป็นความผิดซึ่งสามารถทำการเปรียบเทียบปรับได้ เช่น ความผิดลหุโทษ อัยการมีอำนาจสั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบปรับคดีนั้นหรือจะสั่งให้พนักงานสอบสวนอื่นที่มีอำนาจดำเนินการเปรียบเทียบให้ได้
อำนาจหน้าที่อย่างอื่นของอัยการในการดำเนินคดีอาญา
– ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับผู้เสียหายในคดีใดๆก่อนคดีเสร็จเด็ดขาดในคดีอาญาที่ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว
– ยื่นฟ้องคดีที่ผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีไว้แล้วแต่ถอนฟ้องคดีนั้นเสีย เว้นแต่เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว
– ฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายในคดีอาญาที่ผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกร้องทรัพย์สินหรือราคาที่เขาสูญเสียไปเนื่องจาก การกระทำความผิดอาญาในฐานต่างๆอันได้แก่ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โจรสลัด กรรโชกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร โดยเมื่ออัยการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลจะมีคำขอรวมไปกับคำฟ้องหรือจะยื่นคำร้องขอในระยะเวลาใดๆ ระหว่างคดีอยู่ในการพิจารณาของศาลชั้นต้น
– ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหา
– ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปล่อยคนที่ถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายหรือถูกจำคุกผิดจากคำพิพากษาของศาล
– คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ต้องหาหรือถูกฟ้องในความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี
– แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์ทราบ ถ้าผู้ต้องหาถูกควบคุมหรือขังอยู่ให้ปล่อยตัวไปหรือขอให้ศาลปล่อยไปแล้วแต่กรณี
– เข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพกับพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และแพทย์ในกรณีที่มีการตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ (Missions)
- อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
- รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
- รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
- พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
- P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
- U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
- B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
- L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
- I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
- C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
โครงสร้าง (Structure)


บุคลากร
ข้าราชการอัยการ





















ข้าราชการธุรการ



























จ้างเหมาบริการ







พนักงานรักษาความปลอดภัย



ทำเนียบผู้บริหาร
| ลำดับที่ | ชื่อ – นามสกุล | รับตำแหน่ง | ย้าย |
| 1 | ร้อยเอกภิรมย์ รักชาต | พ.ศ. 2522 | พ.ศ. 2523 |
| 2 | นายสมัย ศรีตะวัน | พ.ศ. 2523 | พ.ศ. 2524 |
| 3 | นายบัวพันธ์ หารไชย | พ.ศ. 2524 | พ.ศ. 2525 |
| 4 | นายนิยม คีรีวงค์ | พ.ศ. 2525 | พ.ศ. 2527 |
| 5 | นายอรุณ แสงทอง | พ.ศ. 2527 | พ.ศ. 2529 |
| 6 | นายเสนอ บุญประสาท | พ.ศ. 2529 | พ.ศ. 2530 |
| 7 | นายสมบูรย์ บริสุทธิ์ | พ.ศ. 2530 | พ.ศ. 2531 |
| 8 | นายสุรพงศ์ ศรีกุลธนากิจ | พ.ศ. 2531 | พ.ศ. 2534 |
| 9 | ว่าที่ร้อยตรีสุทิน สุขสุเดช | พ.ศ. 2534 | พ.ศ. 2537 |
| 10 | นายวิชิต อินศร | พ.ศ. 2537 | พ.ศ. 2539 |
| 11 | นายศิลป์ชัย คณาวุฒิ | พ.ศ. 2539 | พ.ศ. 2541 |
| 12 | นายสุรินทร์ พันธ์ทวี | พ.ศ. 2541 | พ.ศ. 2543 |
| 13 | นายสมเกียรติ แพทย์คุณ | พ.ศ. 2543 | พ.ศ. 2544 |
| 14 | นายกิตินันท์ เจริญสุข | พ.ศ. 2544 | พ.ศ. 2545 |
| 15 | นายศิริพงษ์ เพชรอุบล | พ.ศ. 2545 | พ.ศ. 2547 |
| 16 | นายสมชาย บุญฤทธิ์ | พ.ศ. 2547 | พ.ศ. 2549 |
| 17 | นายพิทยา ธรรมนิจกุล | พ.ศ. 2549 | พ.ศ. 2550 |
| 18 | นายปริญเดช ศิริพานิช | พ.ศ. 2550 | พ.ศ. 2551 |
| 19 | นายสรวิชิต ทองบัวบาน | พ.ศ. 2551 | พ.ศ. 2554 |
| 20 | นายอินตา บุระคำ | พ.ศ. 2554 | 30 ก.ย. 2554 |
| 21 | นายพิพากษา ชุมแวงวาปี | 1 ต.ค. 2554 | 31 มี.ค. 2555 |
| 22 | นายสุรเชษฐ์ งามวงศ์ | 1 เม.ย. 2555 | 31 มี.ค. 2556 |
| 23 | นายนิพนธ์ ทิพยไกรศร | 1 เม.ย. 2556 | 31 มี.ค. 2557 |
| 24 | นายสันไชย ฉายวิเชียร | 1 เม.ย. 2557 | 31 มี.ค. 2558 |
| 25 | ร้อยตำรวจเอกอภิวัฒน์ คำโมง | 1 เม.ย. 2558 | 2 เม.ย. 2560 |
| 26 | นายรัฐกฤษ พูนชัย | 1 เม.ย. 2560 | 30 ก.ย. 2560 |
| 27 | พันตำรวจตรีพรรษวุฒ สุวานิช | 1 ต.ค. 2560 | 31 มี.ค. 2561 |
| 28 | นายชัย จันเฮียงมิ่ง | 1 เม.ย. 2561 | 31 มี.ค. 2562 |
| 29 | นายศักดา คล้ายร่มไทร | 1 เม.ย. 2562 | 31 มี.ค. 2563 |
| 30 | นายสำเร็จ หงษ์พันธ์ | 1 เม.ย. 2563 | 31 มี.ค. 2564 |
| 31 | นายมีชัย ปัฐพี | 1 เม.ย. 2564 | 31 มี.ค. 2565 |
| 32 | นายจิตติวัฒน์ คิดวันนา | 1 เม.ย. 2565 | 31 มี.ค. 2566 |
| 33 | นายเพิ่มชาติ ทองรุ่ง | 1 เม.ย. 2566 | 31 มี.ค. 2567 |
| 34 | นายธีรพล แก้วไวยุทธ | 1 เม.ย. 2567 | 31 มี.ค. 2568 |
| 35 | นายกานต์นุวัตร ผิวใส | 1 เม.ย. 2568 | ถึงปัจจุบัน |
สถิติคดี
สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
| ปรเภทสำนวน (คดี) | ปี พ.ศ. 2563 | ปี พ.ศ. 2564 | ปี พ.ศ. 2565 | ปี พ.ศ. 2566 | ปี พ.ศ. 2567 | ปี พ.ศ.2568 |
| ส. 1 | 3,656 | 4,066 | 3,570 | 3,752 | 5,096 | 5,476 |
| ส. 1 ฟื้นฟู | 2,115 | 3,362 | 561 | 3 | – | – |
| ส. 2 | 337 | 320 | 312 | 466 | 324 | 348 |
| ส. 2 ก | 6,537 | 5,091 | 5,039 | 2,906 | 2,128 | 1,451 |
| ส. 3 | 102 | 76 | 56 | 72 | 32 | 36 |
| ส. 4 ฟ้องความอาญา | 3,482 | 3,728 | 3,439 | 3,732 | 4,769 | 5,502 |
| ส.4 ฟ้องความวาจา | 1,393 | 1,622 | 7,067 | 5,732 | 7,803 | 4,300 |
| ส. 5 | – | 2 | 7 | 4 | 4 | 4 |
| ส. 5 ก | 360 | 159 | 128 | 105 | 138 | 56 |
| ส. 12 | 4 | 7 | 5 | 1 | 2 | 4 |
| ส. 12 ก | 245 | 204 | 180 | 132 | 113 | 107 |
| ส. 13 | – | – | – | 22 | 49 | 42 |
| ส. 13 ก | – | – | – | – | – | 7 |
| คดีมาตรการ (ริบทรัพย์) | 8 | 31 | 19 | 17 | 18 | 25 |
| คดีความผิดทางพินัย | – | – | – | – | 10 | 92 |
| คดีความรุนแรงในครอบครัว | – | 16 | 7 | 12 | – | – |
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด
ถนนราชการดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 45000
อีเมล : roiet@ago.go.th โทรศัพท์ 0 4351 1140, 06 5330 1539
โทรสาร 0 4351 1140


