ข่าวประชาสัมพันธ์


ข่าวสารกิจกรรม

เวลา 11.00 น. สำนักงานอัยการจังหวัดฮอด ร่วมสนับสนุนเงินรางวัล ของขวัญ และของรางวัล เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 2569 ให้แก่ โรงเรียนบ้านดงดำ โรงเรียนบ้านกองหิน เทศบาลตำบลท่าข้าม และเทศบาลตำบลแม่สอย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 เดือนธันวาคม 2569
เวลา 09.09 นาฬิกา
นายโกศล สุริยะวิภาดา อัยการจังหวัดฮอด พร้อมด้วยพนักงานอัยการและข้าราชการธุรการ ลูกจ้าง
ทุกคน ร่วมพิธีไหว้ศาลพระภูมิเจ้าที่ บริเวณหน้าสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด
เพื่อความเป็นสิริมงคล
ในปี 2569

วันที่ 23 ธันวาคม 2568
นายมงคลวิชญ์ วังผาสุข
รองอัยการจังหวัด
เป็นผู้แทนอัยการจังหวัด
ร่วมเป็นพิธีเปิดงานหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73
ปีการศึกษา 2568
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนชุมชนบ้านท่าข้าม ต.หางดง อ.ฮอด
จ.เชียงใหม่

เกี่ยวกับสำนักงาน

สำนักงานอัยการสูงสุด แต่เดิมเป็นกรมอัยการสังกัดกระทรวงมหาดไทยเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดจึงเป็นรูปตราราชสีห์ ต่อมาพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้บัญญัติให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการกำหนดเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายแสดงสังกัดขึ้นใหม่สำหรับใช้เป็นเครื่องหมายราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นเครื่องหมายแสดงสังกัดใช้กับเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายอัยการ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ได้บัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับกับข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุด และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ได้บัญญัติให้เครื่องหมายแบบข้าราชการพลเรือนเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน และโดยที่กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน ได้บัญญัติให้การกำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัดสำหรบใช้กับเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนต้องออกเป็นกฎสำนักนายกรัฐมนตรี
สำนักนายกรัฐมนตรี จึงออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒ (ฉบับที่๑๒๙) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๔๐ หน้า ๑๐๔-๑๐๕ และออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๗๙ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับลงวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๕๑ หน้า ๔-๘ กำหนดเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักอัยการสูงสุด เป็นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ประดิษฐานเหนือพระแว่นสุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์ รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์
เครื่องหมายราชการ และเครื่องหมายแสดงสังกัดของสำนักงานอัยการสูงสุดจึงเปลี่ยนจากรูปตราราชสีห์เป็นรูป พระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานเหนือพระแว่นพระสุริยกานต์ และตราชูรูปพระขรรค์รองรับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีความหมายถึงอำนาจหน้าที่ในการเป็นทนายแผ่นดิน การใช้กฎหมายด้วยความรอบคอบ เป็นธรรม และเด็ดขาด มีชัยชนะเหนืออธรรม
อำนาจหน้าที่
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด มีดังนี้
(มาตรา ๒๓) สำนักงานอัยการสูงสุด นอกจากมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการและงานวิชากร เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานอัยการแล้ว ให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการทางกฎหมายรวมตลอดทั้งในการคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
(๒) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่รัฐบาล และหน่วยงานของรัฐ
(๓) ให้คำปรึกษา และตรวจร่างสัญญาหรือเอกสารทางกฎหมายให้แก่นิติบุคคล ซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐแต่ได้มีพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่เห็นสมควร
(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง หรือคดีปกครองแทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพนักงานอัยการได้รับดำเนินคดีให้
(๕) ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีร้องขอ เว้นแต่การดำเนินการนั้นจะขัดต่องานในหน้าที่ หรืออาจทำให้ขัดต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๖) ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาข้ารการฝ่ายอัยการ
(๗) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการอำนวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
(๘) ติดต่อและประสานงานกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องที่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุด
(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการตรวจร่างสัญญาตาม (๒) และ (๓) ให้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รักษาประโยชน์ของรัฐ ในการนี้สำนักงานอัยการสูงสุดมีหน้าที่รายงานรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐตาม (๒) หรือนิติบุคคลตาม (๓) ที่เป็นคู่สัญญาให้ทราบถึงข้อที่ควรปรับปรุงหรือแก้ไขให้สมบูรณ์ ข้อเสียเปรียบหรือข้อที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
อำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุด มีดังนี้
(มาตรา ๒๗) ให้อัยการสูงสุดมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดนโยบายและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามเป้าหมาย แนวทาง และแผนการปฏิบัติราชการของสำนักงานอัยการสูงสุด
(๒) ควบคุมและรับผิดชอบในการบริหารราชการ ปฏิบัติราชการ และบริหารงานบุคคลของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผน และประเพณีปฏิบัติของราชการ
(๓) บริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่ง อัยการสูงสุดอาจมอบอำนาจให้รองอัยการสูงสุด หรือข้าราชการฝ่ายอัยการผู้หนึ่งผู้ใดปฏิบัติหน้าที่แทนได้
ให้อัยการสูงสุดโอยความเห็นชอบของ ก.อ. มีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน ทรัพย์สิน และการพัสดุของสำนักงานอัยการสูงสุด
อำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ มีดังนี้
มาตรา ๑๔ พนักงานอัยการมีอำจานและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
(๒) ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและ ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
(๓) ในคดีแพ่ง หรือคดีปกครอง มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีแทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคในศาล หรือในกระบวนการทางอนุญาโตตุลากรทั้งปวง กับมีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอื่นซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานอัยการ
(๔) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือคดีอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ก็ดี หรือในคดีแพ่งหรือคดีอาญาที่ราษฎรผู้หนี่งผู้ใดถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำตามคำสั่งของเจ้าที่ของรัฐซึ่งได้สั่งการโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าร่วมหรือช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกระทำการในหน้าที่ราชการก็ดี เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับแก้ต่างให้ก็ได้
(๕) ในคดีแพ่ง คดีปกครอง หรือกรณีมีข้อพิพาทที่ต้องดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ ที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมิได้กล่าวใน (๓) หรือนิติบุคคลซึ่งมิใช่หน่วยงานของรัฐ แต่ได้มีพระราชบัญญัติด้วยกันเอง เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการจะรับว่าต่างหรือแก้ต่างให้ก็ได้
(๖) ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทก์ได้
(๗) ดำเนินการตามที่เห็นสมควรเกี่ยวกับการบังคับคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
(๘) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลย หรือประกันรับสิ่งของไปดูแลรักษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น ในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ
(๙) อำนาจและหน้าที่ตาม ก.อ. ประกาศกำหนดหรือเห็นชอบเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรี
(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ
(๑๑) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด
ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการตามมาตรา ๑๔ (๓) (๔) และ (๕) พนักงานอัยการจะออกคำสั่งเรียกบุคคลใดๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำก็ได้ แต่จะเรียกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมาให้ถ้อยคำ โดยคู่ความฝ่ายนั้นไม่ยินยอมไม่ได้
พนักงานอัยการตำแหน่งใดมีอำนาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้เพียงใดให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดโดยความเห็นชอบของ ก.อ.
:: กฎหมายองค์กรอัยการตามรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. ๒๕๕๐



วิสัยทัศน์ (Vision)
“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”
พันธกิจ (Missions)
1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงสร้าง (Structure)

วัฒนธรรมองค์กร

ข้อมูลสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด
ตั้งอยู่ ณ ที่ดินราชพัสดุ แปลงหมายเลขทะเบียน ที่ ชม 866 (บางส่วน)
ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
เนื่องจากการเดินทางไปติดต่อราชการสำนักงานอัยการจังหวัดของประชาชนในเขตอำเภอที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่นั้น เป็นปัญหาอุปสรรคและสร้างความลำบากแก่ประชาชนที่จะมาติดต่อสำนักงานอัยการเป็นอย่างมาก สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้มีแนวคิดที่จะจัดตั้งสำนักงานอัยการจังหวัดขึ้นมาในพื้นที่ห่างไกล เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาติดต่อราชการสำนักงานอัยการ ต่อมาได้มีการตรา “พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลจังหวัดที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๒” โดยให้จัดตั้งสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด ขึ้นที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เรียกว่า “สำนักงานอัยการจังหวัดฮอด” ปัจจุบันมีเขตอำนาจในท้องที่จำนวน ๕ อำเภอ ได้แก่อำเภอฮอด อำเภอจอมทอง อำเภอดอยเต่า อำเภออมก๋อย และอำเภอแม่แจ่ม ของจังหวัดเชียงใหม่ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเปิดทำการศาลจังหวัดฮอด พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยให้เริ่มเปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไป โดยมีพื้นที่รับผิดชอบตลอดท้องที่อำเภอฮอด อำเภอจอมทอง อำเภอดอยเต่า อำเภออมก๋อย และอำเภอแม่แจ่ม ยกเว้นตำบลแจ่มหลวง ตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแม่แดด ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสำนักงานอัยการจังหวัดฮอดมีเขตอำนาจในการรับสำนวนการสอบสวนตามท้องที่ที่กฎหมายกำหนด จำนวน ๘ สภ. ดังนี้
๑. สถานีตำรวจภูธรฮอด
๒. สถานีตำรวจภูธรจอมทอง
๓. สถานีตำรวจภูธรอมก๋อย
๔. สถานีตำรวจภูธรแม่แจ่ม
๕. สถานีตำรวจภูธรแม่กา (อยู่ในเขตอำเภอดอยเต่า)
๖. สถานีตำรวจภูธรดอยเต่า
๗. สถานีตำรวจภูธรบ่อหลวง
๘. สถานีตำรวจภูธรแม่ตื่น
โดยสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ (สาขาฮอด) ได้เปิดที่ทำการ ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ สถานีตำรวจภูธรฮอด โดยมีนายปโยธร ปงใจ เป็นอัยการจังหวัดฮอด คนแรก และเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ สำนักงานอัยการจังหวัดฮอด ได้ย้ายที่ทำการมาเช่าอาคารพาณิชย์ ๒ ชั้น จำนวน ๓ คูหา ของนิติบุคคลเป็นที่ทำการ ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ สำนักงานอัยการสูงสุด อนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดฮอดพร้อมบ้านพักและสิ่งก่อสร้างประกอบ ได้แก่ ก่อสร้างอาคารสำนักงาน ๕ ชั้น จำนวน ๑ หลัง อาคารชุดพักอาศัย ๕ ชั้น จำนวน ๑ หลัง ในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ ชม ๘๖๖ (บางส่วน) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านวังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ในวงเงิน ๙๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท (เก้าสิบสามล้านสามแสนสิบบาทถ้วน) โดยมี บริษัทกิจการร่วมค้า ทริปเปิ้ล อี & MVT เป็นผู้รับจ้าง มีระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง ๗๒๐ วัน และได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๗ สำนักงานอัยการภาค๕ อนุมัติให้สำนักงานอัยการจังหวัดฮอด ย้ายที่ทำการมาปฏิบัติราชการ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘
ปัจจุบันสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด มีอัตรากำลังพนักงานอัยการ จำนวน ๙ คน ข้าราชการธุรการ จำนวน ๑๒ คน จ้างเหมาบริการ รายบุคคล ๒ คน นิติบุคคล ๓ คน รวมจำนวน ๒๓ คน โดยมี นายกันตภณ วิจิตรกำเนิดกุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค ๕ รักษาการในตำแหน่ง อัยการจังหวัดฮอด (ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัด คนที่ ๖) และมีพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ (สาขาฮอด) จำนวน ๒ คน ข้าราชการธุรการ ๔ คน ทนายอาสา ๒ คน จ้างเหมาบริการ ๒ คน รวมจำนวน ๑๐ คน ซึ่งข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรทั้งสองสำนักงาน รวมจำนวน ๓๓ คน
วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ เป็นโอกาสดียิ่งที่สำนักงานอัยการจังหวัดฮอด จะได้ต้อนรับท่านไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด อาคารแห่งนี้จักเป็นที่ปฏิบัติงานของข้าราชการอัยการและข้าราชการธุรการในสังกัดสำนักงานอัยการจังหวัดฮอด และสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ (สาขาฮอด) เพื่ออำนวยความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่ประชาชน ตลอดถึงการพัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่อไป
บุคลากร








ทำเนียบผู้บริหาร
| ลำดับที่ | ชื่อ-สกุล | ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|---|
| 1. | นายปโยธร ปงใจ | 1 เม.ย. 2558 – 2 เม.ย 2560 |
| 2. | นายนราธิป ธารากรสันติ | 3 เม.ย 2560 – 31 มีนาคม 2561 |
| 3. | ร้อยตำรวจเอก คณิต อินทกรณ์ | 2 เมษายน 2561 – 31 มีนาคม 2563 |
| 4. | นายครรชิต หุตะกมล | 1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564 |
| 5. | นายนพวรรธน์ จารุพูนผล | 1 เมษายน 2564 – 31 มีนาคม 2566 |
| 6. | นายกันตภณ วิจิตรกำเหนิดกุล | 1 เมษายน 2566 – 31 มีนาคม 2568 |
| 7. | นายโกศล สุริยะวิภาดา | 1 เมษายน 2568 – ปัจจุบัน |
สถิติงาน
| ประเภทสำนวน | ชื่อประเภทสำนวน | ปี 2563 | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 (ม.ค.-พ.ย.) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ส.๑ | สำนวนคดีปรากฎตัวผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา | 983 | 1,134 | 886 | 795 | 841 | 1128 | |
| ส.๑ ฟื้นฟู | สำนวนคดีฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด | 587 | 608 | 183 | 66 | – | ||
| ส.๒ | สำนวนปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา | 72 | 184 | 68 | 97 | 80 | 95 | |
| ส.๒ก. | สำนวนคดีเปรียบเทียบปรับ | 334 | 16 (655) | 2 (49) | 1 (22) | – | 0 | |
| ส.๓ | สำนวนคดีไม่ปรากฏตัวผู้กระทำผิด | 133 | 131 | 168 | 59 | 6 | 1 | |
| ส.๔ | สำนวนคดีฟ้องความอาญา | 962 | 1,065 | 799 | 811 | 815 | 1067 | |
| ส.๔ วาจา | สำนวนคดีฟ้องความอาญาด้วยวาจา | 157 | 209 | 805 | 540 | 497 | 534 | |
| ส.๕ | สำนวนคดีอาญาที่แก้ต่าง | – | 1 | 1 | – | – | ||
| ส.๕ ก. | สำนวนคดีแพ่ง | 13 | 16 | 9 | 14 | 3 | 4 | |
| ส.๑๒ | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ (โดยการกระทำของเจ้าพนักงานฯ) | – | – | – | – | – | ||
| ส.๑๒ ก. | สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ | 6 | 5 | 1 | 3 | – | 1 | |
| อื่นๆ | – | – | – | – | – | |||
| ส.มาตรการริบทรัพย์ | 4 | |||||||
| ส.ขอคืนของกลาง | 17 | |||||||
| รวมทั้งสิ้น | 3,247 | 3,350 | 2,919 | 2,407 | 2,242 | 2830 |
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดฮอด
ที่ทำการใหม่ ๕๕๕ หมู่ที่ ๙
ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๒๔๐
โทรศัพท์ ๐ ๕๓๔๖ ๑๒๓๗ โทรสาร ๐ ๕๓๔๖ ๑๒๓๘
E-mail : hot@ago.go.th



