ข่าวประชาสัมพันธ์




…ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากร สำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง…

วันพ่อแห่งชาติ
วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “พ่อ” ตัวอย่างของปวงชนชาวไทยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณาอย่างหาที่เปรียบมิได้
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNT AUBURN) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออกพระนามเรียกพระองค์เป็นการลำลองว่า “เล็ก”
ด้านการศึกษา
เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซานน์ ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
ด้านการครองราชย์
พระองค์ได้เสด็จกลับเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจากพระบรมเชษฐาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะมีพระชันษา 19 ปี ก่อนครองราชย์ได้ทรงศึกษาวิชาวิศวกรรมศาสตร์และได้เสด็จกลับไปศึกษาวิชานิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ต่ออีกภายหลังที่ได้ครองราชย์แล้ว
ด้านพระบรมราชาภิเษก
วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระมหาราชวัง ในการนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสีเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ ดังนี้
1. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
2. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ
3. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์
4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ด้านพระราชกรณียกิจ
พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอด 70 ปี โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ในประเทศ ซึ่งพระราชกรณียกิจอันโดดเด่น มีดังต่อไปนี้
1. โครงการแกล้งดิน
แกล้งดิน เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจะทำด้วยการขังน้ำไว้ในพื้นที่จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจนทำให้ดินเปรี้ยวจัด เมื่อถึงที่สุดแล้วจะมีการระบายน้ำออกแล้วปรับสภาพดินด้วยปูนขาว จนกระทั่งสามารถใช้ดินในการเพาะปลูกได้
2. โครงการปลูกหญ้าแฝก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงศึกษาเรื่องการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำจากเอกสารของธนาคารโลก ที่นาย Richard Grimshaw ได้ทูลเกล้าฯ ถวายและพระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝก โดยให้ทรงทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน จนปัจจุบันมีหน่วยงานกว่า 50 หน่วยงานดำเนินงานสนองพระราชดำริการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ส่งผลให้การดำเนินงานก้าวหน้ามากขึ้นตามลำดับ
3. โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานโครงการแพทย์หลวงพระราชทาน เมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยที่มีการจัดเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล เครื่องมือเครื่องใช้เพื่อตรวจรักษาราษฎรในถิ่นทุรกันดารโดยไม่คิดมูลค่า และอบรมหมอหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน
4. โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ได้จัดทำขึ้นตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยจัดขึ้นเป็นรูปเล่มและบางส่วนได้เผยแพร่ออนไลน์ อันรวบรวมเนื้อหาจากหลายสาขาวิชา โดยที่ฉบับปกติมีทั้งหมด 37 เล่ม และฉบับเสริมการเรียนรู้มีทั้งหมด 20 เล่ม
5. ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ในปี พ.ศ. 2502 เพื่อให้นิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น ได้มีโอกาสไปศึกษาหาความรู้ชั้นสูงในต่างประเทศและนำองค์ความรู้ที่ได้มาช่วยพัฒนาประเทศต่อไป
6. แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง : เกษตรทฤษฎีใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยเป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในขั้นต้น โดยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่นี้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นได้แก่ ขั้นต้น คือ การแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตรา 30-30-30-10 เพื่อขุดเป็นสระกักเก็บน้ำ 30% ปลูกข้าวในฤดูฝน 30% ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสมุนไพร 30% และเป็นที่อยู่อาศัยอีก 10% จากนั้นจึงเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่สอง คือการให้เกษตรกรรวมกันในรูปแบบของกลุ่มสหกรณ์ เพื่อดำเนินการในด้านการผลิต การตลาด ความเป็นอยู่ สวัสดิการ การศึกษา จากนั้นจึงเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่สาม คือการติดต่อประสานงาน จัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ลงทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
7. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโครงการอันหลากหลายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรและโครงการกึ่งธุรกิจ อาทิ โรงโคนมสวนจิตรลดา, โรงนมผงสวนดุสิต, น้ำผึ้งสวนจิตรลดา เป็นต้น
8. โครงการฝนหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริส่วนพระองค์ในเรื่องการจัดทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในการเกษตร โดยมีการค้นคว้าทดลองปฏิบัติการฝนหลวงขึ้น ซึ่งจะใช้สารเคมีโปรยในท้องฟ้าจนกระทั่งไอน้ำอิ่มตัวและกลั่นตัวออกมากลายเป็นเม็ดฝน
9. กังหันน้ำชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการวิจัย และพัฒนากังหันน้ำชัยพัฒนาขึ้น เพื่อบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศ ทำให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี และสามารถประยุกต์ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และเพิ่มออกซิเจนให้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร
พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านงานส่งเสริมมูลนิธิศิลปาชีพฯ มาทรงปฏิบัติเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญดั่งพระราชดำรัสพระราชทานในงาน วันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า “ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ขอให้ทุกท่าน ณ ที่นี้ โปรดร่วมมือร่วมใจและเป็นกำลังร่วมกับข้าพเจ้าในการเผยแผ่สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน”
ด้านสังคมสงเคราะห์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อย่างใกล้ชิด ทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ตลอดจนความยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ต้องปฏิบัติงานป้องกัน ดูแล และรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มาโดยตลอด ทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่หน่วยราชการในพระองค์ ให้ดำเนินการจัดจ้างและจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็น สำหรับพระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานด้านสาธารณสุข และโรงพยาบาล อีกทั้งยังได้พระราชทานเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของที่คณะบุคคลต่าง ๆ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายด้วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชหฤทัยห่วงใยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
โควิด – ๑๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน “ถุงพระราชทานกำลังใจ” จำนวนรวม ๘๙๑๖ ถุง แก่โรงพยาบาลแม่ข่ายและโรงพยาบาลสนามในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล จำนวน ๔๙ แห่ง เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ด้านสาธารณะสุข
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยม หน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพและบริการด้านทันตกรรมแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ทอดพระเนตรการต่อยอดผลผลิตท้องถิ่น
โอกาสนี้ พระราชทานยาชุดพระราชทานแก่ผู้ป่วยที่ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ป่วยด้วยความห่วงใย ต่อมา ทอดพระเนตรการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป น้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎร โดยมีการนำผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นสินค้าหลากหลาย
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟฟ้าพระที่นั่ง ไปยังลานอเนกประสงค์หน้ากองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี เพื่อทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พันตรี ประสาร เหมือนพงษ์ ผู้อำนวยการกองแพทย์หลวง กราบบังคมทูลรายงานการตรวจรักษา และเบิกนายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี นำคนไข้ที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อาทิ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคพันธุกรรมเบตาบอลิค มีอาการชักเกร็ง โรคผิดปกติทางพันธุกรรม พิการด้านการเคลื่อนไหวและสติปัญญาบกพร่องแต่กำเนิด จำนวน 6 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กับพระราชทานกล่องยาพระราชทานและเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปทำการรักษา และมีพระราชปฏิสันถาร ทรงสอบถามอาการป่วยและแนวทางการรักษาด้วยความห่วงใย ยังความปลื้มปีติแก่คนไข้และครอบครัวและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารไปทรงเยี่ยมและทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร











เกี่ยวกับสำนักงาน
ศาลจังหวัดแม่สะเรียงเดิมเป็นศาลแขวงได้จัดตั้งขึ้นโดย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงสำหรับหัวเมือง พ.ศ.2478 มีเขตอำนาจตลอดท้องที่ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน สาเหตุที่จัดตั้งศาลแขวงแม่สะเรียง เพราะอำเภอแม่สะเรียงมีประชากรเกือบเท่าตัวจังหวัด แต่อยู่ห่างไกลจากที่ตั้งของจังหวัด และสภาพภูมิประเทศเป็นขุนเขาหนทางกันดาร ต้องเดินทางด้วยเท้าถึง 8 วัน เป็นที่เดือนร้อนแก่ ผู้มีอรรถคดีเป็นอันมาก ก่อนตั้งศาลแขวงแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จัดส่งรองจ่าศาลมาประจำอยู่ที่อำเภอแม่สะเรียงทำหน้าที่ เป็นพนักงานรับฟ้อง และผู้พิพากษาจังหวัดแม่ฮ่องสอนเดินทางมา ทำการพิจารณาคดีปีละ 2 ครั้ง ทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปโดยล่าช้า รัฐบาลจึงได้จัดตั้ง ศาลแขวงแม่สะเรียง โดยเปิดทำการเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2478 มีหลวงสารสิทธิ์ประการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นผู้รักษาการตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงแม่สะเรียงชั่วคราว สำหรับพนักงานอัยการ กรมอัยการ ในขณะนั้นได้จัดตั้งสำนักงานอัยการประจำศาลแขวงแม่สะเรียง โดยมีนายกิมหลี ศิริวัฒนา เป็นอัยการจังหวัด คนแรก
ต่อมาหลวงสารสิทธิ์ประการได้เสนอความเห็น ในการยกฐานะศาลแขวงแม่สะเรียงเป็นศาลจังหวัดด้วยเหตุผลว่าศาลแขวงแม่สะเรียง ไม่อาจยังประโยชน์แก่ชาวแม่สะเรียงผู้มีอรรถคดีได้อย่างแท้จริง เพราะคดีเกินอำนาจก็จะต้องไปดำเนินการที่ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งคู่ความและพยานจะต้องเสียเวลาเดินทาง ตลอดจนค่าใช้จ่ายอย่างมาก ทำให้เดือนร้อนไม่สมกับความมุ่งหมายที่จะอำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มีอรรถคดีอย่างจริงจัง หลังจากนั้นศาลแขวงแม่สะเรียง จึงได้รับการยกฐานะเป็นศาลจังหวัด ตามพ.ร.บ.ยกฐานะศาลแขวง แม่สะเรียง ศาลแขวงแม่สอด ศาลแขวงตะกั่วป่าและศาลแขวงหลังสวนเป็นศาลจังหวัด พ.ศ.2478 โดยเปิดทำการตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2480ซึ่งมีเขตอำนาจรวมตลอดไปถึงกิ่งอำเภอท่าสองยาง สำนักงานอัยการประจำศาลแขวงแม่สะเรียง จึงได้รับการยกฐานะ เป็นสำนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สะเรียง ครั้นปี พ.ศ.2491 รัฐบาลได้ตราพ.ร.บ.โอนท้องที่กิ่งอำเภอท่าสองยางไปขึ้นกับ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นเหตุให้เขตอำนาจศาลต้องเปลี่ยนแปลง นับแต่นั้นมาสำนักงานอัยการประจำศาลแขวงแม่สะเรียง จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สะเรียง ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานอีกครั้งเป็นสำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง มีผู้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดมาแล้วทั้งสิ้น 59 คน ปัจจุบัน คือ นางสาวนวชล วรานุภาพกุล
1. อำนวยความยุติธรรม ได้แก่ การบริหารงานยุติธรรมในส่วนของฝ่ายบริหารของรัฐ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยพนักงานอัยการจะเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนเสนอมาแล้ววินิจฉัยสั่งคดีตลอดทั้งดำเนินคดีอาญาทางศาล ในฐานะทนายแผ่นดินตามที่ประมวลกฏหมายอื่น ๆซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
2. รักษาผลประโยชน์ของรัฐ ได้แก่ พิจารณาและให้คำปรึกษาในด้านกฏหมายแก่สวนราชการและหน่วยงาน ต่าง ๆ ของรัฐ ตรวจร่างสัญญาข้อหารือ ตลอดจนทั้งดำเนินคดีในศาลในฐานะทนายแผ่นดินแทนรัฐบาล หน่วยงาน ของรัฐที่เป็นนิติบุคคลตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฏีกา
3. คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือกฏหมายแก่ประชาชน ได้แก่ การคุ้มครองสิทธิและรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ที่กฏหมายกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของพนักงานอัยการ เช่น ในคดีแพ่งให้พนักงานอัยการเข้าไปคุ้มครองสิทธิของบุคคล ไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ คนสาบสูญ การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก นอกจากนั้นยังดำเนินการให้ความช่วยเหลือทางอรรถคดีแด่ประชาชนผู้ยากไร้ดดยจัดหาทนายอาสาให้ ตลอดทั้งการเผยแพร่ความรู้ทางกฏหมายแก่ประชาชนทั่วไป จัดการฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย
สำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง มีเขตอำนาจครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอแม่สะเรียง อำเภอ แม่ลาน้อย และอำเภอสบเมย มีสถานีตำรวจ จำนวน 7 สถานี ประกอบด้วย
- 1. สถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียง
- 2. สถานีตำรวจภูธรท่าตาฝั่ง
- 3. สถานีตำรวจภูธรเสาหิน
- 4. สถานีตำรวจภูธรแม่ลาน้อย
- 5. สถานีตำรวจภูธรแม่ลาหลวง
- 6. สถานีตำรวจภูธรสบเมย
- 7. สถานีตำรวจภูธรกองก๋อย

วิสัยทัศน์ (Vision)
“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”
พันธกิจ (Missions)
1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงสร้าง (Structure)

วัฒนธรรมองค์กร


บุคลากร
| ลำดับ | ชื่อ – สกุล | ระยะเวลา |
| 1 | นายกิมหลี ศิริวัฒนา | 4 ตุลาคม 2480 – 1 เมษายน 2483 |
| 2 | นายชัย เสือวรรณศรี | 2 พฤษภาคม 2483 – 5 กุมภาพันธ์ 2486 |
| 3 | นายบันลือ ราชวลัยการ | 13 กุมภาพันธ์ 2486 – 1 กันยายน 2489 |
| 4 | นายอำนาจ สูตะบุตร | 20 พฤศจิกายน 2489 – 8 กรกฎาคม 2494 |
| 5 | นายพจน์ บุณยประสพ | 9 กรกฎาคม 2494 – 11 เมษายน 2496 |
| 6 | นายพัฒน์ สุขะรมย์ | 12 เมษายน 2497 – 29 พฤษภาคม 2499 |
| 7 | นายประนต ผลาทร | 30 พฤษภาคม 2499 – 30 มีนาคม 2501 |
| 8 | นายสาย วุฑฒิเดช | 31 มีนาคม 2501 – 14 มิถุนายน 2503 |
| 9 | นายแสวง สุวรรณสุข | 15 มิถุนายน 2503 – 11 พฤษภาคม 2506 |
| 10 | นายประสิทธิ์ บุณยินทุ | 22 พฤษภาคม 2506 – 20 พฤษภาคม 2508 |
| 11 | นายชนะ อินทรานนท์ | 21 พฤษภาคม 2508 – 14 ธันวาคม 2510 |
| 12 | นายประสิทธิ์ นิติโรจน์ | 18 ธันวาคม 2510 – 2 ธันวาคม 2513 |
| 13 | นายพิสูจน์ มีกุน | 8 ธันวาคม 2513 – 7 ธันวาคม 2516 |
| 14 | นายบุญส่ง นพรัตน์ | 14 มกราคม 2517 – 22 พฤศจิกายน 2518 |
| 15 | นายเฉลิม อินทร์จัน | 29 ธันวาคม 2518 – 8 เมษายน 2520 |
| 16 | นายสมศักดิ์ ชาญด้วยกิจ | 9 เมษายน 2520 – 22 เมษายน 2521 |
| 17 | นายจรัส นาเลื่อน | 23 เมษายน 2521 – 2 เมษายน 2522 |
| 18 | นายเชื้อ ศุขอารีย์ | 9 เมษายน 2522 – 3 พฤษภาคม 2523 |
| 19 | นายสิรินทร์ เฉลิมวัฒน์ | 4 พฤษภาคม 2523 – 10 เมษายน 2524 |
| 20 | นายสิทธิศักดิ์ สุวรรณประกร | 15 เมษายน 2524 – 1 เมษายน 2525 |
| 21 | นายรัตน์ สังข์สุวรรณ | 12 เมษายน 2525 – 30 เมษายน 2526 |
| 22 | นายสิทธา สลักคำ | 12 พฤษภาคม 2526 – 12 เมษายน 2527 |
| 23 | นายมนัส สุขสวัสดิ์ | 16 เมษายน 2527 – 12 เมษายน 2528 |
| 24 | นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ | 15 เมษายน 2528 – 18 เมษายน 2529 |
| 25 | นายพิชัย คำแฝง | 21 เมษายน 2529 – 30พ.ย. 2529 |
| 26 | ร.ท.อรรถชัย อาสิงสมานันท์ | 8 ธันวาคม 2529 – 6 พฤษภาคม 2531 |
| 27 | นายสมบูรณ์ วิจักขณาพันธุ์ | 7 พฤษภาคม 2531 – 9 พฤษภาคม 2532 |
| 28 | นายกิตติ บุศยพลากร | 10 พฤษภาคม 2532 – 4 พฤษภาคม 2533 |
| 29 | นายปรีชา ไพทีกุล | 5 พฤษภาคม 2533 – 10 พฤษภาคม 2534 |
| 30 | นายปรีชา ฉิมพรัตน์ | 13 พฤษภาคม 2534 – 1 พฤษภาคม 2535 |
| 31 | นายกิตติ พรหมารัตน์ | 4 พฤษภาคม 2535 – 30 เมษายน 2536 |
| 32 | นายยงยุทธ เกียรติศักดิ์โสภณ | 3 พฤษภาคม 2536 – 30 เมษายน 2537 |
| 33 | นางสาวจามจุรี สิทธิวรรณรักษ์ | 2 พฤษภาคม 2537 – 1 พฤศจิกายน2537 |
| 34 | นายสุรพงษ์ วัฒนพานิช | 2 พฤศจิกายน 2537 – 30 กันยายน 2538 |
| 35 | นายสรศักดิ์ สิริวัฒนาวงศ์ | 1 ตุลาคม 2538 – 30 เมษายน 2539 |
| 36 | นายธีรยุทธ อมฤทธิ์ | 1 พฤษภาคม 2539 – 3 ตุลาคม 2539 |
| 37 | นายไพบูลย์ ประสารพันธุ์ | 4 ตุลาคม 2539 – 30 เมษายน 2541 |
| 38 | นายวิโรจน์ อรุณโรจน์ | 1 พฤษภาคม 2541 – 30 เมษายน 2542 |
| 39 | นายสุเทพ รักไตรรงค์ | 1 พฤษภาคม 2542 -30 เมษายน 2543 |
| 40 | ร.อ.ประทีป จันทรยุคล | 1 พฤษภาคม 2543 – 30 เมษายน 2544 |
| 41 | นายไพบูลย์ เธียรธัญญกิจ | 1 พฤษภาคม 2544 – 6 พฤษภาคม 2545 |
| 42 | นายชุมวิทย์ เกษมจิต | 7 พฤษภาคม 2545 – 27 เมษายน 2546 |
| 43 | นายพัฒน์พงษ์ พงษ์นิกร | 28 เมษายน 2546 – 3 เมษายน 2548 |
| 44 | นายพงศ์อนันต์ การุณยวนิช | 4 เมษายน 2548 – 30 เมษายน 2549 |
| 45 | นายสุรจิต พัฒนสาร | 1 พฤษภาคม 2549 – 6 สิงหาคม 2549 |
| 46 | นายโกวิท ศรีไพโรจน์ | 7 สิงหาคม 2549 – 2 เมษายน 2550 |
| 47 | นายชวรัตน์ วงศ์ธนะบูรณ์ | 3 เมษายน 2550 – 31 มีนาคม 2553 |
| 48 | นายศราวุธ นากะพันธ์ | 1 เมษายน 2553 – 31 มีนาคม 2554 |
| 49 | ว่าที่ร้อยตรีไพฑูรย์ ลิมปติยากร | 1 เมษายน 2554 – 31 มีนาคม 2555 |
| 50 | นายจรัสพงศ์ ขจัดสารพัดภัย | 1 เมษายน 2555 – 1 เมษายน 2557 |
| 51 | นายปัญญา กี่สุขพันธ์ | 2 เมษายน 2557 – 31 มีนาคม 2558 |
| 52 | นายมนตรี นามขาน | 1 เมษายน 2558 – 31 มีนาคม 2560 |
| 53 | ร.ต.อ.คณิต อินทกรณ์ | 1 เมษายน 2560 – 1 เมษายน 2561 |
| 54 | พันตรีสุเทพ ดาวรัตน์ | 2 เมษายน 2561 – 31 มีนาคม 2563 |
| 55 | นายสมชัย บรรจง | 1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564 |
| 56 | เรือเอกวีระชาติ ทุมนัส | 1 เมษายน 2564 – 31 มีนาคม 2566 |
| 57 | นายณัฐวุฒิ คูหะสุวรรณ | 1 เมษายน 2566 – 31 มีนาคม 2567 |
| 58 | พันตำรวจตรี สุพจน์ บัวดี | 1 เมษายน 2567 – 31 มีนาคม 2568 |
| 59 | นางสาวนวชล วรานุภาพกุล | 1 เมษายน 2568 – ปัจจุบัน |


เบอร์โทร. 053-681386


เบอร์โทร. 053-681386





































สถิติงาน
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 387 |
| ส. 2 | 44 |
| ส. 2 ก | 56 |
| ส. 3 | 115 |
| ส. 4 | 374 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 234 |
| ส. 5 ก | 3 |
| ส.รับความอาญาชั้นอุทธรณ์ | 440 |
| ส.รับความอาญาชั้นฎีกา | 33 |
| ส. 12 | – |
| ส. 12 ก | 12 |
| ส. 13 | – |
| ส. 13 ก | 4 |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 4 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | – |
| ส. ไต่สวนขอคืนของกลาง | 6 |
| รวม | 1,319 |
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 277 |
| ส. 2 | 36 |
| ส. 2 ก | 70 |
| ส. 3 | 190 |
| ส. 4 | 262 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 230 |
| ส. 5 ก | 2 |
| ส.รับความอาญาชั้นอุทธรณ์ | 484 |
| ส.รับความอาญาชั้นฎีกา | 35 |
| ส. 12 | 0 |
| ส. 12 ก | 6 |
| ส. 13 | 2 |
| ส. 13 ก | 0 |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 2 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | 0 |
| ส. ไต่สวนขอคืนของกลาง | 7 |
| รวม | 1,603 |
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 220 |
| ส. 2 | 56 |
| ส. 2 ก | 83 |
| ส. 3 | 189 |
| ส. 4 | 212 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 218 |
| ส. 5 ก | 3 |
| ส. 6 | 35 |
| ส. 7 | 4 |
| ส. 12 | – |
| ส. 12 ก | 14 |
| ส. 13 | 2 |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. ฟื้นฟู | – |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 2 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | – |
| ส. ไต่สวนขอคืนของกลาง | 4 |
| รวม | 1,042 |
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 264 |
| ส. 2 | 26 |
| ส. 2 ก | 91 |
| ส. 3 | 137 |
| ส. 4 | 266 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 202 |
| ส. 5 ก | 11 |
| ส. 6 | – |
| ส. 7 | – |
| ส. 12 | 2 |
| ส. 12 ก | 24 |
| ส. 13 | – |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. ฟื้นฟู | 18 |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 1 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | 1 |
| ส. ไต่สวนขอคืนของกลาง | 3 |
| รวม | 1,046 |
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 263 |
| ส. 2 | 27 |
| ส. 2 ก | 110 |
| ส. 3 | 121 |
| ส. 4 | 240 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 65 |
| ส. 5 ก | 23 |
| ส. 6 | – |
| ส. 7 | – |
| ส. 12 | 2 |
| ส. 12 ก | 35 |
| ส. 13 | – |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. ฟื้นฟู | 95 |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 2 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | 2 |
| ส. ไต่สวนขอคืนของกลาง | 2 |
| รวม | 987 |
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 224 |
| ส. 2 | 34 |
| ส. 2 ก | 111 |
| ส. 3 | 93 |
| ส. 4 | 223 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 151 |
| ส. 5 ก | – |
| ส. 6 | – |
| ส. 7 | – |
| ส. 12 | 1 |
| ส. 12 ก | 31 |
| ส. 13 | – |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. ฟื้นฟู | 48 |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 1 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | – |
| ส. ไต่สวนคืนของกลาง | 2 |
| รวม | 919 |
| ประเภทคดี | รวม |
| ส. 1 | 235 |
| ส. 2 | 23 |
| ส. 2 ก | 120 |
| ส. 3 | 105 |
| ส. 4 | 228 |
| ส. 4 (ฟ้องวาจา) | 62 |
| ส. 5 ก | 3 |
| ส. 6 | – |
| ส. 7 | – |
| ส. 12 | 2 |
| ส. 12 ก | 38 |
| ส. 13 | – |
| ส. 14 สารบบคดีปรับเป็นพินัย | – |
| ส. ฟื้นฟู | 50 |
| ส. มาตรการริบทรัพย์ | 1 |
| ส. สืบพยานล่วงหน้า | – |
| ส. ไต่สวนขอคืนของกลาง | 1 |
| รวม | 868 |
เอกสารเผยแพร่
ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง
150/1-2 ถ.เวียงใหม่ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58110
โทร(โทรสาร) 053-681386
E-mail : msr@ago.go.th
Facebook สำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง
……………………………………………………………………………………….
ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมารและการกระทำให้บุคคลสูญหายประจำสำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง
*** E-mail : ptd.msr@ago.go.th ***
โทร : 096-9039985
……………………………………………………………………………………….
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน (สาขาแม่สะเรียง)
150/1 ถ.เวียงใหม่ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 58110
โทร(โทรสาร) 053-681386 , 053-683167
E-mail : msr-lawaid@ago.go.th
……………………………………………………………………………………….























































































































































































