ข่าวประชาสัมพันธ์


วันพ่อแห่งชาติ
วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “พ่อ” ตัวอย่างของปวงชนชาวไทยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตากรุณาอย่างหาที่เปรียบมิได้
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระนามเดิมว่า “ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ทรงเสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNT AUBURN) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออกพระนามเรียกพระองค์เป็นการลำลองว่า “เล็ก”
ด้านการศึกษา
เมื่อพระชนมายุได้ 5 พรรษา ทรงเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จากนั้นทรงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซานน์ ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้าศึกษาต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLY ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติ ในระดับอุดมศึกษาทรงเข้าศึกษาในแผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมืองโลชานน์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ได้เสด็จนิวัตกลับประเทศไทยพร้อมด้วยพระบรมเชษฐาธิราช พระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
ด้านการครองราชย์
พระองค์ได้เสด็จกลับเถลิงถวัลยราชสมบัติต่อจากพระบรมเชษฐาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะมีพระชันษา 19 ปี ก่อนครองราชย์ได้ทรงศึกษาวิชาวิศวกรรมศาสตร์และได้เสด็จกลับไปศึกษาวิชานิติศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ต่ออีกภายหลังที่ได้ครองราชย์แล้ว
ด้านพระบรมราชาภิเษก
วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระมหาราชวัง ในการนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสีเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ ดังนี้
1. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
2. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ
3. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์
4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ด้านพระราชกรณียกิจ
พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอด 70 ปี โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ ในประเทศ ซึ่งพระราชกรณียกิจอันโดดเด่น มีดังต่อไปนี้
1. โครงการแกล้งดิน
แกล้งดิน เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวจะทำด้วยการขังน้ำไว้ในพื้นที่จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาทางเคมีจนทำให้ดินเปรี้ยวจัด เมื่อถึงที่สุดแล้วจะมีการระบายน้ำออกแล้วปรับสภาพดินด้วยปูนขาว จนกระทั่งสามารถใช้ดินในการเพาะปลูกได้
2. โครงการปลูกหญ้าแฝก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้ทรงศึกษาเรื่องการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำจากเอกสารของธนาคารโลก ที่นาย Richard Grimshaw ได้ทูลเกล้าฯ ถวายและพระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝก โดยให้ทรงทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน จนปัจจุบันมีหน่วยงานกว่า 50 หน่วยงานดำเนินงานสนองพระราชดำริการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก ส่งผลให้การดำเนินงานก้าวหน้ามากขึ้นตามลำดับ
3. โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 พระราชทานโครงการแพทย์หลวงพระราชทาน เมื่อปี พ.ศ. 2510 โดยที่มีการจัดเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล เครื่องมือเครื่องใช้เพื่อตรวจรักษาราษฎรในถิ่นทุรกันดารโดยไม่คิดมูลค่า และอบรมหมอหมู่บ้านเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชน
4. โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ได้จัดทำขึ้นตามพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยจัดขึ้นเป็นรูปเล่มและบางส่วนได้เผยแพร่ออนไลน์ อันรวบรวมเนื้อหาจากหลายสาขาวิชา โดยที่ฉบับปกติมีทั้งหมด 37 เล่ม และฉบับเสริมการเรียนรู้มีทั้งหมด 20 เล่ม
5. ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดล ในปี พ.ศ. 2502 เพื่อให้นิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่น ได้มีโอกาสไปศึกษาหาความรู้ชั้นสูงในต่างประเทศและนำองค์ความรู้ที่ได้มาช่วยพัฒนาประเทศต่อไป
6. แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง : เกษตรทฤษฎีใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยเป็นตัวอย่างการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในขั้นต้น โดยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่นี้แบ่งออกเป็น 3 ขั้นได้แก่ ขั้นต้น คือ การแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตรา 30-30-30-10 เพื่อขุดเป็นสระกักเก็บน้ำ 30% ปลูกข้าวในฤดูฝน 30% ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสมุนไพร 30% และเป็นที่อยู่อาศัยอีก 10% จากนั้นจึงเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่สอง คือการให้เกษตรกรรวมกันในรูปแบบของกลุ่มสหกรณ์ เพื่อดำเนินการในด้านการผลิต การตลาด ความเป็นอยู่ สวัสดิการ การศึกษา จากนั้นจึงเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่สาม คือการติดต่อประสานงาน จัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ลงทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตต่อไป
7. โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างโครงการอันหลากหลายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ โครงการแบบไม่ใช่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตรและโครงการกึ่งธุรกิจ อาทิ โรงโคนมสวนจิตรลดา, โรงนมผงสวนดุสิต, น้ำผึ้งสวนจิตรลดา เป็นต้น
8. โครงการฝนหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริส่วนพระองค์ในเรื่องการจัดทำฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในการเกษตร โดยมีการค้นคว้าทดลองปฏิบัติการฝนหลวงขึ้น ซึ่งจะใช้สารเคมีโปรยในท้องฟ้าจนกระทั่งไอน้ำอิ่มตัวและกลั่นตัวออกมากลายเป็นเม็ดฝน
9. กังหันน้ำชัยพัฒนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการวิจัย และพัฒนากังหันน้ำชัยพัฒนาขึ้น เพื่อบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศ ทำให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี และสามารถประยุกต์ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และเพิ่มออกซิเจนให้บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร

พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านงานส่งเสริมมูลนิธิศิลปาชีพฯ มาทรงปฏิบัติเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญดั่งพระราชดำรัสพระราชทานในงาน วันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า “ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ขอให้ทุกท่าน ณ ที่นี้ โปรดร่วมมือร่วมใจและเป็นกำลังร่วมกับข้าพเจ้าในการเผยแผ่สายธารแห่งพระบารมี สู่การพัฒนาสตรีที่ยั่งยืน”
ด้านสังคมสงเคราะห์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อย่างใกล้ชิด ทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร ตลอดจนความยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ต้องปฏิบัติงานป้องกัน ดูแล และรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มาโดยตลอด ทั้งสองพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แก่หน่วยราชการในพระองค์ ให้ดำเนินการจัดจ้างและจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็น สำหรับพระราชทานแก่กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานด้านสาธารณสุข และโรงพยาบาล อีกทั้งยังได้พระราชทานเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งของที่คณะบุคคลต่าง ๆ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายด้วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชหฤทัยห่วงใยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
โควิด – ๑๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน “ถุงพระราชทานกำลังใจ” จำนวนรวม ๘๙๑๖ ถุง แก่โรงพยาบาลแม่ข่ายและโรงพยาบาลสนามในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล จำนวน ๔๙ แห่ง เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ด้านสาธารณะสุข
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเยี่ยม หน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพและบริการด้านทันตกรรมแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ทอดพระเนตรการต่อยอดผลผลิตท้องถิ่น
โอกาสนี้ พระราชทานยาชุดพระราชทานแก่ผู้ป่วยที่ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้ป่วยด้วยความห่วงใย ต่อมา ทอดพระเนตรการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอทอป น้อมนำพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎร โดยมีการนำผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นสินค้าหลากหลาย
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟฟ้าพระที่นั่ง ไปยังลานอเนกประสงค์หน้ากองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี เพื่อทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พันตรี ประสาร เหมือนพงษ์ ผู้อำนวยการกองแพทย์หลวง กราบบังคมทูลรายงานการตรวจรักษา และเบิกนายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี นำคนไข้ที่ทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ อาทิ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคพันธุกรรมเบตาบอลิค มีอาการชักเกร็ง โรคผิดปกติทางพันธุกรรม พิการด้านการเคลื่อนไหวและสติปัญญาบกพร่องแต่กำเนิด จำนวน 6 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กับพระราชทานกล่องยาพระราชทานและเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางไปทำการรักษา และมีพระราชปฏิสันถาร ทรงสอบถามอาการป่วยและแนวทางการรักษาด้วยความห่วงใย ยังความปลื้มปีติแก่คนไข้และครอบครัวและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารไปทรงเยี่ยมและทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร



















ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการในตำแหน่งนิติกร
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินสมรรถนะในตำแหน่งนิติกร
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการประเมินสมรรถนะเพื่อจ้างเหมาบริการในตำแหน่งนิติกร
เกี่ยวกับสำนักงาน
“สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน(สาขาแม่สะเรียง)” เดิมใช้ชื่อว่า “สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน” มีชื่อย่อว่า สคช. ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๕ ในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ตามคำสั่งของกรมอัยการที่ ๑๗๔/๒๕๒๕ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๕
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ผลประโยชน์และให้ความช่วยเหลือประชาชน ทางด้านกฎหมาย ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในชนบทเขตยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนโยบายและแผน มหาดไทย มาให้สำนักงานอัยการสูงสุดรับผิดชอบดำเนินงานสืบมา ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติโอนงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาให้ สคช. สำนักงานอัยการสูงสุดรับผิดชอบดำเนินการ สคช. สำนักงานอัยการสูงสุดจึงได้ดำเนินการตามแนวนโยบายที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การพิจารณาพื้นที่เป้าหมายดำเนินงาน โดยนำเอาปัญหาที่แท้จริงของคนในท้องถิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคและแต่ละพื้นที่เป็นตัวกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งจัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนประจำจังหวัดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นการให้บริการฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายยกเว้นค่าทำเนียมในชั้นศาลที่ต้องเสียตามกฎหมาย
ต่อมาคณะกรรมการอัยการได้มีประกาศ เรื่อง การแบ่งหน่วยงานและการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ.๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๖ โดยประกาศดังกล่าวกำหนดให้มีการจัดตั้ง “สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด” ขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ และให้มีอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีเป็นผูับังคับบัญชาและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการมีอำนาจและหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในเขตท้องที่จังหวัดอย่างกว้างขวาง ซึ่งประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน(สาขาแม่สะเรียง) จึงได้ก่อตั้งขึ้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันตั้งอยู่ภายในอาคารสำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง เลขที่ 150/1-2 ม.2 ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
๑. รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและผลประประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนภายในเขตท้องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ในท้องที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอสบเมย) เช่น ให้คำปรึกษาทางกฎหมายและกรณีได้รับความเดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรมทุกกรณี เป็นต้น
๒. รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายด้านอรรถคดีแก่ประชาชนภายในเขตท้องที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน (ในท้องที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอสบเมย) รวมถึงการดำเนินคดีทั้งปวงในอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดแม่สะเรียง เช่น ยื่นคำร้องต่อศาลให้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดก เป็นต้น
๓. รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอรรถคดี การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชนภายในเขตท้องที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน (ในท้องที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอสบเมย)
๔. รับผิดชอบงานศูนย์กลางระบบฐานข้อมูลลูกหนี้ตามคำพิพากษาของหน่วยงานของรัฐและจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษา งานสำรวจตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินและสถานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษาของหน่วยงานของรัฐและจำเลยที่ถูกยึดทรัพย์สินค่าปรับตามคำพิพากษาและงานการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีอาญาเฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเขตท้องที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน (ในท้องที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอสบเมย)
๕. รับผิดชอบการดำเนินคดีทั้งปวงอันเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง คดีปกครอง และคดีอาญา เฉพาะในส่วนของการยึดทรัพย์สิน ใช้ค่าปรับตามคำพิพากษาตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือสำนักงานอัยการสูงสุดภายในเขตท้องที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน (ในท้องที่อำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอสบเมย)
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เป็นองค์กรแห่งความยุติธรรมของสังคมเพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของประชาชน”
พันธกิจ (Missions)
- อำนวยความยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส พึ่งพิงได้บนพื้นฐานของความเสมอภาค
- รักษาผลประโยชน์ของรัฐ เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
- รับรู้ ดูแล แก้ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในด้านกฎหมาย
- พัฒนาศักยภาพองค์กรให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกบนฐานความเชี่ยวชาญ
โครงสร้าง (Structure)

ค่านิยมร่วม “PUBLIC”
- P : People First ประชาชนมาที่หนึ่ง
- U : Uprightness เป็นที่พึ่งความยุติธรรม
- B : Betterment คิดและทำเพื่อพัฒนา
- L : Lawfulness รักษากฎหมายด้วยเหตุผล
- I : Integrity ประพฤติตนซื่อสัตย์และโปร่งใส
- C : Collaboration ร่วมมือร่วมใจสู่เป้าหมาย
บุคลากร
| วัน เดือน ปี | อจ.คช.แม่ฮ่องสอน | อจ.อส.ฯ | รองอัยการจังหวัดฯ |
| 1 เม.ย.57 – 31 มี.ค.58 | นางวรรษา ไชยมณี | นายกันตภณ วิจิตรกำเหนิดกุล | นายยุทธพงศ์ เปล่งพงษ์พันธ์ |
| 1 เม.ย.58 – 31 มี.ค.59 | นายไชยโย น้อยนคร | นายอวยพร สุวรรณสุนทร | นายศรุต วรัตพงศ์ |
| 1 เม.ย.59 – 31 มี.ค.60 | นางอัจฉรา ภิรมย์กุล | นางสาวเยาวธิดา นาคเกษม | |
| 1 เม.ย.60 – 31 มี.ค.61 | นายณพร เกิดประดิษฐ์ | นางสุภาพร เขียวต่าย | นางสาวสุภัทรชา สุวรรณนำ |
| 1 เม.ย.61 – 31 มี.ค.62 | นางชัญวัญ สิงหนาท | ว่าที่เรือโท รุจน์ นะนุ่น | ร.ต.อ.วัชระ ดวงชฎา |
| 1 เม.ย.62 – 31 มี.ค.63 | นางชัญวัญ สิงหนาท | นายธรรมฤทธิ์ สีตะปะดล | นายอาทิตย์ชัย เกรียงไกรวงศ์ |
| 1 เม.ย.63 – 31 มี.ค.64 | เรือเอกวีระชาติ ทุมนัส | นายศรุต วรัตพงศ์ | นายคณาวุฒิ สันติพงศ์ |
| 1 เม.ย.64 – 31 มี.ค.65 | นายสุระสิทธิ์ ใจกล้า | นายศรุต วรัตพงศ์ | นางสาวกริตยา วิวัฒนพณิชย์ |
| 1 เม.ย.65 – 31 มี.ค.66 | นางสาวเพ็ญนิภา คุ้มได้อยู่ | นายศรุต วรัตพงศ์ | นางสาวกริตยา วิวัฒนพณิชย์ |
| 1 เม.ย.66 – 31 มี.ค.67 | นายโกศล สุริยะวิภาดา | นายอดิศรณ์ พันธุ์อุโมงค์ | นายฐานันดร เกษชุมพล |
| 1เม.ย.67-31 มี.ค.68 | นายกษิดิ์เดช เรืองสว่าง | นายอดิศรณ์ พันธุ์อุโมงค์ | นายฐานันดร เกษชุมพล |
| 1เม.ย.68-ปัจจุบัน | นางนัธพรรณ หว่านพืช | นายอดิศรณ์ พันธุ์อุโมงค์ | นายฐานันดร เกษชุมพล |

















คลังความรู้เผยแพร่
เอกสารเผยแพร่



ไฟล์เผยแพร่
วิดิโอเผยแพร่

ติดต่อหน่วยงาน
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดแม่ฮ่องสอน (สาขาแม่สะเรียง)
ตั้งอยู่ ณ อาคารสำนักงานอัยการจังหวัดแม่สะเรียง
150/1 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58110
โทร : 053-683166
โทรสาร : 053-681386 ต่อ 601
E-mail : msr-lawaid@ago.go.th
หากไม่ได้รับความสะดวกหรือความเป็นธรรมในการติดต่อราชการ ติดต่อพนักงานอัยการได้โดยตรงที่เบอร์โทรศัพท์ 065-0017731


























































































































































































