ข่าวประชาสัมพันธ์














ประกาศขยายระยะเวลาการรับสมัครอาสาสมัครอัยการช่วยได้ (ฉบับที่ 2)

รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็น “อาสาสมัครอัยการช่วยได้”


ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก เพื่อแต่งตั้งเป็น “อาสาสมัครอัยการช่วยได้”


ประกาศ รับสมัครอาสาอัยการช่วยได้





การร่วมงานรัฐพิธี ประจำปี พ.ศ. 2569
การเข้าร่วมพิธีวันยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวันที่ 18 มกราคม 2569
การเข้าร่วมพิธีวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในวันที่ 17 มกราคม 2569
การร่วมงานรัฐพิธี ประจำปี พ.ศ. 2568
การเข้าร่วมพิธีวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวันที่ 28 ธันวาคม 2569
การเข้าร่วมพิธีวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
การเข้าร่วมพิธีวันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ ในวันที่ 29 ตุลาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวันปิยมหาราช ในวันที่ 23 ตุลาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวันที่ 21 ตุลาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวันนวมินทรมหาราช ในวันที่ 13 ตุลาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 1 ตุลาคม 2568
การจัดกิจกรรมเนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน (Thai National Flag Day)
การเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันพระบรมราชสมภพครบ ๑๐๐ ปี
การเข้าร่วมวันสถาปนาจังหวัดพะเยา ครบรอบ 48 ปี ประจำปี 2568
การพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ ที่ตั้งของหน่วยงาน
การร่วมพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
การเข้าร่วมกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลก ครั้งที่ ๕๕ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา
การเข้าร่วมพิธีวันที่ระลึกคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร”
การเข้าร่วมกิจกรรมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 256
การเข้าร่วมพิธีวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีปลูก “พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร” ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวันที่ 25 เมษายน 2568
การเข้าร่วมพิธีวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ในวันที่ 2 มีนาคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องในวันยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในวันที่ 18 มกราคม 2568
การเข้าร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในวันที่ 17 มกราคม 2568
การเข้าร่วมงานรัฐพิธี ประจำปี พ.ศ. 2567
โครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของอาสาสมัครอัยการช่วยได้และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568


ประกาศผู้ชนะการประมูลสู้ราคา กรณีจำหน่ายรถยนต์ราชการ คันหมายเลขทะเบียน ฌธ 6467 กรุงเทพมหานคร
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 1 – 4 ปีงบประมาณ พ.ศ.2568
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 1
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 2
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 3
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับการคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ประจำไตรมาสที่ 1 – 4 ปีงบประมาณ พ.ศ.2567
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 1
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 2
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 3
ประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำไตรมาสที่ 4
สมัครงานลูกจ้าง (จ้างเหมาบริการ)

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกจ้างเหมาบริการ ในตำแหน่ง นักการภารโรง
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือกจ้างเหมาบริการ ในตำแหน่ง นักการภารโรง
ประกาศรับสมัครจ้างเหมาบริการ ในตำแหน่ง นักการภารโรง (ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน – 5 ตุลาคม 2567)
ใบสมัครงาน >> ดาวน์โหลดที่นี่ https://www1.ago.go.th/region5/wp-content/uploads/2024/09/ใบสมัครจ้างเหมาบริการ-นักการภารโรง.pdf

เกี่ยวกับสำนักงาน
ประวัติความเป็นมา
เนื่องจากสภาพปัญหามากมายหลายสาเหตุด้วยกัน ที่มีส่วนทำให้เกิดความเดือนร้อนแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่มีฐานะยากจน หรือที่อยู่ในชนบทห่างไกล อาทิเช่น การถูกเอารัดเอาเปรียบในด้านเศรษฐกิจ ปัญหาการแย่งที่ดินทำกิน การกระทบกระทั่งกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับราษฎรในการใช้อำนาจรัฐอันไม่เป็นธรรม ฯลฯ สาเหตุต่าง ๆเหล่านี้ เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนที่ถูกกระทำ ต้องสูญเสียสิทธิเสรีภาพและทรัพย์สินไป ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือการแก้แค้น ประทุษร้ายต่อร่างกาย และชีวิตซึ่งกันและกัน การก่ออาชญากรรม ที่ทำให้สังคมอยู่กันอย่างหวาดผวา ไม่มีความผาสุก และเมื่อเกิดขึ้นมาก ๆ ก็จะมีผลกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศได้ ซึ่งภาวการณ์ดังกล่าว จากการศึกษาวิจัยก็ได้พบว่า มูลเหตุสำคัญประการหนึ่งก็คือ ความไม่รู้กฎหมาย ที่ทำให้คนส่วนหนึ่งมีการกระทำที่ละเมิด ต่อกฎเกณฑ์ที่กฎหมายได้กำหนดไว้ ในขณะที่คนอีกส่วนหนึ่งก็ไม่มีความรู้ ที่จะใช้กฎหมาย ในการปกป้องและพิทักษ์สิทธิหรือผลประโยชน์ของตน เมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้น ก็ทำให้รัฐต้องทุ่มเทงบประมาณจำนวนไม่น้อย ในแต่ละปีเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการแก้ไขปัญหาสังคม โดยวิธีการปราบปรามแต่เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่วิถีทางที่ได้ผลอย่างแท้จริง วิธีการที่ดีที่ควรทำควบคู่กันไปก็คือ การส่งเสริมประชาชนให้มีความรู ้ ในสิทธิและหน้าที่ของตนตามกฎหมาย จะทำให้เกิดความสัมฤทธิ์ผล ในการลดปัญหาพิพาทขัดแย้งได้ในปริมาณที่มากกว่า ดังนั้น จากแนวความคิดดังกล่าว ได้นำมาสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง ในยุครัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งได้มีการจัดตั้งโครงการให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน ชนบทในเขตยากจนขึ้น อันเป็นโครงการหนึ่ง ในแผนงานบริการขั้นพื้นฐาน ของแผนพัฒนาชนบทยากจน แล้วบรรจุโครงการนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๙) โดยในชั้นแรกได้มอบหมาย ให้สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ปฏิบัติ
สำนักนโยบายและแผนมหาดไทย ได้ดำเนินงานไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๒๖ เห็นชอบ ตามความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูป ระบบราชการ และระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ให้โอนโครงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ชนบทในเขตยากจน ให้สำนักงานอัยการสูงสุด (กรมอัยการในขณะนั้น) เป็นผู้ดำเนินการสืบต่อมา ก่อนหน้าที่จะได้รับโอนงานมานั้น กรมอัยการได้มีการดำเนินงานด้านการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ และ ผลประโยชน์ของประชาชนตามที่กฎหมาย กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ ของพนักงานอัยการอยู่แล้วโดย กรมอัยการได้มีคำสั่งที่ ๑๗๔/๒๕๒๕ ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๕ จัดตั้งสำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชน (สคช.) ขึ้น โดยจัดตั้งเป็นหน่วยงานภายใน ซึ่งเมื่อสำนักนโยบายและแผนมหาดไทย ได้ส่งมอบงานตามโครงการให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ ประชาชนให้กรมอัยการทั้งหมด ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๗ กรมอัยการก็ได้มอบหมายงานตามโครงการฯ ให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนดำเนินงานมาตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา
สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน ดำเนินงานให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชนชนบทในเขตยากจน ปรากฏว่าเกิดผลดีมาเป็นลำดับ ดังนั้นเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๒๗ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้โอนงานช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เกษตรกรและ ผู้ยากจน ที่สำนักงานปลัดสำนัก นายกรัฐมนตรีดำเนินการอยู่ มาให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนดำเนินงาน ต่อไปด้วย ดังนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ . ๒๕๒๗ เป็นต้นมา สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด (กรมอัยการในขณะนั้น) จึงเป็นหน่วยงานเดียวของรัฐ ที่ปฏิบัติงานทางด้านคุ้มครองสิทธิ และ ช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาตราบจนปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๓๑ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕ ตอนที่ ๑๒๒ ลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๑ แบ่งส่วนราชการในกรมอัยการเพิ่มขึ้น คือ กองคดีเด็กและเยาวชน กองคดีภาษีอากร กองคดีศาลแขวง กองคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร และ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้กำหนดให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นส่วนราชการระดับกอง ตามกฎหมายของกรมอัยการ และเปลี่ยนชื่อเป็น “สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน” ตามคำสั่งกรมอัยการที่ ๑๙๙/๒๕๓๑ ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๓๑
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ หรือเมื่อมีกรณีอันสมควร เข้าคุ้มครองป้องกันสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ ของประชาชนในประการอื่น ที่กฎหมายให้มีอำนาจดำเนินการได้ ตลอดจนดำเนินงาน ให้บริการช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย แก่ประชาชนผู้ยากไร้ และประชาชนในชนบท รวมทั้งดำเนินการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แบ่งออกเป็น ๓ กอง คือ”
๑. กองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
๒. กองช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
๓. กองแผนและติดตามประเมินผล
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เป็นต้นไป
ปัจจุบันนี้ ตามกฎกระทรวง แบ่งส่วนราชการสำนักงานอัยการสูงสุด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๙
ข้อ ๑๕ (๒๔) กำหนดให้สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเผยแพร่ความรู้ทางด้านสิทธิมนุษยชน และความรู้ทางกฎหมาย แก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอรรถคดี การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคแก่ประชาชน ศึกษาวิจัย และพัฒนาระบบ รูปแบบ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการดังกล่าว
ผลการปฏิบัติงาน
สคช. ได้รับการคัดเลือกและยกย่องให้เป็นหน่วยงานดีเด่นระดับชาติ สาขาพัฒนาสังคม พ.ศ. ๒๕๒๙ จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและในต่างจังหวัด ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๓๕ อนุมัติให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีกติกา ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (พ.ศ. ๒๕๐๙) และจากเหตุผลดังกล่าวได้มี การจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนระดับชาติขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นแกน กลางในการจัดตั้งองค์กรทางด้านสิทธิมนุษยชน
โครงสร้างของ สคช.
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน มีหน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิและให้ความช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชนสังกัดอยู่ ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ดังนี้
ส่วนกลาง ประกอบด้วย
๑. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (ส่วนกลาง)
๒. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายแผนช่วยเหลือทางกฎหมาย
๓. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ
๔. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ
๕. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค
๖. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๑ (รัชดาภิเษก)
๗. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๒ (หลักเมือง)
๘. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย ๓ (ธนบุรี)
๙. สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย 4 (มีนบุรี)
ส่วนภูมิภาค
เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้รับการบริการทางกฎหมาย จากพนักงานอัยการโดยเสมอภาค และทั่วถึงกัน สำนักงานอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่ง ให้จัดตั้งสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคดี จังหวัด (สคชจ.) ขึ้น โดยมีหน้าที่สำคัญคือ เผยแพร่และฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมาย และให้คำปรึกษาปัญหากฎหมายแก่ประชาชน จัดหาทนายความช่วยเหลือในทางอรรถคดี แก่ประชาชนผู้ยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม ตลอดจนงานการประนอมข้อพิพาท งานคุ้มครองสิทธิทางศาลตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ เช่น การร้องขอให้ศาลตั้งผู้จัดการมรดก ฯลฯ
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ในส่วนภูมิภาคประกอบด้วย
๑. สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย ภาค ๑ – ๙ จำนวน ๙ แห่ง
๒. สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด (สคชจ.) ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัด จำนวน ๗๖ แห่ง
๓. สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด ประจำจังหวัดสาขา (สคชจ. สาขา) ซึ่งตั้งอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัดประจำอำเภอ จำนวน ๓๔ แห่ง
วิสัยทัศน์ (Vision)
“องค์กรนำในการใช้กฎหมาย เพื่อรักษาความยุติธรรมให้กับประชาชนและสังคม”
พันธกิจ (Missions)
1. ยกระดับคุณภาพมาตรฐานงานตามภารกิจ ด้านการอํานวยความยุติธรรม การรักษาผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชนให้มีคุณภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา
2. พัฒนาความร่วมมือ บูรณาการเครือข่ายองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ
3. เพิ่มศักยภาพมาตรฐานกลไกการบริหารจัดการระบบงานและกระบวนการทํางานที่สําคัญ รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามประเมินผลและระบบจัดการองค์ความรู้เพื่อมุ่งสู่การสร้างนวัตกรรมโดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นพื้นฐาน
4. พัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพคู่คุณธรรมตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรมีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงสร้าง (Structure)

วัฒนธรรมองค์กร

ข้าราชการอัยการ

นายสยาม นิยมพงศ์
อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพะเยา
โทรศัพท์ : 054-449550

นายฐานิศร์ วรรณสุข
อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
โทรศัพท์ : 054-449550

นายภูมิพัฒนพลากานต์ วงศ์สุเมธ
รองอัยการจังหวัด
โทรศัพท์ : 054-449550
ข้าราชการธุรการ

นางสาววิภา นะติยา
ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ
โทรศัพท์ : 054-449550

นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
โทรศัพท์ : 054-449550
(งานพัสดุ, บริหารงานทั่วไป)

นางวชิราพร ร่องเสอียบ
นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ
โทรศัพท์ : 054-449550
(บริหารงานคดี, งานการเงิน)

นิติกรปฏิบัติการ
โทรศัพท์ : 054-449550
(งานนิติการ)

นิติกรปฏิบัติการ
โทรศัพท์ : 054-449550
(งานนิติการ)
พนักงานจ้างเหมาบริการ

นิติกร
โทรศัพท์ : 054-449550
(งานบังคับคดียาเสพติด และคดีอาญา)

นายนพพร ชาวแพร่
พนักงานขับรถยนต์
โทรศัพท์ : 054-449550

นายศุภวัฒน์ ถือเงิน
นักการภารโรง
โทรศัพท์ : 054-449550
ทนายความอาสา

นางสาวสุภาวรรณ เณรยอด
ทนายความอาสา
โทรศัพท์ 054-449550 (งานอรรถคดี)

นายปกรณ์ ชมภู
ทนายความอาสา
โทรศัพท์ 054-449550 (งานอรรถคดี)
ทำเนียบผู้บริหาร
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนจังหวัดพะเยา
- นายอภิชาต ถาใจ 1 เม.ย. 2555 – 31 มี.ค. 2556
- นายฐนวรรษ นิติธรรมวิศรุต 1 เม.ย. 2556 – 31 มี.ค. 2557
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพะเยา
- นายสกุลยุช หอพิบูลสุข 1 เม.ย. 2557 – 31 มี.ค. 2558
- นายกฤษณะ หงษ์วิไล 1 เม.ย. 2559 – 31 มี.ค. 2560
- นายนิรันดร์ นันตาลิต 1 เม.ย. 2558 – 31 มี.ค. 2559
- นายสุริยา สุยะนา 1 เม.ย. 2560 – 31 มี.ค. 2561
- นายบรรพต ภาคยุทธ 1 เม.ย. 2561 – 31 มี.ค. 2562
- นายทิฆัมพร นิวรณุสิต 1 เม.ย. 2562 – 31 มี.ค. 2563
- นายฉัตรชัย ตรีพิพัฒน์กุล 1 เม.ย. 2563 – 31 มี.ค. 2564
- นางสาวอัญญาภิลักษณ์ รักขิตธรรม 1 เม.ย. 2564 – 31 มี.ค. 2567
- นางนิภัตธรา ตั้งศรีไพโรจน์ 1 เม.ย.2567 – 31 มีนาคม 2568
- นายสยาม นิยมพงศ์ 1 เม.ย.2568 – ปัจจุบัน
สถิติคดี
สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพะเยา
| งาน | 2566 | 2567 | 2568 | 2569 (ต.ค.ธ.ค.68) |
| คุ้มครองสิทธิทางศาล | 138 | 112 | 117 | 31 |
| ให้คำปรึกษา,ทำนิติกรรมสัญญา ประนอมข้อพิพาท | 647 | 638 | 663 | 183 |
| ช่วยเหลืออรรถคดี | 10 | 12 | 12 | 1 |
| ฝึกอบรมความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ | 462 คน | 615 คน | 506 คน | – คน |
| เผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย | 2,600 คน/564 หมู่บ้าน | 1,166 คน/1,355 หมู่บ้าน | 802 คน/1,211 หมู่บ้าน | 239 หมู่บ้าน/239 คน |
| จัดทำคำร้องตาม ป.วิ.อ.ม.44/1 | 19 | 44 | 57 | 24 |
| คุ้มครองสิทธิประชาชนด้านเอดส์ | – | 156 หมู่บ้าน/156 คน | 46 หมู่บ้าน/111 คน | – หมู่บ้าน/- คน |
| ส่งเสริมสนับสนุนการประนอมและระงับข้อพิพาทในระดับท้องถิ่น | – | 172 หมู่บ้าน/172 คน | 87 หมู่บ้าน/ 189 คน | – หมู่บ้าน/- คน |
| งานบังคับคดี | 8 | 60 | 36 | 7 |
| ลงทะเบียนรับหนังสือ | 1,329 | 1,740 | 2,903 | 721 |
| ลงทะเบียนส่งหนังสือ | 855 | 1,185 | 1,841 | 376 |
| งานประเมินอัยการและธุรการ | 5 | 5 | 5 | – |
| ขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง | 100 | 170 | 122 | 25 |
| งานงบประมาณการเบิกจ่ายเงิน | 60 | 80 | 105 | 25 |
| ออกตรวจเยี่ยมศูนย์ฯ | 36 | 36 | 36 | 9 |
| ลงสารบบอิเล็คทรอนิคส์ | 230 | 280 | 250 | 45 |
| จัดรายการวิทยุ | – | – | – | – |
| ตรวจสอบ/จัดทำรายงาน | 149 | 149 | 149 | 20 |
| จัดทำโครงการฝึกอบรม | 5 | 5 | 5 | – |
เอกสารเผยแพร่


ติดต่อหน่วยงาน

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพะเยา
ตั้งอยู่ในอาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดพะเยา(หลังเก่า) เยื้องวัดราชคฤห์ เลขที่ 729 ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
เบอร์โทรศัพท์/โทรสาร : 054-449550
E-mail : phayao-lawaid@ago.go.th













































